เศรษฐาขอบคุณสปิริต หลังทราบข่าวพิชิตไขก๊อก รมต. เพื่อให้ประเทศไปต่อ
นายพิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเมื่อเย็นวันที่ 21 พฤษภาคมว่า หลังยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งว่ามีอะไรกดดัน ผู้สื่อข่าวถามว่าได้คุยกับนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีแล้วหรือไม่ นายพิชิตกล่าวว่า ชื่นบานๆ สบายๆ ไม่มีอะไร ชื่นบาน ไม่มีอะไรกดดันเลย บอกแล้วว่าตัวเบาหวิว
“อยู่ให้คนรัก จากให้คนคิดถึง สโลแกนของผมคือ ทำงานจริงจัง คบได้จริงใจ” จากนั้นขึ้นรถออกจากทำเนียบรัฐบาลไป อย่างไรก็ตามเมื่อเช้าวันเดียวกัน นายพิชิตกล่าวว่า การตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) รัฐมนตรีต้องกรอกรับรองคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม โดยสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) จะต้องตรวจสอบ โดยส่งเรื่องที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม ตรวจประวัติ ว่าไปทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาทุกหมวดหรือไม่ สิ่งเหล่านั้นจะอยู่ในทะเบียนประวัติอาชญากร หากสงสัยจึงถามคณะกรรมการกฤษฎีกา นายกฯ ก็ทำตามกระบวนการขั้นตอนกฎหมาย ต้องขอบคุณ และไม่โกรธ 40 ส.ว. ที่ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ ในคำอธิบายของคณะกรรมการกฤษฎีกาที่ระบุเรื่องคุณสมบัติได้ยกเว้นเรื่องของคำสั่ง หมายความว่าตนมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามการเป็นรัฐมนตรี
“เรื่องที่เกิดเป็นวาระวงจรอุบาทว์ ทั้งที่นายกฯ บริหารราชการอยู่ดีๆ แล้วจะมาทำให้ผู้นำประเทศหลุดจากตำแหน่ง ผมมีเพื่อนใน ส.ว.รู้รายละเอียดการกระทำครั้งนี้ ว่ามีพฤติกรรมอย่างไร เป็นคนของใคร แต่ขอไม่พูดและขอบคุณนายเสรี สุวรรณภานนท์ นายวันชัย สอนศิริ ที่ออกมาพูดความจริง ว่าผมไม่ได้ต้องคำพิพากษาประพฤติผิดจริยธรรม”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พอนายพิชิตให้สัมภาษณ์จบ ก่อนเดินเข้าห้องประชุม ครม.ได้ชูกำปั้นแสดงความมั่นใจในเรื่องดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม นายพิชิตได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 28 เม.ย.2567 และเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนปฏิบัติหน้าที่ 3 พ.ค. รวมเวลาดำรงตำแหน่ง 24 วัน
นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่กรุงโรม สาธารณรัฐอิตาลี ว่า นายพิชิตเห็นแก่ประโยชน์บ้านเมืองเป็นหลัก อยากให้นายกฯ และคณะรัฐมนตรีเดินไปข้างหน้าได้ ขณะที่ปัญหาในบ้านเมืองก็หนักหนาอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเศรษฐกิจ สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพิ่งจะแถลงตัวเลข GDP ซึ่งตัวเลขอยู่ที่ 1.5 ถือว่าต่ำติดดิน เข้าใจว่าถ้ามีการพูดคุยกันกับทางเลขาธิการสภาพัฒน์ไม่ว่าจะเป็นภาคบริการซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลนี้ได้ทำมาตลอด ในเรื่องของการท่องเที่ยว หลายเรื่องเราต้องเดินหน้าต่อไปเข้าใจว่านายพิชิตอยากให้รัฐบาลเดินไปข้างหน้าได้โดยไม่ต้องเป็นห่วงเป็นใย ต้องขอขอบคุณในสปิริตที่แสดงออกมา คิดว่าเป็นการเสียสละและไม่อยากไปกดดันศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้ได้พิจารณาอย่างอิสระจริงๆ ในกรณีนี้มีคำถามมาเยอะและมีข้อข้องใจเยอะ ฉะนั้นตัวท่านเองไม่อยากที่จะเป็นภาระของรัฐบาลจึงได้แสดงสปิริตออกมา จึงต้องขอขอบคุณ เดี๋ยวจะโทรไปหานายพิชิต ต้องโทรไปให้กำลังใจนายพิชิต

