’ตะวัน‘ โพสต์ซึ้งถึง ‘บุ้ง’ เล่าช่วงเวลาอยู่ด้วยกัน บอก เมื่อไหร่จะตื่นจากฝันร้ายได้สักที
เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2567 น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ นักกิจกรรมทางการเมือง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึง น.ส.เนติพร เสน่ห์สังคม หรือ บุ้ง ทะลุวัง โดยมีเนื้อหาระบุว่า ถึง พี่บุ้ง
พี่บุ้งเคยพูดกับหนูว่า “นี่แหละ เราต้องสู้เพื่อทุกคน ไม่ใช่สู้เพื่อแค่นักโทษการเมือง” พี่บุ้งพูดกับหนูตอนเรานั่งคุยกันถึงเหตุการณ์ที่ผู้คุมทำร้ายร่างกายและด่าทอผู้ต้องขัง เรานั่งคุยกันปนความตลกร้ายว่า ทั้งๆที่เราอดน้ำอดอาหารมาแล้วหลายวัน แต่เรายังมีแรงฮึดลุกขึ้นมาปะทะวาจากับผู้คุมคนนั้น เพื่อช่วยผู้ต้องขัง
น.ส.ทานตะวัน ระบุต่อว่า มีผู้ต้องขังคนนึงเดินเข้ามาคุยกับเราถึงเหตุการณ์วันนั้นว่า ทีแรกเขาคิดว่า เราเป็นผู้ต้องขังจิตเวชที่โวยวายเสียงดัง เพราะเขาไม่รู้ว่า เราโวยวายว่าอะไร เพื่ออะไร เราหลุดหัวเราะออกมาที่เขาคิดว่า เราเป็นจิตเวช หลังจากนั้นเรานั่งคุยกับเขาว่า วันนั้นเราโวยวายว่าอะไร เพื่ออะไร และเพื่อใคร จนท้ายที่สุดเขาก็เข้าใจพวกเรา
เช่นเดียวกันกับผู้ต้องขังหลายคนที่ได้คุยกับเราทั้งคู่ เหมือนกับผู้คนในสังคมข้างนอกเลยเนอะพี่บุ้ง เขาได้ยินแค่ว่าเราโวยวายเสียงดังก้าวร้าว แต่คงต่างกันที่ผู้คนภายนอกโลกกว้างไม่ได้มานั่งคุยกับเราเหมือนผู้ต้องขังภายในโลกที่คับแคบอย่างคุก แต่พี่บุ้งมักจะพูดเสมอว่า พี่บุ้งไม่แคร์ว่าคนอื่นจะคิดยังไงกับพี่บุ้ง พี่บุ้งสนใจแค่ว่า พี่บุ้งจะสู้เพื่อทุกคน
น.ส.ทานตะวัน ระบุอีกว่า ผู้ใหญ่ในประเทศนี้ใจร้ายจังเนอะ คืนหนึ่งหนูผวาหวาดกลัวว่า จะมีคนมาทำร้ายจนความดันขึ้นสูงจากเหตุการณ์ที่เขามาอุ้มพี่บุ้งออกจากรพ.ราชทัณฑ์ กลับไปทัณฑสถานหญิงกลาง คืนนั้นหนูผวาจนความดันขึ้นสูง ส่วนพี่บุ้งอ้วกเป็นเลือด และอ้วกเป็นเลือดอยู่เป็นอาทิตย์ กว่าเขาจะส่งตัวพี่บุ้งกลับไปรพ.ราชทัณฑ์ และกว่าเขาจะส่งตัวพี่บุ้งไปรพ.ธรรมศาสตร์ จนแล้วจนเล่า เขาก็ยังใจร้ายกับเราไม่หยุด เขาเอาพี่บุ้งกลับจากรพ.ธรรมศาสตร์ไปรพ.ราชทัณฑ์ ทั้งๆที่อาการและผลเลือดพี่บุ้งยังไม่ได้ปกติเลย หนูขอ กลับไปสู้กับพี่บุ้ง ที่รพ.ราชทัณฑ์ พี่บุ้งบอกหนูว่า พี่บุ้งไม่อยากให้หนูตามกลับมาเลย เพราะมันทั้งร้อน และลำบาก แต่เราสู้มาด้วยกันไงพี่บุ้ง ร้อนก็ต้องร้อนด้วยกัน ลำบากก็ต้องลำบากด้วยกันสิ
”มีอยู่วันนึงหนูหยิบสมุดของพี่บุ้ง แล้วก็เหลือบไปเห็นข้อความที่พี่บุ้งเขียนไว้ในสมุดว่า เมื่อใดที่เราหยุดสู้เพื่อคนอื่น คือช่วงเวลาที่เราสูญสิ้นความเป็นมนุษย์ไปแล้ว หนูยิ่งมั่นใจว่า พี่บุ้งเป็นพี่บุ้งที่สู้เพื่อคนอื่นมาเสมอ แค่ 3 เดือนกว่าเอง มันกลับเหมือนฝันร้ายที่ยาวนานเลย แต่ความเป็นจริงที่พี่บุ้งไม่อยู่แล้ว มันตอกย้ำกับหนูว่า มันไม่ใช่แค่ฝันร้าย หลายครั้งที่หนูตื่นมาแล้วเข้าใจว่าพี่บุ้งยังอยู่ แต่ก็ต้องจบลงด้วยการต้องมานั่งทบทวนและยอมรับความเป็นจริงว่าพี่บุ้งไม่อยู่แล้ว แล้วเมื่อไหร่หนูจะตื่นจากฝันร้ายนี้ได้สักที“ น.ส.ทานตะวัน ระบุ

