หน้าแรก การเมือง สมชาย รับอยาก...

สมชาย รับอยากเห็น ศูนย์ทนายสิทธิฯ ยุบสักที ชี้ 10 ปียิ่งโต สะท้อนไทย เสรีภาพถอยหลัง

21.05.24 | 19:14 น.

สมชาย อยากเห็น ‘ศูนย์ทนายฯ’ ยุบสักที ชี้ 10 ปี ยิ่งโตยิ่งสะท้อนไทย ‘เสรีภาพถอยหลัง’ ร่วมเปิดนิรรศการ ‘วิสามัญยุติธรรม’

เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2567 ที่ชั้น 5 หอศิลปกรุงเทพมหานคร (BACC) ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ พิธีเปิดนิทรรศการ “วิสามัญยุติธรรม MURDERED JUSTICE” ซึ่งจัดขึ้นโดย ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ระหว่างวันที่ 21 – 26 พฤษภาคมนี้ เวลา 10.00-20.00 น.

นับเป็นเวลากว่า 10 ปีที่ศูนย์ทนายฯ จัดตั้งองค์กรให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมาย หลังมีการจับกุม ดำเนินคดีนักกิจกรรมที่ใช้เสรีภาพในการแสดงออกและกลุ่มคนที่เรียกร้องให้มีการเลือกตั้งหลังรัฐประหาร 22 พ.ค.2557 ซึ่งนับตั้งแต่ก่อตั้งศูนย์ทนายความฯ 2 วันหลังจากรัฐประหาร ได้ให้ความช่วยเหลือด้านการถูกดำเนินคดีจากการใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกอย่างต่อเนื่องถึง 2,594 คดี

เวลา 16.00 น. H.E. Mr. Remco van Wijngaarden เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย กล่าวเปิดงานนิทรรศการ วิสามัญยุติธรรม MURDERED JUSTICE

ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติร่วมงานคับคั่ง อาทิ ตัวแทนจากสถานทูตนิวซีแลนด์ สวิสเซอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา ไปจนถึงทนายความ นักวิชาการ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง นักการเมือง ภาคประชาสังคม ตลอดจนประชาชน ร่วมด้วย อาทิ ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ธงชัย วินิจจะกูล นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์, รศ.ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, น.ส.พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม, นายเอกชัย หงส์กังวาน, น.ส.อันนา อันนานนท์ กลุ่มนักเรียนเลว, น.ส.ประกายดาว พฤกษาเกษมสุข หรือ เทียน, น.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ หรือ ทนายแจม, น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล, น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว หรือ ลูกเกด ส.ส.ปทุมธานี พรรคก้าวไกล อดีตแกนนำกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย,เป็นต้น

Advertisement

ต่อมาเวลา 16.15 น. น.ส.พูนสุข พูนสุขเจริญ หรือ เมย์ ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน อ่านจดหมายจาก ‘อานนท์ นำภา’ ทนายความสิทธิ ที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำด้วยข้อหา ม.112

จากนั้น เวลา 16.25 น. รศ.สมชาย ปรีชาศิลปกุล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวปาฐกถา เปิดนิทรรศการในหัวข้อ “ขอฝ่าฟันผองภัยด้วยใจทะนง” ความตอนหนึ่งว่า ‘การรัฐประหาร’ ได้เปิดเส้นทางอำนาจนิยมที่ไม่แยแสความถูกต้อง ให้แสดงตนออกมาชัดเจน นับตั้งแต่การเคลื่อนไหวคัดค้านการรัฐประหาร 2557 เป็นต้นมา นอกจากการใช้กำลังรุนแรง ปราบปรามการเคลื่อนไหว การจัดการอีกรูปแบบของรัฐที่เด่นชัด คือ ‘การกดปราบด้วยกระบวนการยุติธรรม’

“การใช้กลไกทางกฎหมาย เข้ามาตอบโต้กับการเคลื่อนไหวของประชาชน หากมีการชุมนุมเกิดขึ้นจะยังไม่มีการสลายโดยตรง แต่เจ้าหน้าที่รัฐ จะมีการเก็บข้อมูล และหลังชุมนุมจะมีการดำเนินคดีเกิดขึ้น ทั้งแจ้งข้อหา สั่งฟ้อง พิจารณา ตัดสิน และจำคุก” รศ.สมชายชี้

รศ.สมชาย กล่าวต่อว่า การกดปราบ จะเกิดขึ้นก็ด้วยการอ้างอิงข้อกฎหมาย ให้ดูราวกับว่า เป็นไปอย่างถูกต้องและชอบธรรม แต่จากกระบวนการที่เกิดขึ้น เผยให้เห็นถึงความไร้หลักวิชา ของบุคคลและองค์กรที่เข้ามาเกี่ยวข้อง

แม้ขั้นตอนกดปราบ จะมีหน่วยงานรัฐเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างหลากหลาย นับตั้งแต่ตำรวจ อัยการ ศาล บางองค์กรถูกมองว่ามีมาตรฐาน แต่บัดนี้เผยให้เห็นแล้วว่าเป็นเพียงมายาภาพ ที่สร้างขึ้นเท่านั้น

”เป็นไปได้อย่างไร ผู้ปิดสนามบิน ล้อมทำเนียบ ล้วนได้รับประกันตัวอย่างง่ายดาย บางคดีมีคำตัดสินที่อธิบายว่าการกระทำเหล่านั้น เป็นไปเพื่อประโยชน์ของคนส่วนร่วม ในขณะที่นาทีนี้ ชั่วโมงนี้ มีหลายคนที่อยู่ในคุก พวกเขาและเธอกลับไม่ได้รับประกันตัวอย่างต่อเนื่อง พวกเขาทำอะไรร้ายแรงอย่างนั้นหรือ ถึงทำให้ตกอยู่ในสภาวะ ‘ไม่มีเหตุให้เปลี่ยนแปลงคำสั่ง’“ รศ.สมชายกล่าว และว่า

การกดปราบด้วยกระบวนการยุติธรรม ส่งผลไม่น้อยต่อการเคลื่อนไหวของประชาชน ระยะทาง ระยะเวลา ค่าใช้จ่าย ทนายความ ทรัพยากรนานาชนิด ถูกดึงเข้าไปอยู่ในขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งรวมถึงไม่ให้ย้ายการพิจารณามาที่กรุงเทพฯ บัดนี้ เขาได้รับความยุติธรรม กลับคืนมาแล้วหรือ มีเคสไม่น้อยที่มีลักษณะเช่นนี้

รศ.สมชาย กล่าวต่อว่า กระบวนการยุติธรรมในห้วงเวลาปัจจุบัน สะท้อนให้เห็นว่า ไม่ใช่การวินิจฉัยตามบทบัญญัติ และหลักการของข้อกฎหมาย กระหยิ่มยิ้มย่อง ว่าตนเองจะไม่ต้องรับผิด

“หลายคดีที่ข้าพเจ้าได้ไปร่วมให้ความเห็น แม้ได้ยืนยันเต็มที่ในหลักวิชา แต่ก็สามารถถูกปัดทิ้งได้อย่างไม่ใยดี มันคือความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธ”

ข้าพเข้ามีเหตุผล 3 ประการ ในการต่อสู้กับกระบวนการกดปราบ ดังนี้

1.การต่อสู้ในศาล ต้องไม่แยกขาดจากการต่อสู้ข้างนอก อย่างการปฏิเสธไม่ให้ประก้นตัว นำมาซึ่งข้อโต้แย้ง เช่น ในคดี ม.112 ก็คือการโต้แย้งถึงความเป็นการกลางในการตัดสินคดี

“กฎหมาย จึงเป็นการเมือง ไม่มีกฎหมายที่ปราศจากอุดมการณ์-ความเชื่อ ที่มักเข้าใจกันอย่างตื้นเขินในแวดวงรัฐศาสตร์ของไทย และการปล่อยให้การต่อสู้อยู่แต่ข้างในศาลเพียงอย่างเดียว ก็คือการลดทอนความสำคัญของพื้นที่ทางการเมืองลง” รศ.สมชายชี้

2.ความสำเร็จ หรือความล้มเหลว ไม่ใช่เรื่องเดียวกับชัยชยะทางคดี มีตัวอย่างในประวัติศาสตร์จำนวนมากที่บ่งชี้ว่า ความสำเร็จกับความล้มเหลว ไม่ใช่เรื่องเดียวกับความพ่ายแพ้หรือชนะในคดี

“ตรงกันข้าม ความพ่ายแพ้ในหลายคดี กลับนำไปสู่การโต้แย้ง-ถกเถียง ก่อนเกิดการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ในระยะยาว การไม่ยอมจำนนต่อความวิปริตในสังคม คือหัวใจสำคัญของการเคลื่อนไหว” รศ.สมชายระบุ

3.การเปิดโปงให้เห็นถึงโครงสร้างที่ใหญ่กว่าคดี ‘การกดปราบ’ จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ถ้ากระบวนการยุติธรรมมีความเข้มแข็ง ตรงกันข้าม องค์กรเหล่านี้ กลับกลายเป็นส่วนหนึ่งที่ซ่อนตัวในระบอบอำนาจนิยมมาอย่างยาวนาน ทำให้เราตระหนักรู้ว่า หากต้องการสร้างสังคมประชาธิปไตย ที่สิทธิเสรีภาพจะดำรงได้อย่างมั่นคง ‘การปฏิรูป ปฏิสังขรณ์ ปฏิวัติ’ หรืออะไรก็ตาม เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในวันข้างหน้า

“ความใฝ่ฝันประการหนึ่งที่มีต่อหน่วยงานนี้ (ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน) คือ ข้าพเจ้าไม่ต้องการเห็นองค์กรนี้เติบโต ขยายงาน มีงบประมาณ คน เพิ่มมากขึ้น เพราะยิ่งเติบโต ยิ่งแสดงให้เห็นถึงความถอยหลังของสิทธิเสรีภาพ ในประเทศไทยมากเท่านั้น

“ข้าพเจ้าอยากเห็นศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ปิดตัวลงอย่างรวดเร็ว เพื่อแสดงให้เห็นว่า สังคมไทยเข้าสู่ภาวะสังคมปกติ ไม่มีการใช้กฎหมายกลั่นแกล้งตามอำเภอใจ หรือจำคุกโดยไม่แยแส นักโทษทางความคิดได้ออกมาใช้ชีวิตตามปกติ หวังว่า จะมีโอกาสได้เห็นงานเลี้ยงปิดตัวของศูนย์ทนายฯ ในอนาคตอันไม่ไกลมากนัก” รศ.สมชาย กล่าว

บรรยากาศ เวลา 16.50 น. มีการนำทัวร์ชมนิทรรศการวิสามัญยุติธรรม โดย น.ส.เยาวลักษ์ อนุพันธุ์ ผู้อำนวยการศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ร่วมบรรยายเป็นภาษาไทย และ น.ส.ศิริกาญจน์ เจริญศิริ หรือ จูน รองผู้อำนวยการ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ร่วมบรรยายภาคภาษาอังกฤษ ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติร่วมงานอย่างคับคั่ง