ชัยธวัช ยัน ต้องแก้ ‘ธรรมนูญศาลทหาร’ ทวงยุติธรรมคืนทุกศพ หวังคืบใน รบ.นี้
เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ที่วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ภาคประชาชนนัดหมายทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่ผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์พฤษภาคม 2553
บรรยากาศเมื่อเวลาประมาณ 09.30 น. นักกิจกรรม คนเสื้อแดง ประชาชน ญาติผู้เสียชีวิต รวมถึงสมาชิกพรรคก้าวไกล ทยอยเดินทางมาถึง อาทิ นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล, นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล, นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล, นายเชตวัน เตือประโคน ส.ส.ปทุมธานี พรรคก้าวไกล, นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล, นายจตุพร พรหมพันธุ์ อดีตแกนนำ นปช., นางพะเยาว์ อัคฮาด มารดานางสาวกมนเกด อัคฮาด พยาบาลอาสาผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว, นางสุวรรณา ตาลเหล็ก กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย, นายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง, นางสาวณัฏฐธิดา มีวังปลา หรือพยาบาลแหวน พยาบาลอาสา ผู้อยู่ในเหตุการณ์

ต่อมา เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. เริ่มพิธีทางศาสนา นางพะเยาว์ อัคฮาด หรือ ‘แม่น้องเกด’ ถือภาพถ่าย น.ส.กมนเกด บุตรสาว พร้อมด้วยบุคคลต่างๆ เข้าถวายสังฆทานแด่ภิกษุสงฆ์ 4 รูป จากนั้น ร่วมกันกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลแด่ผู้วายชนม์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนั้น น.ส.ณัฏฐธิดา มีวังปลา หรือพยาบาลแหวน ร่ำไห้ โดยมี น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกลเข้าปลอบ
จากนั้น เมื่อเวลา 10.18 น. นางพะเยาว์ หรือ ‘แม่น้องเกด’ และญาติผู้เสียชีวิต ถือป้ายข้อความตัวอักษรสีขาวบนพื้นสีดำ ’14 ปีพฤษภา 53 ที่นี่มีคนตาย’ รายล้อมด้วยดอกกุหลาบกระดาษสีแดง เดินเท้าไปยังจุดที่บุตรสาวถูกยิงเสียชีวิต โดยมีการวางแผ่นไวนิลสีขาว พิมพ์ข้อความสีเขียวว่า ‘เขตอภัยทาน ห้ามพกพาอาวุธ สิ่งเทียมอาวุธ…’

นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนหลังเสร็จสิ้นพิธีทางศาสนา และกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ว่า
เหตุการณ์ในเดือนพฤษภาคม 2553 ตนคิดว่าเรามีบทเรียนอย่างน้อย 2 เรื่องที่ยังเป็นโจทย์ที่ยังแก้ไม่ตกในสังคมไทยทุกวันนี้
อย่างแรกคือ เหตุการณ์พฤษภา 53 และอีกหลายเหตุการณ์ก่อนหน้านั้น โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้น ต้องยอมรับว่ามีการออก ‘ใบอนุญาตฆ่าประชาชน’ ด้วยการกล่าวหา ทำให้สังคมเข้าใจว่า ประชาชนเป็นภัยต่อความมั่นคง
“นี่เป็นบทเรียนในสังคมไทย ว่าผู้มีอำนาจต้องเลิกที่จะทำให้ประชาชนเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ ไม่เช่นนั้นความขัดแย้งในสังคมจะไม่จบไม่สิ้น เราจะไม่สามารถจัดการความคิดเห็นที่แตกต่างกันทางการเมืองได้โดยสันติวิธี โดยวิถีทางประชาธิปไตย นี่คือประการที่ 1 ซึ่งเรื่องนี้ก็ยังคงอยู่มาจนถึงทุกวันนี้
ประการที่ 2 คือ ปัญหาเรื่องกระบวนการยุติธรรม เฉพาะในกรณีปี 53 คดีที่ญาติผู้เสียชีวิตพยายามฟ้องร้องดำเนินคดีต่อผู้นำรัฐบาล และผู้นำ ศอฉ. (ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน) ในขณะนั้น ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ก็ยังติดเรื่อง ป.ป.ช. แต่ยังมีคดีพื้นฐาน ซึ่งยังติดค้างอยู่ด้วย คือ คดีผู้เสียชีวิต 6 ศพ ยังไม่มีคดีไหนเลยที่ขึ้นสู่ชั้นศาลเพื่อพิจารณาผู้ที่กระทำผิด ทำให้เกิดการเสียชีวิตจนถึงทุกวันนี้
มีเพียงสิบกว่ารายที่สามารถไต่สวนการตายแล้วเสร็จ ซึ่งในหลายกรณีในขั้นไต่สวนการตาย ศาลก็ชี้ชัดเจน ว่าผู้เสียชีวิตมีเหตุจากอาวุธสงครามทหาร เหลืออีก 70 กว่าศพ ยังอยู่ในชั้นดีเอสไอทั้งสิ้น ทุกคดี ต้องเรียกว่า หลังเหตุการณ์รัฐประหารปี 49 ก็ถูกแช่แข็ง ไม่มีความคืบหน้า ซ้ำร้ายยังอาจมีการแทรกแซงพยานหลักฐานด้วย หวังว่าคดีความต่างๆ ในคดีอาญา ซึ่งผู้กระทำผิดมีตั้งแต่ระดับเจ้าหน้าที่จนถึงผู้บังคับบัญชา
ไม่ใช่เฉพาะที่ฟ้องร้องต่อผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ก็ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด” นายชัยธวัชกล่าว
นายชัยธวัชกล่าวต่อไปว่า เมื่อมีรัฐบาลใหม่แล้ว ก็หวังว่าจะมีความคืบหน้า แต่อย่างไรก็ตาม คดีอาญายังมีปมปัญหาอยู่ด้วย เพราะญาติผู้เสียชีวิต เคยมีการฟ้องตรงไปบ้างแล้ว ก็ปรากฏว่าศาลยุติธรรมแจ้งว่าต้องไปฟ้องที่ศาลทหาร
“มีการทดลอง 2 รายไปฟ้องที่ศาลทหาร อัยการศาลทหารยกฟ้อง ซึ่งยิ่งทำให้ญาติผู้เสียชีวิตไม่มีความไว้วางใจเชื่อมั่นในศาลทหาร หมายความว่า ต่อให้คดีความต่างๆ ที่ถูกแช่แข็งไว้ตอนรัฐประหาร 49 มีความคืบหน้าในรัฐบาลชุดนี้ ก็จะไปติดปัญหาว่า คดีความทางอาญา ต้องไปขึ้นศาลทหาร และมีแนวโน้มว่า อาจไม่ได้รับการพิจารณาอย่างเป็นธรรม ดังนั้น ในเรื่องนี้ จำเป็นต้องมีการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง คือ ธรรมนูญศาลทหาร เพื่อให้ในกรณีนี้ รวมถึงกรณีทั่วไปด้วย ที่ผู้กระทำผิดเป็นเจ้าหน้าที่ทหารที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิด แล้วไม่ได้เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ในยามสงคราม ต้องถูกพิจารณาในศาลยุติธรรมเสมอเหมือนกับประชาชนทั่วไป” นายชัยธวัชกล่าว
นายชัยธวัชกล่าวว่า ต้องมีการผลักดันให้มีการแก้ไขธรรมนูญศาลทหารต่อไป
“มีการตั้งอนุกรรมการศึกษาในประเด็นดังกล่าว พบว่ามันไปติดเงื่อนไขในรัฐธรรมนูญด้วย หากต้องการแก้ธรรมนูญศาลทหารเพื่อสร้างความเป็นธรรม ก็มีความจำเป็นต้องแก้รัฐธรรมนูญบางมาตราด้วย” นายชัยธวัชกล่าว

