“พริษฐ์” ชี้ ไม่ใช่ครั้งแรกที่”รบ.เศรษฐา“ ตั้งคนเชื่อมโยงยุค “ประยุทธ์” ถาม เจตนาตั้ง ”วิษณุ“ เพื่ออะไร ย้ำจุดยืน “ก้าวไกล” ไม่เห็นด้วยสว.ยื่นศาลรธน.ตีความจริยธรรม มอง ทางที่ดีที่สุดคือไม่ควรตั้ง “พิชิต” ตั้งแต่แรก ลั่น “นายกฯ“ ต้องรับผิดชอบทางการเมือง
เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2567 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี แต่งตั้ง นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกฯ เป็นที่ปรึกษาเลขาธิการสำนักงานคณะรัฐมนตรี (สลค.) ว่า ตนเพิ่งทราบข่าว ยังไม่ได้ดูในรายละเอียด คงต้องไปถามนายเศรษฐาว่า เจตนาในการตั้งเป็นไปเพื่ออะไร จะเป็นเพื่อจุดประสงศ์เฉพาะหน้าเพื่อมาช่วยเรื่องคดีที่ศาลรัฐธรรมนูญ หรือตั้งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ในระยะยาวในการดำเนินงานของรัฐบาล แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ตนคิดว่าไม่ใช่เป็นครั้งแรกที่เราเห็นการที่รัฐบาลชุดนี้จะดึงบุคลากรจากรัฐบาลที่แล้ว ภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมงานของรัฐบาลชุดนี้
เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่โซเชียลขุดเรื่องนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ เคยทวีตถล่มนายวิษณุ ในรัฐบาลที่แล้ว แต่รัฐบาลนี้ก็ยังแต่งตั้งนายวิษณุขึ้นมา นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้ตั้งขึ้นมาครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราเห็นรัฐบาลตั้งคนที่เชื่อมโยงกับรัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์
นายพริษฐ์ กล่าวว่า ในเชิงจุดยืนของพรรคก้าวไกลต่อเรื่องที่เกิดขึ้นในเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญ ตนคิดว่าเราชัดเจนว่า ในมุมหนึ่งเราตั้งคำถามถึงความเหมาะสม ที่นายกฯแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ เป็นรัฐมนตรี แต่อีกมุมหนึ่งเราไม่เห็นด้วยกับวิธีการในการที่ส.ว.เลือกใช้ คือยื่นเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้วินิจฉัยเกี่ยวกับเรื่องจริยธรรม ซึ่งเรามองว่า เป็นเรื่องที่เป็นนามธรรมสูง และช่องทางนี้อาจเปิดช่องให้สามารถเอาอำนาจที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนมาตีความประเด็นเรื่องจริยธรรม ไปในทางที่มิชอบได้
“แม้เราไม่เห็นด้วยกับการตั้งนายพิชิตมาเป็นรัฐมนตรี แต่เราก็ไม่เห็นด้วยกับวิธีการที่จะเอาศาลรัฐธรรมนูญมาตีความเรื่องจริยธรรม ฉะนั้น ทางที่ดีที่สุคคือนายกฯควรจะเลือกที่ไม่ตั้ง นายพิชิตตั้งแต่ต้น หรืออย่างน้อยควรแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง ”นายพริษฐ์ กล่าว
เมื่อถามถึงกรณีที่นายกฯถามคณะกรรมการกฤษฎีกาแค่บางอนุมาตรานั้น นายพริษฐ์ กล่าวว่า จากที่ตนเข้าใจคืออนุมาตราที่นายกฯ ถามคณะกรรมการกฤษฎีกานั้น ไม่ใช่เป็นอนุมาตราที่ส.ว.ยื่นไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นเรื่องของข้อกฎหมาย โดยทางอนุมาตราที่ส.ว.ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยนั้น เกี่ยวกับ 2 ประเด็นคือ มาตรฐานจริยธรรมและการที่ระบุว่า รัฐมนตรีต้องมีความสุจริตเป็นที่ประจักษ์ และทางพรรคก้าวไกลเรากังวลกับวิธีการนี้ เพราะเป็นการเปิดช่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความได้ว่า จริยธรรมแปลว่าอะไร คำว่าสุจริตเป็นที่ประจักษ์แปลว่าอะไร และหลายฝ่ายมองว่า ไม่ได้มีความยึดโยงกับประชาชนเพียงพอ และอาจจะไม่สามารถรับประกันได้ว่า จะได้ผู้ที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลางกับทุกฝ่ายได้จริง ซึ่งอาจจะเปิดช่องให้องค์กรอิสระ สามารถนิยามได้ว่าจริยธรรม ความสุจริตหมายถึงอะไร และสามารถนำเป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งกันและกันได้ ดังนั้น ถึงแม้เราจะเห็นด้วยถึงความไม่เหมาะสมในการตั้งนายพิชิตเป็นรัฐมนตรี แต่เรามองว่าสิ่งที่ควรจะเกิดขึ้นคือนายเศรษฐาเลือกที่จะไม่ตั้งนายพิชิตตั้งแต่ต้น หรือหากจะมีการเรียกร้อง ควรจะเป็นการรับผิดชอบทางการเมือง ไม่ใช่ใช้กลไลของศาลรัฐธรรมนูญตีความเรื่องจริยธรรม

