นายกฯ ยันไทยพร้อมจัดเอเชี่ยนอินดอร์ฯ ต่อยอดอุตสาหกรรมกีฬา สร้างรายได้กว่า 1 พันล้าน
นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญ ยืนยันความพร้อมประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันมหกรรมกีฬาเอเชี่ยนอินดอร์ และมาร์เชียลอาร์ตเกมส์ ครั้งที่ 6 ในเดือนพฤศจิกายนนี้ เชื่อมั่นต่อยอดความสำเร็จอุตสาหกรรมกีฬาของไทยสร้างรายได้เข้าประเทศกว่า 1 พันล้านบาท รวมทั้งเพิ่มความสนใจด้านกีฬาในเยาวชนไทย
เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี มุ่งสนับสนุนและพัฒนาอุตสาหกรรมกีฬาประเทศไทยสู่สากล เพิ่มขีดความสามารถและพัฒนาศักยภาพด้านการกีฬาของไทย โดยได้มอบหมายให้ นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันถึงความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬาเอเชี่ยนอินดอร์ และมาร์เชียลอาร์ตเกมส์ ครั้งที่ 6 ในระหว่างวันที่ 21-30 พฤศจิกายน 2567 ณ กรุงเทพมหานคร และ จ.ชลบุรี ซึ่งคาดว่าการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันครั้งนี้จะสร้างเงินหมุนเวียนในระบบได้ถึงกว่า 1 พันล้านบาท และจะเป็นโอกาสต่อยอดพัฒนาศักยภาพการกีฬาของไทยให้แข็งแกร่ง
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เอเชี่ยนอินดอร์ และมาร์เชียลอาร์ตเกมส์ ถือเป็นงานมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่เป็นอันดับที่ 2 รองจากการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ โดยจะมีกีฬาที่ถูกบรรจุแข่งขันจำนวน 36 ชนิดกีฬาหลัก เช่น วอลเลย์บอล, แบดมินตัน, มวย, แข่งขันกันเพื่อชิง 358 เหรียญทอง และ 2 กีฬาสาธิต ได้แก่ เทคบอล ชิง 3 เหรียญทอง และกีฬาทางอากาศ ชิง 3 เหรียญทอง
ในส่วนของการจัดการแข่งขัน การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อำนวยความสะดวก และเตรียมการจัดการแข่งขันให้ได้ตามมาตรฐานสากล อาทิ สถานที่แข่งขัน สถานที่ซ้อม สถานที่พัก การแพทย์ วิธีการเดินทาง การจรากร การจัดเตรียมพิธีเปิด-ปิด การถ่ายทอดสด เป็นต้น ซึ่งได้มีการประเมินในเบื้องต้นที่คาดการณ์ว่า การเป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬาเอเชี่ยนอินดอร์ และมาร์เชียลอาร์ตเกมส์ ของไทยครั้งนี้จะมีนักกีฬามากกว่า 5,500 คน เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องประมาณ 3,000 คน แขกผู้ทรงเกียรติประมาณ 700 คน และนักท่องเที่ยวต่างชาติ 150,000-200,000 คน เดินทางมายังประเทศไทยระหว่างการแข่งขัน (ประมาณการตัวเลขจากการจัดการแข่งขันครั้งที่ 5) และสร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจประมาณพันกว่าล้านบาท ยกระดับให้วงการกีฬาของประเทศเดินไปข้างหน้าอย่างเข้มแข็ง ขับเคลื่อนกีฬาเป็นซอฟต์พาวเวอร์ ที่สำคัญของประเทศ รวมถึงผลักดันให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและกีฬาอาชีพ
“นายกรัฐมนตรีภาคภูมิใจในศักยภาพของไทยที่ได้นำเสนอในเวทีระหว่างประเทศได้อย่างหลากหลาย ทำให้ไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันมหกรรมกีฬาในครั้งนี้ เชื่อมั่นว่าไทยจะสามารถต่อยอดจากการจัดการแข่งขันนี้ เพิ่มประสบการณ์ และความพร้อมให้กับอุตสาหกรรมกีฬาไทยได้อย่างครบวงจร และนอกจากปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ส่งผลดีต่อประเทศ ยังมีปัจจัยทางสังคมที่สำคัญ เป็นโอกาสให้เยาวชนไทยสนใจการแข่งขันกีฬา มีทักษะเพิ่มขึ้น ร่างกายแข็งแรง ซึ่งจะทำให้มีภูมิต้านทานทางสังคมมากขึ้น เป็นคนรุ่นต่อไปที่เข้มแข็งในสังคม” นายชัยกล่าวปิดท้าย

