‘ทวี’ เยือนโปรตุเกส หารือทวิภาคีศึกษา ‘โปรตุเกสโมเดล’ ยกระดับการบำบัดผู้ติดยาเสพติดในประเทศไทย
เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ที่กรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย นายนิยม เติมศรีสุข ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม นายเพิ่มพงษ์ เชาวลิต สมาชิกวุฒิสภา พล.ต.ท. ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมการแพทย์ นายมานะ ศิริพิทยาวัฒน์ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. น.ส.สุภาพรรณ เตียพิริยะกิจ อัครราชทูตที่ปรึกษา ณ กรุงลิสบอน และคณะ ได้เข้าร่วมประชุมและหารือข้อราชการกับ ดร. อานา โพโว ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโปรตุเกส ( Dr. Ana Povo, Secretary of State for Health) และ ดร. ชูเอา กูเลา ประธานสถาบันเพื่อพฤติกรรมเสพติดและการพึ่งพายาเสพติดของโปรตุเกส (Dr. João Goulão, Chairman of Institute for Addictive Behaviours and Dependencies) ณ สถาบันเพื่อพฤติกรรมเสพติดและการพึ่งพายาเสพติด กระทรวงสาธารณสุข ประเทศโปรตุเกส

ในการประชุมฯ ดังกล่าว พ.ต.อ.ทวีได้กล่าวชื่นชมโปรตุเกสโมเดล ซึ่งประเทศไทยได้ศึกษาและนำมาเป็นพื้นฐานของการยกร่างประมวลกฎหมายยาเสพติดของไทย โดยยึดหลักการผู้เสพเป็นผู้ป่วย และได้รับการบำบัดโดยกระทรวงสาธารณสุข อย่างไรก็ตาม ในประเทศไทยยังมีความเห็นที่แตกต่างกันในประเด็นนี้อยู่ จึงอยากศึกษาแนวทางของโปรตุเกส ทั้งการบำบัดผู้ติดยาเสพติดที่เป็นกลุ่มผู้ต้องราชทัณฑ์ และกลุ่มผู้ถูกคุมประพฤติ
ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโปรตุเกส ได้ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวปฏิบัติภายใต้โปรตุเกสโมเดล ซึ่งยึดผู้เสพเป็นผู้ป่วย โดยกระทรวงยุติธรรมและกระทรวงสาธารณสุขจะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ ในเบื้องต้นจะแบ่งกลุ่มเป้าหมายออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้ติดยาเสพติดจะได้รับการบำบัดโดยกระทรวงสาธารณสุข ส่วนผู้ค้ายาเสพติดจะถูกดำเนินคดีโดยกระทรวงยุติธรรม สำหรับแนวทางการบำบัดผู้ติดยาเสพติดจะให้ความสำคัญกับ
1.การวิเคราะห์ข้อมูลรายบุคคล เพื่อประเมินว่าต้องการความช่วยเหลือด้านใด เช่น ความช่วยเหลือด้านกฎหมาย การสร้างอาชีพ การบำบัด
2.การบำบัดที่เหมาะสม เช่น การใช้สารทดแทน การจัดห้องเสพยาเสพติด การจัดโปรแกรมสุขภาพ ฯลฯ
3.การติดตาม เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ติดยาเสพติดสามารถกลับคืนสู่สังคมได้
นอกจากน้้น ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโปรตุเกส ได้เน้นย้ำความสำคัญของการเคารพหลักสิทธิมนุษยชน ตลอดทั้งกระบวนการบำบัดรักษา การลดการใช้ยาเสพติด และการเตรียมความพร้อมในการกลับคืนสู่สังคม โดยการแก้ไขปัญหายาเสพติดให้สำเร็จได้ จะต้องอาศัยการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม

คณะผู้แทนไทยได้ให้ความสนใจสอบถามโปรตุเกสในหลายประเด็น โดยผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโปรตุเกสได้ตอบข้อซักถามต่างๆ อาทิ
1.สถานภาพของกัญชา : ในโปรตุเกสใช้กัญชาได้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์เท่านั้น
2.ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการบำบัดผู้ติดยาเสพติด : รัฐบาลรับผิดชอบค่าใช้จ่าย 80% ครอบครัว 20% แต่หากครอบครัวไม่สามารถสนับสนุนค่าใช้จ่ายได้ ก็จะมีองค์กรภาคประชาสังคมให้ความช่วยเหลือ
3.ข้อห่วงกังวลในการดำเนินงาน : โปรตุเกส ยังคงมีความกังวลกับสารเสพติดที่อุบัติใหม่ และการกำหนดเกณฑ์เพื่อแบ่งแยกระหว่างการมีไว้เพื่อเสพ และการมีไว้เพื่อจำหน่าย
4. สัดส่วนของการใช้งบประมาณ : ให้ความสำคัญกับการป้องกันและลดจำนวนผู้ติดยาเสพติด เนื่องจากหากมีผู้ติดยาเสพติดน้อยลง การใช้งบประมาณในการบำบัดรักษาก็จะลดลง และคุณภาพของการบำบัดจะดีขึ้น

ในช่วงสุดท้าย พ.ต.อ.ทวี ได้กล่าวขอบคุณผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโปรตุเกส และประธานสถาบันเพื่อพฤติกรรมเสพติดและการพึ่งพายาเสพติดของโปรตุเกส รวมถึงคณะเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องที่ได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์โปรตุเกสโมเดลในการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด
ซึ่งเชื่อว่าความรู้ที่ได้ในวันนี้จะเป็นแนวทางให้คณะผู้แทนไทยนำไปปรับใช้ในการพัฒนาแนวทางการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดในประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพต่อไป


