ผู้สมัคร ส.ว.บุก กกต. จี้รื้อระเบียบแนะนำตัวถกศาล
กรณีศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาเพิกถอนระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ว่าด้วยการแนะนำตัวในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) 2567 ให้อิสระผู้สมัครในการแนะนำตัวมากขึ้น
มีรายงานว่า สำนักงานได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งศึกษาคำพิพากษาของศาลปกครอง เพื่อเสนอให้ที่ประชุมกกต.ได้พิจารณาในการประชุมวันที่ 27 พฤษภาคม ว่าควรจะดำเนินการอย่างไรต่อไป เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติให้แก่ผู้สมัครส.ว. เนื่องจากระเบียบกกต.ฉบับเดิมยังถือว่ามีผลบังคับใช้อยู่ตามมาตรา 70 ของ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครอง ที่กำหนดว่ากรณีคำพิพากษาศาลปกครองชั้นต้น ให้รอการปฏิบัติตามคำบังคับจนกว่าจะพ้นระยะเวลาการอุทธรณ์ หรือในกรณีที่มีการอุทธรณ์ให้รอการบังคับคดีไว้จนกว่าคดีจะถึงที่สุด
ผู้สื่อข่าวรายงานงานว่า ขณะที่ในวันที่ 27 พฤษภาคม กลุ่มผู้สมัครส.ว. ภาคประชาชน Senate for Change นำโดย นายพนัส ทัศนียานนท์ นพ. ไพโรจน์ สว่างตระกูล และน.ส.ชลณัฏฐ์ โกยกุล เตรียมยื่นข้อเรียกร้องต่อ กกต. กรณีศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้เพิกถอนระเบียบกกต.ดังกล่าว ทำให้การแนะนำตัวจะไม่มีข้อจำกัดทั้งในแง่ของรูปแบบ เนื้อหา ผู้สมัครสามารถแนะนำตัวกันได้อย่างอิสระ แต่เนื่องจากผลของคำพิพากษายังไม่เกิดขึ้นทันที เพราะ กกต.ยังมีสิทธิจะอุทธรณ์คำวินิจฉัยของศาลปกครองกลางภายใน 30 วัน
ดังนั้น กลุ่มผู้สมัครส.ว.ภาคประชาชน จะเดินไปยังกกต.เพื่อเรียกร้องประเด็นสำคัญ ดังนี้ 1.กกต. ต้องไม่อุทธรณ์คำวินิจฉัยดังกล่าว และแถลงยืนยันอย่างเป็นทางการและเป็นลายลักษณ์อักษรโดยเร็วที่สุด เพื่อให้เกิดความชัดเจน 2. หาก กกต. เลือกที่จะออกระเบียบการแนะนำตัวใหม่ ระเบียบที่ออกมาจะต้องไม่ขัดกับแนวทางที่ศาลปกครองวางไว้ ไม่จำกัดการรับรู้หรือให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวผู้สมัคร ส.ว. และต้องคำนึงถึงหลักการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นสำคัญ

