“เฉลิมชัย” ลั่น ประเทศไทยอะไรก็เกิดขึ้นได้ หลังสถานการณ์รัฐบาลโดนรุมเร้า ยันปชป.ก็เลือกไม่ใช่อยากเป็นรบ.อย่างเดียว
เมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 30 พฤษภาคม 2567 ที่รัฐสภา นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการระบุว่า จะแหกปากกาโพลที่ระบุว่า ประชาธิปัตย์จะได้ ส.ส.น้อยลง ว่า จากการลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ที่ผ่านมานั้น เป็นการทำพื้นที่ตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งและจนถึงตอนนี้ ได้ลงไปพูดคุยกับประชาชนและผู้นำศาสนา รวมถึงอีกหลายกลุ่ม ซึ่งตนยืนยันคำเดิมว่า มั่นใจประชาธิปัตย์ จะได้ ส.ส.มากกว่าโพลที่ออกมา
เมื่อถามว่า เป็นการลงพื้นที่ที่มั่นใจก่อนหรือไม่นั้น นายเฉลิมชัยกล่าวว่า ตนก็จะไปทุกพื้นที่ทั่วประเทศ แต่เริ่มลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และจังหวัดสงขลาก่อน หลังจากนี้ก็จะไปจังหวัดอื่นๆ ในภาคใต้ รวมไปถึงภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคเหนือด้วย และการลงพื้นที่ของตนไปพื้นที่ไหนก็ต้องมั่นใจว่าจะสู้ได้
ต่อข้อถามถึงสถานการณ์การเมืองตอนนี้หลังจากที่ นายกรัฐมนตรีถูกร้องเรียนให้ศาลรัฐธรรมนูญถอดถอนออกจากตำแหน่งนั้น นายเฉลิมชัยกล่าวว่า ต้องรอคำพิพากษาจากศาลรัฐธรรมนูญ ว่าจะพิจารณาเรื่องนี้อย่างไร อย่าไปคาดเดาล่วงหน้า ซึ่งได้ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ หากสมมุติว่า เป็นไปในทางร้ายก็คงจะมีการพูดคุยกันใหม่ในรัฐบาลที่จะเกิดขึ้น เพราะประเทศไทยอย่างไรก็ต้องมีรัฐบาล มีนายกฯ มาบริหาร แต่ถ้าสมมุติว่าเป็นไปในทางที่ดีก็คงจะอยู่ที่ผู้บริหารว่าจะตัดสินใจอย่างไร
นายเฉลิมชัยกล่าวต่อว่า ส่วนกรณีของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ถูกอัยการสูงสุดสั่งฟ้องในคดีมาตรา 112 นั้น ก็เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ไม่มีอะไรแปลก เมื่อถามย้ำว่า คิดว่า กรณีของนายทักษิณจะเป็นบรรทัดฐาน ในการดำเนินคดีมาตรา 112 สำหรับบุคคลอื่นด้วยหรือไม่นั้น นายเฉลิมชัยกล่าวว่า นายทักษิณถูกสั่งฟ้องจากอัยการสูงสุดก่อนที่จะเดินทางเข้าประเทศ ซึ่งโดยธรรมเนียมปฏิบัติ และวิธีการต่างๆ ตนคาดการณ์ตั้งแต่เริ่มต้นว่า อัยการสูงสุดคนปัจจุบันจะต้องสั่งฟ้อง เพราะท่านไม่พลิกคำวินิจฉัยของอัยการสูงสุดท่านก่อนหน้า เพราะด้วยเป็นเรื่องของหลักกฎหมาย แต่ผลจะเป็นอย่างไรก็อยู่ที่ศาลวินิจฉัย
เมื่อถามว่า ในสถานการณ์ตอนนี้ มีการประเมินหรือจะมีปัจจัยอะไรที่จะต้องเปลี่ยนรัฐบาล หรือจะมีการจับขั้วจับมือกันใหม่หรือไม่ นายเฉลิมชัยกล่าวว่า ประเทศไทยอะไรก็เกิดขึ้นได้ เมื่อถามย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์พร้อมที่จะจับมือกับทุกพรรคหรือเลือกเฉพาะพรรค นายเฉลิมชัยกล่าวว่า ไม่ เราก็เลือก อย่าคิดว่าเราอยากเป็นรัฐบาลอย่างเดียว ไม่ใช่ ตนอยากฝากไปบอกถึงประชาชน และนักวิเคราะห์ข่าวทั้งหลายว่า ให้เลิกคิดว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคสำรองได้แล้ว แต่การที่เป็นพรรคการเมือง จะต้องพร้อมทั้งการเป็นรัฐบาลและเป็นพรรคฝ่ายค้าน ไม่มีพรรคไหนที่ประกาศออกมาแล้วจะต้องเป็นรัฐบาลอย่างเดียวแล้วได้เป็น หรือตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นฝ่ายค้านอย่างเดียว ซึ่งไม่ใช่แค่ประเทศไทย ในโลกก็ไม่มี
ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างพรรคก้าวไกลกับพรรคประชาธิปัตย์ยังคงทำงานผนึกกันแน่นหรือไม่นั้น นายเฉลิมชัยกล่าวว่า วันนี้เราทำหน้าที่ฝ่ายค้านด้วยกัน แต่เรื่องของการทำงานอื่นๆ อยู่ที่กับอุดมการณ์ ส่วนไหนที่ไปด้วยกันได้เราก็ทำงานร่วมกันได้กับทุกพรรค ส่วนไหนที่ไปกันไม่ได้ เราก็ทำงานกันไม่ได้
สำหรับการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 ที่จะพิจารณาในวันที่ 19-21 มิถุนายนนี้ นายเฉลิมชัยกล่าวว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านก็ได้มีการพูดคุยกันแล้ว ในส่วนของคนที่จะไปเป็นกรรมาธิการงบประมาณก็จะต้องมีหน้าที่อยู่ประชุมตลอด จะต้องไม่ติดภารกิจ และต้องมีความรู้และมีเวลาจริงๆ

