หน้าแรก การเมือง พิธา ยันก้าวไ...

พิธา ยันก้าวไกลไม่ได้ฉวยโอกาสทางการเมือง แนะเยาวชน-นักเคลื่อนไหว เลือกชีวิตก่อนการต่อสู้

19.05.24 | 10:50 น.

พิธา ยันก้าวไกลไม่ได้ฉวยโอกาสทางการเมือง แนะเยาวชน-นักเคลื่อนไหว เลือกชีวิตก่อนการต่อสู้

เมื่อเวลา 09.10 น. วันที่ 19 พฤษภาคม ที่ภิรัชฮอลล์ ไบเทคบางนา นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเสียชีวิตของ น.ส.เนติพร เสน่ห์สังคม หรือบุ้ง ทะลุวัง จะมีข้อเรียกร้องไปยังฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างไรบ้างว่า ตนได้เรียกร้องไปยังกรมราชทัณฑ์ให้เปิดเผยข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส เพราะหากยังไม่ชัดเจน และเข้าใจผิด ก็จะทำให้เกิดความบาดหมางในสังคมมากขึ้น ตนก็เคารพเนื้อหาที่ นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิและมนุษยชน ได้แถลง แต่ก็ต้องการข้อมูลที่แท้จริงจากทางแพทย์ และข้อมูลการรักษาจากกรมราชทัณฑ์ด้วย

เมื่อถามถึงกรณีที่มีข้อมูลว่า เสียบท่อเครื่องช่วยหายใจผิดเข้าไปในหลอดอาหาร แทนที่จะเป็นหลอดลม นายพิธากล่าวว่า ขอให้สังคมตั้งสติ และตนรับฟังมาว่า พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม จะเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวต่อครอบครัวของ น.ส.เนติพร ในวันที่ 20 พฤษภาคมนี้ ซึ่งหากครอบครัวไม่ติดอะไร การเปิดเผยข้อมูลนี้ออกมา คงได้ทราบข้อเท็จจริง

เมื่อถามว่า สังคมตั้งข้อสงสัยว่ากรณีดังกล่าวโยงกับคดี มาตรา 112 นายพิธากล่าวว่า ต้องแยกออกจากกันว่า การแก้ไขมาตรา 112 หรือการปฏิรูปสถาบัน เป็นหนึ่งในสิ่งที่ น.ส.เนติพร เรียกร้อง ส่วนเหตุที่ทำให้ น.ส.เนติพร ต้องอดอาหารเป็นเวลานาน เป็นเรื่องของการเข้าถึงสิทธิการประกันตัว น่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ น.ส.เนติพร และอีก 2-3 คนอดอาหาร มากกว่าเรื่องมาตรา 112

อย่างไรก็ตาม ตนพูดแทน น.ส.เนติพร ไม่ได้ แต่เชื่อว่า น.ส.เนติพร ต่อสู้เพื่อเพื่อน หรือคนที่มีความคิดแบบเดียวกัน ความเสมอภาคต่อหน้ากฎหมาย และสิทธิ์ในการประกันตัว รวมถึงการฝากขัง และเข้าถึงทนาย

Advertisement

เมื่อถามว่า ทําไม ส.ส.ก้าวไกล เพิ่งออกมาแสดงท่าทีหลังการเสียชีวิต เป็นการฉกฉวยโอกาสทางการเมืองหรือไม่ นายพิธากล่าวว่า ไม่ใช่การฉกฉวยแน่นอน การเคลื่อนไหวของกลุ่มเยาวชน ไม่ว่ากลุ่มไหน ก็มีอิสระเป็นของตัวเอง ไม่ได้ยึดโยงกับพรรคการเมืองใด พรรคก้าวไกลเชื่อในหลักนิติรัฐ นิติธรรม และหลักการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องสากล ที่เชื่อในบริบทประชาธิปไตย ดังนั้น ไม่ได้หมายความว่า พรรคก้าวไกลกับคนหนุ่มสาว เห็นไปในทางเดียวกันทุกเรื่อง แม้จะเป็นฝั่งตรงข้าม แล้วถูกคุมขังโดยไม่ได้พิจารณา พรรคก้าวไกลก็จะออกมาพูดเหมือนกัน

“ไม่ได้เป็นการฉกฉวยประโยชน์ทางการเมือง ไม่มีเรื่องนั้นอยู่ในหัวพวกเราอยู่แล้ว เราให้เกียรติครอบครัวผู้เสียชีวิตมากกว่า” นายพิธากล่าว

นายพิธากล่าวต่อว่า ตนมีข้อเรียกร้อง ดังนี้ 1.ความโปร่งใสชัดเจนจากทางกรมราชทัณฑ์

2.ทางตำรวจและอัยการ ให้ตอบสนองนโยบายจากรัฐบาล ในการไม่เอาผิดจากผู้เห็นต่างทางการเมือง และชะลอคดีความ โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลตำรวจโดยตรง ซึ่งถือเป็นต้นน้ำของการแก้ไขปัญหากระบวนการยุติธรรม

3.การนิรโทษกรรมคดีการเมือง ซึ่งถือเป็นปลายน้ำของการแก้ปัญหา ต้องเร่งผลักดันให้เร็วที่สุด ไม่ควรแยกกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งออกไป โดยเฉพาะอนาคตของชาติ ต้องไม่ให้เขาต้องเอาชีวิตมาเสี่ยงอีกต่อไป

นายพิธากล่าวอีกว่า พรรคก้าวไกลได้พยายามสื่อสารพูดคุยกับกลุ่มนักเคลื่อนไหว และเยาวชน ตั้งแต่ 2-3 ปีที่แล้ว ว่าให้คิดถึงชีวิตตัวเองก่อน แต่เราก็ไม่สามารถก้าวก่ายความเด็ดเดี่ยวของเขาได้ ทั้งนี้ ตนไม่รู้จักพวกเขาเป็นการส่วนตัว แต่หากมีโอกาสได้พบ จะบอกว่าให้เอาชีวิตตัวเองมาก่อน เพราะการต่อสู้ยังอีกยาวนาน แต่จะฟังหรือไม่ ก็เป็นสิทธิ์ของเขา

นอกจากนี้ นายพิธายังกล่าวถึงกรณีที่ น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ย้ายออกจากโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ กลับมาที่เรือนจำว่า ตนเห็นจากข่าวแล้ว เข้าใจว่า น.ส.ทานตะวันคงจะเสียใจที่สูญเสียเพื่อน แต่ชีวิตตัวเองก็สำคัญ ตนเป็นห่วง จึงขอฝากพ่อแม่ของ น.ส.ทานตะวัน ให้ดูแลด้วย