‘โรม’ ยืนยัน 44 ส.ส. ก้าวไกล เสนอแก้ไขม.112 ทำไปตามหน้าที่ บอก หากพบใช้กม.กลั่นแกล้ง พร้อมสู้ถึงที่สุด ระบุยิ่งจับคนเห็นต่างเข้าคุก ทำปัญหาการเมืองยิ่งไม่ถูกแก้
เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2567 นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เรียก นายคารม พลพรกลาง สมาชิกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะอดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ก.ก. เป็นพยานสอบกรณี ส.ส. พรรค ก.ก. เสนอร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ว่า ยืนยันว่าการทำหน้าที่ของพวกเรา เป็นการทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งไม่มีกฎหมายห้ามในการยื่นแก้ไขกฎหมาย ก็เป็นการทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ซึ่งตนคิดว่าคงมีขั้นตอนทางกฎหมายที่เราในฐานะ ส.ส. ต้องพิสูจน์ในข้อเท็จจริง สุดท้ายหากมีการใช้อำนาจที่ไม่ถูกต้อง ไม่ชอบทำตามกฎหมายในการกลั่นแกล้ง เราก็ไม่ยอม เราก็ต้องสู้จนถึงที่สุดเช่นเดียวกัน
ส่วนที่นายคารมระบุว่า ขณะนี้มีการเคลื่อนไหวให้นิรโทษกรรมผู้ที่มีคดีตามกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งจะทำให้ ส.ส.ที่ลงชื่อแก้ไขกฎหมาย ได้ประโยชน์จากเรื่องนี้ด้วย นายรังสิมันต์กล่าวว่า คิดว่าการนิรโทษกรรมแล้ว อาจจะมี ส.ส.บางส่วนได้ประโยชน์จากตรงนี้ เราต้องแยกกัน การนิรโทษกรรมคดีการเมือง ไม่ใช่เรื่องที่เราเพิ่งจะพูด เป็นเรื่องที่พูดกันมานานแล้ว เรื่องนี้เราไม่ควรเอามาเชื่อมโยงว่าเป็นเรื่องผลประโยชน์อะไร ถามว่ามีคนจำนวนมากหรือไม่ที่ถูกดำเนินคดีด้วยข้อหา 112 ตลอดระยะเวลาการรัฐประหารในปี 2549 เป็นต้นมา
นายรังสิมันต์กล่าวต่อว่า ประเด็นหลักเราต้องยอมรับว่า หากมีคนถูกดำเนินคดีมากขนาดนี้ ต้องถามต่อว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สังคมไทยเกิดความขัดแย้งหรือไม่ ดังนั้น การเสนอของพรรค ก.ก.ก็เสนอว่าอย่าเพิ่งระบุข้อหาอะไรในการนิรโทษกรรมเลย เพราะเราทราบว่าการนิรโทษกรรมเป็นกระบวนการที่ใช้เวลา จำเป็นต้องมีการพูดคุยเพื่อหาข้อยุติ เราอยากเริ่มด้วยการตั้งต้นว่า หากมีแรงจูงใจทางการเมือง ไม่ว่าคดีอะไรก็จะมีโอกาสที่จะนำไปสู่การนิรโทษกรรมได้หมด แต่ในทางปฏิบัติ เราต้องอาศัยการพูดคุย การนิรโทษกรรมสามารถทำได้หลายรูปแบบ อย่างการกำหนดเงื่อนไขบางอย่าง ที่จะพอช่วยให้สังคมกลับมาเดินหน้าได้อีกครั้ง
“ถามตรงๆ เอาคนที่เป็นนักกิจกรรมการเมือง เอาคนที่มีความเห็นต่างทางการเมืองไปขัง สังคมไทยได้อะไรขึ้นมา คิดว่ามีแต่จะทำให้สังคมแก้ปัญหาทางการเมืองที่เรื้อรังไม่จบสักที” นายรังสิมันต์กล่าว
ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

