หน้าแรก การเมือง ปริญญาเสียดาย...

ปริญญาเสียดาย 32ปีผ่านไป เรายังทำผิดซ้ำ – คงไม่นองเลือด ถ้ายอมรับฟัง ‘ร่างรธน.ใหม่’

17.05.24 | 14:06 น.

ปริญญา ชี้ ไทยมีวีรชนมากพอแล้ว ‘32 ปีพฤษภาทมิฬ’ เรายังทำผิดซ้ำ เชื่อคงไม่นองเลือดถ้ายอมรับฟัง ขอทุกฝ่ายร่วมร่างรัฐธรรมนูญใหม่ พาบ้านเมืองกลับสู่ประชาธิปไตย

เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม ที่อนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม สวนสันติพร ถนนราชดำเนิน กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการจัดงานรำลึกครบรอบ 32 ปี เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ หรือพฤษภาประชาธรรม เมื่อ พ.ศ.2535 ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 44 ราย สูญหาย 38 ราย และบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก

บรรยากาศเวลาประมาณ 09.16 น. ตัวแทนภาคส่วนต่างๆ วางพวงมาลาร่วมรำลึก อาทิ นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ตัวแทนนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี, นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 และ ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ในฐานะประธานมูลนิธิพฤษภาประชาธรรม เป็นต้น

สำหรับบุคคลและภาคส่วนที่ส่งหรีดร่วมรำลึก อาทิ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี, พรรคเพื่อไทย, พรรคก้าวไกล, นายชัยธวัช ตุลาธน ผู้นำฝ่ายค้าน, คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน, สถาบันปรีดี พนมยงค์, มูลนิธิ 14 ตุลา, สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน, มูลนิธิพฤษภาประชาธรรม, ศูนย์นิติศาสตร์ ม.รามคำแหง, คณะกรรมการญาติวีรชน พฤษภา 35, กรุงเทพมหานตร, เครือข่ายธุรกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม, สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ การประปานครหลวง,พรรคสังคมประชาธิปไตยไทย เป็นต้น

Advertisement

ในตอนหนึ่ง ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ในฐานะประธานมูลนิธิพฤษภาประชาธรรม กล่าวรำลึกว่า วันนี้เมื่อ 32 ปีที่แล้วเกิดเหตุการณ์นองเลือดที่ถนนราชดำเนิน สังคมไทยมาสู่ฉันทามติว่าการรัฐประหารจะต้องหมดไป ความขัดแย้งความเห็นต่างต้องยุติได้ด้วยสันติวิธี ภายใต้รัฐธรรมนูญ หลังเหตุการณ์พฤษภา 2535 ผ่านไปก็เกิดการรัฐประหารอีก 2 ครั้ง โดยมีการชุมนุมใหญ่ เกิดการนองเลือดอีกหลายครั้ง ความจริงแล้วหากเราเกิดการเรียนรู้จากความผิดพลาด เราไม่ควรต้องมาเสียเลือดเนื้อ ไม่ควรต้องมายกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ไม่ควรต้องมาต่อต้านการรัฐประหารอีก

“แต่น่าเสียดาย ดูเหมือนว่า 32 ปีผ่านไป เรายังเรียนรู้กันค่อนข้างน้อย ทำให้เกิดเหตุการณ์ที่เราทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าแล้ว นี่เป็นคุณค่าหรือประโยชน์ที่เราจัดงานรำลึกทุกปี เพื่อให้สิ่งที่สูญเสียไปเป็นรากฐานของประชาธิปไตย ที่ทุกคนแม้จะเห็นต่างก็อยู่ร่วมกันได้โดยสันติวิธี” ผศ.ดร.ปริญญากล่าว

ผศ.ดร.ปริญญากล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อ 32 ปีที่แล้ว ที่ประชาชนต้องมาเรียกร้องประชาธิปไตย ก็เพราะมีการรัฐประหาร รัฐธรรมนูญที่ร่างขึ้นมาประกาศใช้ ก็มีการสืบทอดอำนาจแล้วก็ไม่เป็นประชาธิปไตย นักศึกษา ประชาชนจึงต้องเรียกร้องประชาธิปไตย ซึ่งมาจากหลักการที่ว่า อำนาจสูงสุดของประเทศนั้นเป็นของราษฎรทั้งหลาย ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

หากรัฐธรรมนูญฉบับ 2534 ไม่สืบทอดอำนาจ หรือผู้ยึดอำนาจไม่มีอำนาจต่อ การเรียกร้องในเดือนพฤษภาคม 2535 ก็ไม่จำเป็นต้องมี และเมื่อมีก็ไม่จำเป็นต้องนองเลือด ถ้าหากเราจะรับฟังกันและยอมรับว่า เราจะต้องอยู่กันภายใต้กติกาสูงสุดที่เรียกว่ารัฐธรรมนูญ มีปัญหาประการใดก็ว่าไปตามกติกาตามรัฐธรรมนูญ แต่น่าเสียดายทุกอย่างที่ไม่ควรจะเกิด ก็เกิดขึ้นทั้งหมด

“บัดนี้ เวลาผ่านไป 32 ปี ก็ดูเหมือนว่าเรายังไม่เป็นประชาธิปไตยนัก เรายังคงมีปัญหาเรื่องรัฐธรรมนูญ ที่เหมือน 32 ปีที่แล้ว รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันก็มีที่มาจากการรัฐประหาร โดยคณะรัฐประหารที่ชื่อเกือบจะเหมือนกัน ในปี 2534 ชื่อคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) ในปี 2557 ชื่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แล้วก็ใช้ผู้ร่างรัฐธรรมนูญคนเดียวกันกับที่ร่างเมื่อปี 2534 แล้วก็สืบทอดอำนาจเหมือนกัน” ผศ.ดร.ปริญญากล่าว

ผศ.ดร.ปริญญากล่าวต่อว่า สิ่งที่เราจะต้องพูดกันคือว่า เรามาช่วยกันในนามของผู้สูญเสียทุกเหตุการณ์ ไม่ได้เฉพาะเหตุการณ์พฤษภา 35 แต่รวมทั้ง 14 ตุลาคม 6 ตุลาคม และทุกเหตุการณ์หลังจากนั้นที่เป็นความขัดแย้งของคนเสื้อสีต่างๆ ในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา

ในนามของผู้สูญเสียทุกคนเรามาช่วยกัน นำพาบ้านเมืองกลับสู่ประชาธิปไตย ซึ่งหมายถึงการปกครองที่เราจะเสมอกันใต้รัฐธรรมนูญ แล้วก็แก้ปัญหากันตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งรัฐธรรมนูญที่จะบรรลุเป้าหมายนั้นได้ ต้องเป็นรัฐธรรมนูญที่ประชาชนยอมรับ และมีกติกาที่เป็นธรรม

“เราต้องยอมรับกันว่าฉบับปัจจุบัน ที่ประกาศใช้เมื่อปี 2560 มันไม่บรรลุเป้าหมายดังกล่าว เพราะเต็มไปด้วยกลไกที่มีปัญหา และการสืบทอดอำนาจ ขนาดปี 2534 ในตอนนั้นองค์กรอิสระที่ ส.ว.เลือก ก็ยังไม่มี ในตอนนี้กลไกสืบทอดอำนาจ มันลงลึกมากกว่าสร้างปัญหาได้ยาวมากกว่าเดิมเยอะ” ผศ.ดร.ปริญญากล่าว และว่า

ดังนั้น จึงเป็นสิ่งที่เราต้องช่วยกัน ทำให้รัฐธรรมนูญกลับมาเป็นรัฐธรรมนูญที่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย แล้วก็เป็นรัฐธรรมนูญที่ประชาชนยอมรับ ดังนั้นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ ตนขอเชิญชวนให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ช่วยตระหนักว่ารัฐธรรมนูญไม่ใช่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง รัฐธรรมนูญที่ประชาชนยอมรับก็ต้องมาจากกระบวนการที่ทุกฝ่ายยอมรับ ซึ่งเป็นหนทางที่ไม่ได้ไกลเลยในการจะพาประเทศไทยกลับสู่ประชาธิปไตย ซึ่งทุกคนจะแก้ปัญหากันตามรัฐธรรมนูญ โดยที่ไม่ต้องมามีปัญหาเรื่องการรัฐประหาร แล้วก็มาต่อต้านการรัฐประหาร ไม่ต้องมาเรียกร้องประชาธิปไตย หรือเกิดการสูญเสียเลือดเนื้อขึ้นอีก และนี่คือประโยชน์ที่พวกเราทุกคนมารำลึกกันทุกวันที่ 17 พฤษภาคม เช่นเดียวกับที่เรารำลึก 14 ตุลาคม รำลึก 6 ตุลาคม และทุกเหตุการณ์

“วีรชนในประเทศไทยมีมากพอแล้ว และมีการจัดงานรำลึกวีรชนในประเทศไทยมากพอแล้ว ขอให้ความสูญเสียทุกเหตุการณ์ที่ผ่านมา แล้วก็เมื่อ 32 ปีที่แล้ว ให้ยุติลง เราจะกลับสู่ประชาธิปไตยด้วยกัน” ผศ.ดร.ปริญญากล่าว

อ่านข่าว : รำลึก 32 ปี พฤษภาทมิฬ วางพวงมาลาคารวะวีรชน นายกฯ-หลากพรรคส่งตัวแทนร่วมอาลัย