’หมอเรวัต‘ แนะ แพทย์รักษานักต้องขัง ต้องก้าวข้ามอุดมการณ์ โฟกัสที่มาตรฐานการรักษา
เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม นพ.เรวัต วิศรุตเวช อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย (สร.) กล่าวถึงกรณีการเสียชีวิตของ น.ส.เนติพร เสน่ห์สังคม หรือบุ้ง ทะลุวัง จากการอดอาหารประท้วงต่อกระบวนการยุติธรรม ว่า ผู้สันทัดกรณีนี้คงจะเคลื่อนไหวและแก้ไขกันต่อไป ดังนั้น ตนจึงขอละเว้นไม่กล่าวถึง แต่จะขอแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเวชปฏิบัติของแพทย์ในกรณีที่มีการประท้วงอดอาหารโดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในเรือนจำว่า แพทย์ผู้ให้การรักษาต้องก้าวข้ามอุดมการณ์ ความเชื่อและอารมณ์ส่วนตัวไม่ว่าจะรัก เกลียด ชอบไม่ชอบ แต่ต้องไปโฟกัสที่มาตรฐานการรักษา
นพ.เรวัต กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกรณีของน.ส.เนติพรกับของน.ส.อรวรรณ ภู่พงษ์ หรือแบมนักกิจกรรมอิสระ และน.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือตะวัน ที่มีการอดอาหารเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2565 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการอดแบบ Dry Fasting คือไม่กินน้ำเลยจึงมีอันตรายมากกว่าและเสียชีวิตได้ง่ายกว่า แต่เหตุการณ์ในครั้งนั้นก็ผ่านวิกฤตมาได้ เพราะการตัดสินใจอย่างรวดเร็วของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในขณะนั้น โดยคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้ส่งตัวน.ส.อรวรรณและน.ส.ทานตะวันไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ก่อนเกิดวิกฤตที่แก้ไขไม่ได้
นพ.เรวัต กล่าวด้วยว่า แม้บุคคลทั้งสองจะปฏิเสธการรักษาก็ตาม แต่แพทย์ที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามคำประกาศโตเกียว 1975 (Declaration of Tokyo) และคำประกาศมอลต้า 1991 ( Declaration of Malta) คือไม่แทรกแซงหรือบังคับการให้อาหาร แต่สามารถให้การรักษาเพื่อช่วยชีวิตแม้จะไม่ได้รับการยินยอมจากผู้ป่วยก็ตาม อีกทั้งแพทย์ยังต้องมี มาตรฐานความรู้ในการดูแลรักษาอาการของผู้ป่วยประเภทที่อดอาหารมาเป็นเวลานาน
“การแสดงความคิดเห็นในครั้งนี้ไม่มีเจตนาจะกล่าวโทษผู้ใดทั้งสิ้น แต่แพทย์ผู้ให้การรักษาควรจะได้รับบทเรียนไม่ว่าผลการชันสูตรจะออกมาเป็นเช่นไรก็ตาม เพราะกรณีน.ส.เนติพรจะไม่ใช่การอดอาหารประท้วงคนสุดท้ายของเรือนจำ” นพ.เรวัต กล่าว

