หน้าแรก การเมือง ราชทัณฑ์ เช็ก...

ราชทัณฑ์ เช็กวงจรปิดก่อน ‘บุ้ง ทะลุวัง’เสียชีวิต หลังแถลงสับสน ‘ตะวัน’ เริ่มกินอาหาร

16.05.24 | 17:41 น.

ราชทัณฑ์ เช็กวงจรปิดก่อน “บุ้ง ทะลุวัง” เสียชีวิต หลังแถลงสับสน ชี้ผลชันสูตรเร็วสุด 15-30 วัน ด้าน ผอ.คุกหญิงเผยอาการ “ตะวัน” เช้านี้ดีขึ้นมาก พูดคุยได้ ให้อยู่ รพ.ธรรมศาสตร์ฯ ต่อจนกว่าร่างกายจิตใจมั่นคงขึ้น “ทานตะวัน” เริ่มกินอาหาร-แพทย์ดูแลใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม นายสหการณ์ เพ็ชร์นรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดกรณี น.ส.เนติพร เสน่ห์สังคม หรือ “บุ้ง ทะลุวัง” ผู้ต้องขังคดี ม.112 เสียชีวิตระหว่างอยู่ในการควบคุมดูแลของกรมราชทัณฑ์ ว่า ผลการชันสูตรพลิกศพของ น.ส.เนติพร หรือบุ้ง ทะลุวัง ล่าสุดกรมราชทัณฑ์ยังไม่ได้รับมาจากโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ โดยกรมราชทัณฑ์ได้ประสานกับแพทย์นิติเวช โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ เนื่องจากจะต้องใช้ระยะเวลารอผลตรวจพอสมควร

เช่น การตัดเอาชิ้นส่วนอวัยวะตรวจสอบภายในห้องแล็บ เป็นกระบวนการทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อนำไปวิเคราะห์และประมวลผล คาดว่าอาจต้องใช้เวลา ส่วนที่โรงพยาบาลรามาธิบดีได้นำเอาสารคัดหลั่งและเลือดไปตรวจสอบ ขึ้นอยู่กับโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯว่าจะประสานขอความร่วมมือรับการสนับสนุนกับสถานพยาบาลแห่งใดสำหรับการตรวจเพิ่มเติมหรือไม่

นายสหการณ์กล่าวว่า สำหรับผลการตรวจชันสูตรพลิกศพจากโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ หากมีการดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว กรมราชทัณฑ์จะทราบผลในทุกรายการ คาดว่าอาจใช้เวลาไม่ถึงเดือน หรืออาจจะใช้เวลาประมาณ 15 วัน ส่วนผลการตรวจร่างกาย เช่น ค่าตับ ค่าไต ภาวะของกระเพาะอาหาร เส้นเลือดต่างๆ ภายในร่างกาย เป็นต้น เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงว่าผู้เสียชีวิตมีโรคกระเพาะร่วมด้วยหรือไม่ก่อนเสียชีวิต ผลการชันสูตรพลิกศพจะช่วยคลี่คลายข้อสงสัยในทุกประเด็น และกรมราชทัณฑ์จะมีการแถลงชี้แจงเพื่อให้สังคมได้รับทราบข้อมูลครบถ้วน

อธิบดีกรมราชทัณฑ์ยังยืนยันว่า ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ได้ปฏิบัติตามขั้นตอน การรักษาของแพทย์ทุกประการ เนื่องจากผู้ต้องขังมีอาการป่วยในเรือนจำ หรือทัณฑสถาน เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ก็มีหน้าที่จะต้องดูแลอย่างใกล้ชิด และมีการประสานกับแพทย์ประจำเรือนจำตรวจเลือด วัดค่าความดันโลหิต ตรวจค่าออกซิเจน เพื่อสามารถวินิจฉัยการรักษาได้ถูกต้อง

Advertisement

สำหรับ น.ส.เนติพร ก่อนเกิดเหตุไม่พบว่ามีอาการที่บ่งชี้ถึงการจะเกิดภาวะวูบหมดสติอย่างกะทันหัน เนื่องจากค่าออกซิเจนและค่าความดันปกติ ขณะเดียวกันในเช้าวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา ก่อนที่จะเสียชีวิต พบว่ามีการพูดคุยปกติกับ น.ส.ทานตะวัน บนเตียงผู้ป่วย แต่ยอมรับว่าการที่บุ้งอดอาหารและน้ำมาเป็นระยะเวลานานอาจทำให้ร่างกายขาดวิตามิน เกลือแร่ ส่งผลต่อระบบร่างกายโดยรวมได้ แต่บุ้งก็ได้ปฏิเสธชัดเจนถึงการรับสารอาหารและวิตามินทางหลอดเลือด

สำหรับอาการของ น.ส.ทานตะวัน ตอนนี้ได้กลับมารับประทานอาหารตามปกติแล้ว และอยู่ในการดูแลของแพทย์โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ ส่วนนายแฟรงค์ ณัฐนนท์ (ผู้ต้องขังในคดีทางการเมือง) ก็ได้กลับมารับประทานอาหารเช่นเดียวกัน และปัจจุบันอยู่ในการดูแลของทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์

นายสหการณ์ระบุด้วยว่า หลังจากนี้จะมีการให้ข่าวสื่อมวลชนเพื่อชี้แจงในทุกประเด็นข้อสงสัย และต้องขออภัยสื่อมวลชนทุกท่านจากการแถลงข่าวเมื่อวานนี้ เนื่องจาก ผอ.ทัณฑสถาน โรงพยาบาลราชทัณฑ์ ไม่ได้เป็นเจ้าของเคส หรือเจ้าของไข้ของ น.ส.เนติพร โดยตรง อาจตอบรายละเอียดเชิงลึกไม่ได้

ด้าน นางอาจารี ศรีสุนาครัว ผอ.ทัณฑสถานหญิงกลาง กล่าวถึงอาการ น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ ที่มีภาวะเครียด กระทบกระเทือนทางจิตใจจากการเสียชีวิตของ น.ส.เนติพร เสน่ห์สังคม หรือบุ้ง เพื่อนสนิท และส่งรักษาที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ ว่าอาการทั่วไปดี พูดคุยได้ ช่วยเหลือตัวเองได้ รับประทานอาหารได้มากขึ้น แต่ยังมีอาการอ่อนเพลีย ต้องรอผลตรวจเลือดและอยู่ในกระบวนการรักษาของแพทย์

และต้องฟื้นฟูจิตใจให้กลับมามั่นคงก่อน จึงยังให้พักรักษาที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯไปก่อน สำหรับผลการชันสูตรพลิกศพของบุ้งที่มีการผ่าไปเมื่อวานนี้ ผอ.ทัณฑสถานหญิงกลาง กล่าวว่า แพทย์โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯจะเป็นผู้เปิดเผย โดยกรมราชทัณฑ์ ซึ่งมีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงจะร่วมแถลง โดยเมื่อวานนี้ (15 พ.ค.) พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ได้เข้าเยี่ยมอาการของ น.ส.ทานตะวัน และดูสถานที่การควบคุมของแฟรงค์ ผู้ต้องขังคดีเดียวกันอีกคนด้วย