หน้าแรก การเมือง นักวิชาการ ข้...

นักวิชาการ ข้องใจ 40 สว.รักษาการ ขยันเกินเบอร์ ยื่นสอบนายกฯ-พิชิต

19.05.24 | 16:53 น.

นักวิชาการ ข้องใจ 40 ส.ว.รักษาการ ขยันเกินเบอร์ ยื่นสอบนายกฯ-พิชิต

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม นายยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจําสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวถึงกรณี 40 ส.ว.ร่วมกันเข้าชื่อ ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตนี และนายพิชิต ชื่นบาน รมต.ประจําสํานักนายกฯ ต้องสิ้นสุดลงหรือไม่ เพราะใช้อํานาจนายกฯ แต่งต้ังรัฐมนตรีที่ขาดคุณสมบัติความซื่อสัตย์ และไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม ว่า ในแง่มุมกฎหมาย ส.ว.สามารถทําได้ตามรัฐธรรมนูญ แต่ในแง่ของความเหมาะสมคงมีคําถามกับ ส.ว.ชุดนี้ที่หมดวาระไปแล้ว ขณะนี้รักษาการอยู่ ควรทําหน้าที่เฉพาะเท่าที่จําเป็นหรือไม่

การรุกไล่ตรวจสอบ ต่อเนื่องมาจากการขอเปิดอภิปรายรัฐบาลตามมาตรา 153 ก็ถูกตั้งข้อสงสัยมากมายถึงมาตรฐานการทําหน้าที่ต่อรัฐบาลชุดนี้กับรัฐบาลชุดก่อน เราลืมไปกันเลยว่าภารกิจสําคัญของ ส.ว.ชุดนี้ที่ปวารณาตัวเข้ามาคือ การปฏิรูปประเทศ ถามว่าได้ทํากันไปถึงไหนแล้ว ส.ว.ชุดนี้ควรกลับไปทบทวนตัวเองหลังหมดหน้าที่ ส่วนประเด็นที่ยื่นวินิจฉัยคุณสมบัตินั้น ความจริงตําแหน่งสําคัญระดับนี้ใครไปใครมาจะต้องตรวจสอบอย่างเข้มข้นรอบคอบอยู่แล้ว กรณีดังกล่าวไม่พบความผิด ทั้งทางอาญา และแพ่ง เป็นเรื่องของการละเมิดอํานาจศาล นายพิชิตไม่ได้อยู่ที่เกิดเหตุ น่าเห็นใจว่าไม่มีโอกาสได้ยื่นอุทธรณ์ด้วย สําหรับข้อหาของ ส.ว.ค่อนข้างเป็นนามธรรม พิสูจน์ยาก ช่วงหลังมีการดําเนินการลักษณะนี้อย่างแพร่หลายในแวดวงการเมืองจนกลายเป็นความวุ่นวาย ถูกมองว่านํามาใช้เป็นเครื่องมือ

นายยุทธพรกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม เมื่อเรื่องเดินทางไปถึงศาลรัฐธรรมนูญแล้ว พร้อมมีรายงานข่าวว่าวันที่ 23 พฤษภาคมนี้ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะประชุมพิจารณาคําร้องของ 40 ส.ว. ก็คงออกได้ 2 ทางคือ 1.ไม่รับคําร้อง 2.รับคําร้อง ถ้ารับแล้วก็จะมีประเด็นต่อไปว่านายกฯ รวมทั้งรัฐมนตรีต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ อันนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

สําหรับรัฐบาลก็ดี นายกฯก็ดี รัฐมนตรีก็ดี สิ่งที่ต้องทําตอนนี้คงมีเพียงแค่เตรียมข้อมูลหลัก ฐานที่เกี่ยวพันข้อวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนตัวมองว่าโอกาสที่จะออกมาดีร้าย 50-50 และแน่นอนว่า หากผลลัพธ์เป็นลบร้ายแรงถึงขั้นเปลี่ยนตัวนายกฯ การเมืองก็จะวนลูปย้อนกลับไปสู่ความวุ่นวายเหมือนตอนตั้งรัฐบาลใหม่ๆ เต็มไปด้วยการต่อรอง จับขั้วดูด ส.ส. แต่น่าจะยุ่งเหยิงหนักกว่า เสถียรภาพการเมืองจะหลุดสมดุล ส่งผลสะเทือนเศรษฐกิจ คําถามก็จะย้อนกลับไปถาม ส.ว.ชุดนี้ว่าปฏิรูปประเทศแบบไหน

Advertisement