หน้าแรก การเมือง ส.ว.ยังลุยต่อ...

ส.ว.ยังลุยต่อ ขอข้อมูลหมอวรงค์ สอบพิรุธจำนำข้าว  หอมมะลิ กลายเป็นข้าวขาว

28.05.24 | 12:40 น.

ส.ว.ยังลุยต่อ ขอข้อมูลหมอวรงค์ สอบพิรุธจำนำข้าว  หอมมะลิ กลายเป็นข้าวขาว

วันที่ 28 พฤษภาคม นายสมชาย แสวงการ ส.ว. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ให้สัมภาษณ์กรณีการตรวจสอบโครงการรับจำนำข้าว ที่รัฐบาลเตรียมเปิดประมูลข้าวจากโครงการรับจำนำข้าวปี 2556/2557 ว่า เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา กมธ.ฯได้เชิญหลายหน่วยงานเข้าให้ข้อมูล อาทิ องค์การคลังสินค้า (อคส.) กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สภาองค์กรผู้บริโภค และ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี

ซึ่งจากการรับฟังข้อมูลของหน่วยงานที่ชี้แจง พบประเด็นข้อพิรุธในหลายประเด็น คือ กรณีที่จะนำข้าวในโกดัง ที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ระบุว่านำไปประมูล คือ โกดังกิตติชัย และ บจก.พูนผลเทรดดิ้ง ได้เคลียร์ข้อกฎหมายให้ลุล่วงแล้วหรือไม่ หลังจากที่พบว่ามีคดีฟ้องร้อง เช่น โกดังกิตติชัย ที่เปิดประมูลไป 2.9 หมื่นตัน และบริษัทที่ได้ประมูล คือ ส.ชัยเจริญ รับข้าวไปเพียง 439 ตัน ส่วนที่เหลือนั้นไม่รับข้าว เนื่องจากพบว่าเป็นข้าวขาว ไม่ใช่ข้าวหอมมะลิ ทำให้ซึ่งเป็นคดีอยู่ในศาลชั้นต้น

“ตอนรับจำนำระบุในบัญชีข้าวว่าจำนำเป็นข้าวหอมมะลิ แต่เมื่อขาออกพบว่าเป็นข้าวขาว ซึ่งราคาของชนิดข้าวนั้นแตกต่างกัน ผมสงสัยว่าจะมีค่าส่วนต่างหรือไม่ ซึ่งโกดังกิตติชัยนั้นเปิดประมูลไป 3 รอบ แต่ละรอบมีราคาที่ต่างกัน ครั้งแรก กิโลกรัมละ 23 บาท ครั้งที่สองขายราคากิโลกรัมละ 11 บาทให้กับบริษัทยโสธรอินเตอร์เทรดไรซ์ และครั้งที่สาม ราคากิโลกรัมละ 23 บาท” นายสมชายกล่าว

นายสมชายกล่าวต่อว่า ในโกดัง บจก.พูนผลเทรดดิ้ง พบว่า บจก.พูนผลเทรดดิ้งเป็นผู้ประมูลข้าวออกจากโกดังของตนเอง แต่พบว่าเมื่อประมูลได้แล้วกลับทิ้งข้าว ซึ่งคดีดังกล่าวอยู่ในชั้นของศาลปกครองกลาง ประเด็นของ บจก.พูนผลเทรดดิ้ง ผมมองว่ามีพิรุธ เพราะปัจจุบัน อคส. ยังต้องจ่ายค่าเช่าโกดังให้กับเจ้าของ ทั้งนี้ ในการชี้แจง กมธ.ได้ขอเอกสารและรายละเอียดจาก อคส. ในฐานะตัวแทนของกระทรวงพาณิชย์ เพื่อตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้ง

Advertisement

พร้อมกับเตรียมทำหนังสือไปยัง รมว.พาณิชย์ และปลัดกระทรวงพาณิชย์ ให้ชี้แจงในประเด็นข้อสงสัย เช่น จำนวนข้าวที่คงเหลือตามโครงการรับจำนำปี 2556/2557 ว่าคงเหลืออีกจำนวนเท่าใด และอยู่ในโกดังใดบ้าง อย่างไรก็ตาม สตง.ได้ชี้แจงต่อบัญชีข้าวที่ลงนามรับรองในปี 2566 ว่าคงเหลือ 693 ล้านบาท แต่ไม่ทราบจำนวนข้าวที่ค้างทั้งหมด

“ก่อนที่ รมว.พาณิชย์ จะเปิดประมูลขายข้าวในโครงการรับจำนำ ควรเคลียร์ประเด็นข้อกฎหมายให้ชัดเจนก่อนประมูลว่า กรณีที่ 2 โกดังนั้นมีการฟ้องร้องกันในชั้นศาลจะสามารถนำข้าวออกมาประมูลขายได้หรือไม่” นายสมชายกล่าว

นายสมชายกล่าวด้วยว่า สำหรับคุณภาพของข้าว แม้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะตรวจและระบุว่าข้าวรับประทานได้ แต่ กมธ.ฯ ขอให้กระทรวงพาณิชย์เข้าไปตรวจสอบอีกครั้ง โดย กมธ.จะทำหนังสือเพื่อขอเข้าร่วมในการตรวจสอบครั้งใหม่ด้วย เพราะกรณีที่นำข้าวให้ตรวจสอบรอบแรกนั้นไม่มีรายละเอียด อีกทั้งจากข้อมูลที่ได้รับหลังจากที่กระทรวงพาณิชย์พานักข่าวไปตรวจสอบ พบสภาพของกระสอบข้าวที่ไม่ตีตรา ซึ่งมีข้อสงสัยว่าได้เปลี่ยนกระสอบ หรือนำข้าวจากที่อื่นมาหรือไม่ ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นใจของผู้บริโภคและการขายไปยังต่างประเทศ ที่ขณะนี้พบว่าทางทูตแอฟริกาได้ประท้วงกรณีที่รัฐบาลไทยเตรียมส่งข้าวในโครงการรับจำนำออกขาย ดังนั้นควรสุ่มตรวจอีกครั้ง ไม่ใช่สุ่มข้าวเฉพาะกระสอบใหม่

นายสมชายกล่าวต่อว่า จากโกดังที่ รมว.พาณิชย์เข้าไปตรวจสอบ พบว่ามีการจัดแสดง จัดเรียงข้าวใหม่ เพราะก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 6 ต.ค.65 มีภาพที่ยืนยันได้ว่ากองข้าวนั้นมีสภาพแตก และกองข้าวล้ม ไม่ได้จัดเรียงให้เป็นระเบียบตามที่มีภาพออกสื่อ อีกทั้ง อคส.ยังระบุว่า ก่อนที่ รมว.พาณิชย์จะเข้าไปตรวจสอบ พบการว่าจ้างให้เข้าไปทำความสะอาด วงเงินรวม 1.8 แสนบาท ทั้งที่ควรเป็นความรับผิดชอบของโกดังที่ให้เช่า และจากข้อมูลที่ได้รับคือ ตั้งแต่ปี 57 ถึงปัจจุบัน โกดังที่รับจำนำข้าวนั้นไม่มีการปรับปรุง เมื่อมีการประมูลจะประมูลตามสภาพ