‘กมธ.นิรโทษกรรม’ รอเคาะผุดตั้งคกก.กลั่นกรองคดีฯ “ชูศักดิ์” ชี้ คดี “ทักษิณ” ถูกฟ้อง ม.112 เป็นผลพวงจากรัฐประหาร 57 ต้องดูว่าเข้าข่าย มูลเหตุจูงใจการเมืองหรือไม่ เชื่อไร้ทำเดินหน้ายาก ยันไม่ได้ยื้อเวลา ย้ำนิรโทษฯ ม.112 เหมาเข่ง ยังไม่ได้ข้อยุติ
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 30 พฤษภาคม 2567 ที่รัฐสภา นายชูศักดิ์ ศิรินิล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตราพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกอัยการสูงสุด (อสส.) สั่งฟ้องในคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จะทำให้เป็นเงื่อนไขเดินหน้านิรโทษกรรมสำหรับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ว่า การนิรโทษกรรม คดีความผิดตามมาตรา 112 ยังไม่มีข้อยุติ อยู่ระหว่างการศึกษา ซึ่งวันนี้จะพิจารณาผลการศึกษาของคณะอนุกรรมาธิการศึกษา และจำแนกการกระทำเพื่อประกอบการพิจารณาแนวทางการตรา พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่มี นายยุทธพร อิสรชัย เป็นประธานอนุ กมธ.ว่า จะมีการตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองคดีนิรโทษกรรมหรือไม่ เมื่อผลออกมาแล้วทาง กมธ.ชุดใหญ่ จะมีความเห็นอย่างไร ดังนั้นยังไม่สามารถตอบได้ ต้องรอว่า กมธ.จะมีแนวทาง ความเห็น หรือมีมติอย่างไร
“ส่วนตัวคิดว่า คดีดังกล่าวของนายทักษิณ เกิดขึ้นภายหลังจากการรัฐประหารปี 2557 โดยทางกองทัพบกได้แจ้งความในปี 2558 คดีเหล่านี้เป็นผลพวงจากการรัฐประหารหรือไม่ หรือเป็นคดีที่มีมูลเหตุจูงใจทางการเมืองหรือไม่ แต่แน่นอนว่า เป็นผลพวงจากการรัฐประหาร ขณะนี้ นายทักษิณคงจะใช้สิทธิต่อสู้คดีเต็มที่ ถือเป็นเรื่องกระบวนการยุติธรรม ดังนั้นต้องดูว่าคดีนี้เข้าข่ายที่ กมธ.พิจารณาอยู่หรือไม่ และ กมธ.จะดำเนินการในคดีที่มีมูลเหตุจูงใจทางการเมือง ก็คือม็อบทั้งหลายที่มีการชุมนุมกันที่ผ่านมา ทั้ง นปก. นปช. กปปส. มุ่งไปที่จุดไหน แต่คดีของนายทักษิณ แน่นอนว่าเป็นผลพวงจากการรัฐประหาร มันเป็นคดีที่มีมูลเหตุจูงใจทางการเมืองหรือไม่ เราก็ต้องมาชี้กัน มาคุยกันในคณะอนุกรรมาธิการว่าเข้าข่ายหรือไม่” นายชูศักดิ์กล่าว
เมื่อถามว่า จะถูกครหาหรือไม่ หากมีการนำคดีนายทักษิณเข้ามาพิจารณาใน กมธ.นิรโทษกรรม นายชูศักดิ์กล่าวว่า ถ้าคณะกรรมการรับไปพิจารณา หมายถึงรวมคดีมาตรา 112 เข้าไปอยู่ในข่ายที่จะได้รับการนิรโทษกรรม ดังนั้นจะเป็นคดีอะไรที่เกี่ยวกับมาตรา 112 มันก็ต้องรวมไปหมด จะไม่มีความยากหรือง่าย หรือไปจำกัดประเภทนั้นประเภทนี้ หรือคนนั้นคนนี้ จะถูกมองว่าเลือกปฏิบัติ
เมื่อถามย้ำว่า กมธ.มีแนวโน้มในเรื่องนี้อย่างไร นายชูศักดิ์กล่าวว่า ขณะนี้มีข้อเสนอของอนุ กมธ.ที่เราจะพิจารณาโดยให้รวมคดีมาตรา 112 เข้าไปในข่ายที่จะได้รับการนิรโทษกรรม แต่ขณะนี้ยังไม่มีมติ เพราะมีกระบวนการมากมาย ซึ่งการพิจารณาของ กมธ. อาจจะต้องมีการลงมติ แต่ความเห็นของตน ควรต้องหารือกันให้ตกผลึก ถ้าไม่จำเป็นต้องลงมติได้ก็จะดี เพราะเรื่องนี้เกี่ยวกับแนวทางการศึกษา เป็นข้อเสนอแนะ กมธ.ฯ เราไม่ได้ไปยกร่างกฎหมาย อย่าไปคิดว่า กมธ.ยื้อเวลา เพราะ กมธ.เห็นมาตรา 112 เป็นเรื่องละเอียดอ่อน มีข้อเสนอแนะที่เป็นทางออกของประเทศ
เมื่อถามถึงกรณีที่ นายชัยธวัช ตุลาธน ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ในสภา ออกมาระบุ การที่นายทักษิณ ถูกฟ้องมาตรา 112 จะทำให้การนิรโทษกรรมยากขึ้น นายชูศักดิ์กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับ กมธ.ตัดสินใจ ถ้าไม่เอา มาตรา 112 ก็ตกไปเลย แต่ถ้าเอามาตรา 112 ด้วยก็นำมาพิจารณาว่า จะรวมหรือไม่รวม แต่ตนยังคิดว่า กรณีของนายทักษิณไม่น่าไปกระทบอะไร เพราะถ้าเราไปแยกเรื่องนั้นทีเรื่องนี้ที ทั้งๆ ที่อยู่ในมาตราเดียวกัน ตนคิดว่าเป็นการเลือกปฏิบัติ
เมื่อถามถึงแนวโน้มเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยของคณะกรรมการกลั่นกรองคดีนิรโทษกรรมทิศทางจะไปทางไหน นายชูศักดิ์กล่าวว่า เป็นข้อเสนอของอนุกรรมการว่า แทนที่เราจะนิรโทษกรรมไปเลย หมายความว่าการกระทำอันนั้นอันนี้ มาตรานั้นมาตรานี้ก็นิรโทษกรรมไปเลย ใครที่โดนก็นิรโทษกรรมไปหมด แต่เขาเสนอว่าควรจะมีอนุกรรมการมากลั่นกรองแยกแยะการกระทำว่า เข้าข่ายวัตถุประสงค์ของการนิรโทษกรรมครั้งนี้หรือไม่ ซึ่งขณะนี้ก็ต้องเถียงว่า กรรมการชุดนี้จะมาจากไหน ซึ่งมีการเสนอว่า ต้องมาจากหลายฝ่าย โดยมีประธานสภาเป็นประธาน ซึ่งก็ต้องดูความเหมาะสมว่าไปได้หรือไม่ และเหมาะหรือไม่
ต่อข้อถามว่า มีการมองว่า คณะกรรมการชุดนี้ จะรับเผือกร้อนที่ต้องพิจารณามาตรา 112 แทน กมธ.ศึกษาแนวทางฯ นายชูศักดิ์กล่าวว่า การตั้งคณะกรรมการชุดนี้เป็นข้อเสนอของ กมธ. สมมุติรับว่า ให้มีกรรมการก็จะไปเกิดกรรมการตอนมีร่างกฎหมาย ซึ่งร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมที่จะเกิดขึ้นก็ต้องเสนอกลไกให้มีกรรมการและจะต้องมาจากไหน เมื่อเกิดกรรมการแล้วก็ต้องไปดูว่า จะนิรโทษกรรมอย่างไร แล้วนำเสนอ ซึ่งไม่ใช่เผือกร้อนอะไร เพราะ กมธ.หมดหน้าที่แล้ว แต่ที่วิพากษ์วิจารณ์ และข้องใจกันอยู่คือกรรมการชุดนี้ จะไปทำหน้าที่เหมือนศาลหรือไม่มากกว่า อย่างไรก็ตาม บทสรุปสุดท้ายต้องจบในชั้นของ กมธ. ดังนั้น ตนคิดว่า ท้ายที่สุดจะมีหรือไม่มีคณะกรรมการ ก็ว่ากันไป แต่จะรวมมาตรา 112 หรือไม่ก็จะหารือว่า จะพิจารณาในวันนี้เลยหรือไม่ เพราะเมื่อ กมธ.มากันครบก็ควรจะพิจารณากันให้รอบคอบมากที่สุดเท่าที่จะมากได้
เมื่อถามถึงความเคลื่อนไหวในพรรคเพื่อไทยเกี่ยวกับมาตรา 112 ยังเหมือนเดิมหรือไม่ หลังจากนายทักษิณถูกฟ้องคดีมาตรา 112 นายชูศักดิ์กล่าวว่า ขณะนี้เรายังไม่ได้มีมติอย่างไรว่า เราจะหนุนหรือไม่หนุนให้มีการนิรโทษกรรมมาตรา 112 ซึ่งแกนนำ และผู้บริหารพรรคบางท่านพูดในทำนองว่า ไม่ขัดอะไร จะนิรโทษกรรมหรือไม่นิรโทษกรรมก็ไม่ขัด จึงหมายความว่า เรายังไม่มีความเห็นอะไร แต่ตนเข้าใจว่า เราต้องการฟังเสียงสะท้อนและความคิดเห็นทั้งหลาย เพราะเราเคยแสดงจุดยืนว่า เราไม่อยากให้เรื่องนี้เป็นปัญหาที่สร้างความขัดแย้งเพิ่มเติมขึ้นมาอีก

