เศรษฐา ชี้หนี้นอกระบบ สารตั้งต้นยาเสพติด ห่วง’ชุมชนแออัด’กทม. ระบาดไม่แพ้ต่างจังหวัด

30.05.24 | 15:03 น.

นายกฯ เปิดตึกไทยเรียกถกแก้หนี้นอกระบบ สั่งบช.น.คิกออฟตลาดนัดแก้หนี้ทั่วกรุง2 สัปดาห์ ชี้เป็นสารตั้งต้นของปัญหาทั้งหมด รับห่วงปัญหายาเสพติดในชุมชนแออัด ‘ลั่น’ระบาดไม่แพ้ต่างจังหวัด

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 30 พฤษภาคม ที่ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมเรื่องหนี้นอกระบบ โดยมีนายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะที่ปรึกษาของคณะกรรมการแก้ไขหนี้นอกระบบ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ประธานที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินของประชาชนรายย่อย และสำนักงานตำรวจนครบาล นำโดย พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1-9 เข้าร่วมประชุม

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตนเองเดินทางไปที่ตลาดนัดแก้หนี้ ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา ซึ่งยังไม่มีการทำอะไรที่เป็นกิจลักษณะ หรือเผยแพร่เป็นวงกว้าง โดยในวันนี้จะถือว่าเป็นการคิกออฟ เพราะปัญหาหนี้ครัวเรือน หรือปัญหาหนี้นอกระบบไม่ได้อยู่แค่ที่ต่างจังหวัดอย่างเดียว แต่ในกรุงเทพฯยังมีคนที่เดือดร้อน ซึ่งตอนนี้ต้องมีการประสานงานอย่างชัดเจนระหว่างฝ่ายการปกครอง ฝ่ายความมั่นคง ตนเองเข้าใจว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เข็นครกขึ้นภูเขา แต่เชื่อว่าเป็นสารตั้งต้นของหลายๆ อย่าง อะไรที่เกี่ยวข้องกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ถ้าเกิดทำงานใช้หนี้ดอกเบี้ยไม่พอ ก็หันไปพึ่งยาเสพติด และหันไปเป็นขโมย กับโจร จึงเป็นเรื่องที่อยากให้เรากลับมาเน้นย้ำกันใหม่อีกรอบ

“วันนี้ นายกิตติรัตน์ และนายชาดา ก็ทำงานนอกกรุงเทพฯเยอะแล้ว ทั้งประสานให้มีการพบกันระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ผ่านตลาดนัดแก้หนี้ และนำสถาบันการเงินของรัฐ เข้ามามีส่วนช่วย ซึ่งอยากให้มีการคิกออฟ ในการจัดตลาดนัดทั่วกรุงเทพฯ และอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปดูว่าแต่ละจุดจะพร้อมเมื่อไหร่ ส่วนอีกเรื่องคือเรื่องยาเสพติด และเรื่องพนันออนไลน์” นายกรัฐมนตรีกล่าว

นายกิตติรัตน์ กล่าวรายงานว่า ลูกหนี้จำนวนไม่น้อยไม่กล้าเข้ามาลงทะเบียน เพราะรู้สึกไม่สบายใจ กังวลว่าจะไม่ได้รับการแก้ไข ทำให้นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไม่มั่นใจ ถ้าเอาจะชัดเลย คือเรื่องผู้มีอิทธิพล หรือเจ้าหนี้ ซึ่งต้องพึ่งฝ่ายความมั่นคงให้เข้ามาตอกย้ำในส่วนนี้

Advertisement

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอให้เช็ตอัพกัน จากนี้ไม่น่าจะเกิน 2 สัปดาห์ น่าจะเช็ตอัพการประชุมตลาดนัดแก้หนี้ในสถานีตำรวจทั้งหลายได้ และตนเองจะไปตรวจด้วย ซึ่งดูตามความเหมาะสมว่าจะจัดที่สถานีตำรวจ หรือสำนักงานเขต “ขอฝากให้ท่านชาดา และท่านกิตติรัตน์ ช่วยประสาน สิ่งสำคัญจะต้องมีหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการเงินของรัฐสำคัญ โดยธนาคารออมสินเต็มที่และมองอนาคตว่าจะมาช่วยแก้ไขตรงนี้“ นายกฯกล่าว

ส่วนปัญหาเรื่องออนไลน์ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าหลังจากที่ตนได้ไปตรวจเยี่ยมที่ สน. พบว่าส่วนมากเข้ามาแจ้งความเรื่องการหลอกลวงออนไลน์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งมีคนเดือดร้อนเยอะมาก จะทำอย่างไรเพื่อเป็นการประสานเร่งรัดกับปัญหานี้ให้หมดไปโดยเร็ว ไม่ใช่ไปแจ้งความ ลงบันทึกประจำวัน แล้วปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการไม่มีความคืบหน้า

นายเศรษฐา กล่าวว่า ในเรื่องของยาเสพติดถือเป็นข้อมูลที่สำคัญ วันนี้การดำเนินการสามาถถจับกุมทั้งประเทศได้ 4 เท่า ถือเป็นข่าวดีแต่ถ้ามองในส่วนที่เป็นข่าวไม่ดีคือราคาของยาบ้าไม่ขึ้นเลย ซึ่งหมายความว่าปริมาณยังคงอยู่ แม้จะจับได้มากกว่าเดิม 4 เท่า แต่ก็ยังมีความต้องการอยู่เหมือนกับว่าเรายังไม่ทำอะไรที่เป็นรูปธรรม

“ถ้าราคาของยาบ้าสูงขึ้นเยอะแสดงว่าเราทำงานได้ดี วันนี้แม้เราจะทำงานได้ดีแล้ว แต่มันไม่พอ ไม่อยากให้ฝ่ายความมั่นคงเสียกำลังใจ แต่ไม่อยากให้ดูจำนวนที่จับได้ แต่อยากให้ดูที่ราคาที่ยังไม่สูงขึ้น ผมอยากจะขอให้เจ้าหน้าที่ให้เข้มแข็งมากขึ้นอีกนิดนึง ขอให้ไปโฟกัสที่ชุมชนแออัด เพราะเป็นภาคส่วนที่เดือดร้อนมาก ขอฝากด้วย เชื่อว่าการที่ทำทุกอย่างพร้อมกันในเวลาเดียวกัน ทั้งการแก้ปัญหนี้นอกระบบ ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของปัญหาผู้มีรายได้น้อย ทำงานเท่าไหร่ก็ไม่เพียงพอทำให้หมดขวัญและกำลังใจ หันไปเสพยา ปล้น ขโมย เรื่องนี้จึงต้องฝากกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และความมั่นคงทำงานให้มากขึ้น แม้ตอนนี้เราจะอยู่ในช่วงเศรษฐกิจก็ดี แต่เราส่วนของฝ่ายความมั่นคงก็ต้องทำงานให้เร็ว ฝากด้วยแล้วกันนะครับ”