‘กัณวีร์’ คัดค้านการส่งกลับทหารเมียนมาที่หนีทัพมาด้านอ.อุ้มผาง จ.ตาก หากก่ออาชญากรรมสงคราม จี้ รัฐบาลอย่าใส่เกียร์ว่าง อยากเห็น รมว.ต่างประเทศคนใหม่ แสดงบทบาทการแก้ไขสถานการณ์ชายแดนไทย-เมียนมา
วันที่ 25 พฤษภาคม นายกัณวีร์ สืบแสง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม กล่าวถึง กรณีที่เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ทหารเมียนมา 31 นาย จากกองพันเคลื่อนที่เร็ว ที่ 557, 339 และ 311 ซึ่งประจำการอยู่ในหมู่บ้านโพซิมู อำเภอดูปลายา รัฐกะเหรี่ยง ได้หลบหนีออกจากฐาน ซึ่งทหารของ SAC (State Administration Council หรือ สภาบริหารแห่งรัฐ) ที่หลบหนีกลุ่มนี้เกี่ยวข้องกับการสังหารพลเรือน 4 ราย รวมถึงสตรีมีครรภ์ 5 เดือน ก่อนที่จะมุ่งหน้าต่อไปและข้ามพรมแดนมาฝั่งไทย ยังหมู่บ้านเปิ่งเคลิ่ง ใน อ.อุ้มผาง จ.ตาก

นายกัณวีร์ กล่าวว่า สถานการณ์การสู้รบบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา ยังเกิดขึ้นต่อเนื่องทำให้มีทั้งทหารเมียนมาและกองกำลังต่างๆรวมทั้งประชาชนที่หลบหนีการสู้รบเข้ามา ดังนั้นสิ่งที่รัฐบาลไทยต้องคำนึงใน 2 มิติคือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศระหว่างไทย-เมียนมา และความสัมพันธ์ระดับพหุภาคี ซึ่งประเทศไทยจำเป็นต้องเปิดรับคนที่หนีตายจากการสู้รบ ตามหลักมนุษยธรรม ขณะเดียวกันต้องยึดมั่นในหลักการหากผู้ที่หนีภัยเข้ามาเป็น SAC ที่เป็นอาชญากรสงคราม จำเป็นต้องพิจารณาให้ดี เพราะเป็นผู้ก่ออาชญากรรมระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ดังนั้นจำเป็นหรือไม่ที่ประเทศไทยต้องส่งกลับคนกลุ่มนี้ เพราะหากส่งกลับอาจกลายเป็นการสนับสนุนคนที่ก่ออาชญากรรมสงครามได้ เช่น การเผาบ้าน การสังหารผู้บริสุทธิ์
“การใช้อำนาจทางทหารไปละเมิดสิทธิมนุษยชนของผู้บริสุทธิ์ เขาจะไม่ใช่ผู้ที่ได้รับการคุ้มครองระหว่างประเทศเพราะเป็นอาชญากรสงคราม เขาต้องได้รับการลงโทษจากกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งกฎหมายในประเทศตัวเองและกฎหมายระหว่างประเทศ ดังนั้นประเทศไทยจำเป็นต้องพิจารณาให้ดี” นายกัณวีร์ กล่าว
นายกัณวีร์ กล่าวว่า ประเทศไทยสามารถใช้กลไกความมั่นคงชายแดน ในการแก้ไขปัญหาได้อยู่แล้ว แต่จำเป็นต้องมีกรอบปฎิบัติในระดับนโยบายด้วย เพราะจะมีสถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะต้องมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนในกรณีแบบนี้ เพราะเกี่ยวกับหลักกฎหมายระว่างประเทศว่าด้วยมนุษยธรรม และการดำเนินการกับอาชญากรสงคราม ที่จะต้องเป็นจุดยืนระหว่างประเทศของไทยด้วย และกรณีนี้อยากเห็นคณะกรรมการเฉพาะกิจบริหารสถานการณ์อันเนื่องมาจากความไม่สงบในเมียนมา ที่ก่อนหน้านี้ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้แต่งตั้ง นายปานปรีย์ พหิทธานุกร อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ เป็นประธาน แต่หลังนายปานปรีย์ ลาออก ยังไม่เห็นว่ารัฐบาลจะทำอย่างไรกับคณะกรรมการชุดนี้ จึงอยากเห็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนใหม่ นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ จัดการเรื่องนี้ด้วย
“ผมอยากเห็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนใหม่ ตัดสินใจเรื่องนี้ เพราะเป็นทั้งปัญหาเร่งด่วน และสิ่งที่ไทยต้องเตรียมการรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นอีก รัฐบาลไม่ควรใส่เกียร์ว่างกับปัญหาสถานการณ์ชายแดนไทย-เมียนมา เพราะจะมีเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนถึงวันนี้ก็ยังไม่เห็นว่าจะทำอย่างไรต่อไป ไม่รวมถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร ที่พยายามเจรจากับกลุ่มต่างๆ สรุปแล้วใครจะเป็นคนกลางในเรื่องนี้กันแน่”

นายกัณวีร์ กล่าวว่า เห็นด้วยกับการมีบทบาทในการสร้างสันติภาพในเมียนมา แต่จะมีหน้าที่กันอย่างไร ใครจะทำอะไร รัฐบาลไทยจะเป็นอะไร จะเป็น Peace Broker เป็น Mediator ต้องเอาให้ชัด โดยเฉพาะกรณีนี้มีภาคประชาสังคมกะเหรี่ยงร่วมคัดค้านการส่งกลับด้วย เช่น เครือข่ายสันติภาพกะเหรี่ยง (Karen Peace Support Network-KPSN) ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ทางการไทย ไม่ส่งผู้กระทำผิดเหล่านั้นกลับไปยังทางการเมียนมาโดยไม่สอบสวนการมีส่วนร่วมในการสังหาร เพื่อที่ทหารกลุ่มนี้จะได้รับผิดชอบต่ออาชญากรรมที่เกิดขึ้นนี้
เช่นเดียวกับ องค์กรสตรีกะเหรี่ยง (Karen Women’s Organization-KWO) โพสต์ข้อความว่า เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ทหารเมียนมา 31 นายหลบหนีเข้าประเทศไทย ทหารเหล่านี้ถูกกล่าวหาว่าสังหารพลเรือน 4 รายรวมทั้งสตรีมีครรภ์ด้วย ขณะนี้พวกเขาอยู่ในความดูแลของกองทัพไทย องค์กรสตรีกะเหรี่ยงจึงขอเรียกร้องให้กองทัพไทยดำเนินการสอบสวนอย่างเป็นกลาง ก่อนที่จะส่งคนเหล่านี้กลับไปเมียนมา หากพิสูจน์ได้ว่าคนเหล่านี้ควรถูกส่งตัวไปยังหน่วยงานระหว่างประเทศเพื่อรับผิดชอบอาชญากรรมสงครามของพวกตน

