‘พริษฐ์’ ขอบคุณ หลัง โพลชู ‘ก้าวไกล’ คะแนนนิยมอันดับ 1 ชี้ยังทำงานหนักต่อไปแม้เป็นฝ่ายค้าน ชูผลักดันความเปลี่ยนแปลง ผ่านสภา-พื้นที่ท้องถิ่น-พื้นที่ทางความคิด หวังได้ความไว้วางใจเพิ่มจนตั้งรัฐบาลได้ในสมัยหน้า
เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์กรณีผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนของสถาบันพระปกเกล้า ที่สะท้อนว่าผ่านมา 1 ปีหลังการเลือกตั้ง คะแนนนิยมของพรรคก้าวไกลเพิ่มมากขึ้น และอาจนำมาสู่ที่นั่ง ส.ส. มากกว่า 200 ที่นั่ง ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ว่า ต้องขอบคุณประชาชนที่ให้ความไว้วางใจพรรคก้าวไกล ในมุมของพรรคก้าวไกลเราพูดมาตลอดว่าเรากำลังแข่งกับตัวเอง
โพลถือเป็นหนึ่งในกำลังใจที่ดีให้กับคนในพรรค แต่เราก็ยังคงทำงานหนักต่อไปไม่ได้ปล่อยให้ผลโพลตรงนี้ทำให้เราทำงานน้อยลง เราจะทำงานหนักต่อไปในการผลักดันการเปลี่ยนแปลงตามที่เราได้สัญญาไว้กับประชาชน แม้ว่าเราจะเป็นฝ่ายค้านรวมถึงการเตรียมความพร้อมเป็นรัฐบาลที่สามารถนำพาการเปลี่ยนแปลงมาได้ หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชนในการเลือกตั้งครั้งต่อไป
เมื่อถามว่าผลโพลสามารถวัดได้หรือไม่หากพรรคก้าวไกลเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองและตั้งพรรคการเมืองใหม่ ประชาชนจำนวนมากก็ยังจะสนับสนุน นายพริษฐ์กล่าวว่า ยังไม่อยากด่วนสรุปว่าพรรคจะถูกยุบ โฟกัสหลักของเราตอนนี้คือทำอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้พรรคถูกยุบ เพื่อให้เรายังมีบุคลากรของพรรคที่พร้อมขับเคลื่อนในการทำงานของพรรคต่อไป
ส่วนกรณีที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ระบุว่า พรรคก้าวไกลจำเป็นต้องได้ ส.ส.ถึง 250 คนเพื่อให้ได้เป็นรัฐบาลในการเลือกตั้งครั้งต่อไปสามารถทำได้หรือไม่นั้น
นายพริษฐ์ ระบุว่า เรายังอยู่ห่างไกลการเลือกตั้งครั้งหน้ามาก อาจจะยังไม่ใช่จังหวะที่เราจะต้องคาดการณ์ผลการเลือกตั้ง โอกาสที่เราจะได้รับความไว้วางใจจากประชาชนจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับผลงานหรือการเปลี่ยนแปลงที่เราสามารถผลักดันได้ในฐานะฝ่ายค้าน พื้นที่ที่เราจะใช้ในการผลักดันการเปลี่ยนแปลง
หลักๆ มีอยู่ 3 พื้นที่คือ 1.พื้นที่สภาในฐานะฝ่ายค้าน ไม่ว่าจะเป็นการผลักดันกฎหมาย 2.พื้นที่ท้องถิ่น เราตั้งใจจะแข่งขันในการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นหากเราได้รับโอกาสเข้าไปบริหารท้องถิ่น และเราสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงในเชิงพื้นที่ได้ก็จะเป็นอีกหลักฐานหนึ่งที่ทำให้ประชาชนไว้ใจฝีมือในการบริหาร และ 3.พื้นที่ทางความคิด คือวาระต่างๆ ที่เราอยากผลักดัน จะทำอย่างไรให้เราพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายให้รอบด้านและแหลมคมขึ้น
เพื่อไม่ให้เป็นนโยบายที่ฟังดูดีแต่ไม่สามารถทำได้ นโยบายต่างๆ จะต้องสามารถปฏิบัติได้จริง ผลงานของเราในการผลักดันผ่านสามพื้นที่นี้จะเป็นตัวแปรสำคัญที่จะกำหนดให้เราได้รับความไว้วางใจเพิ่มขึ้น รวมถึงสามารถตั้งรัฐบาลได้สำเร็จในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

