หน้าแรก การเมือง อดีต ส.ว.กาฬส...

อดีต ส.ว.กาฬสินธุ์ แนะคืนเลือกตั้ง-ปฏิรูปถึงต้นปัญหาใหญ่ ติงรปห.แก้ทุจริตไม่ได้

11.02.17 | 15:15 น.

วันที่  11 กุมภาพันธ์ 2560 ดร.เกรียงไกร  ภูมิเหล่าแจ้ง  อดีต สว. สปช. และอดีตนายก สทท. ได้กล่าวถึงสถานการณ์ในปัจจุบันโดยเฉพาะการปฎิรูปท้องถิ่นและการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น  โดยมองว่าขณะนี้ รูปแบบการบริหารของท้องถิ่นยังมีหลายคนที่ไม่เข้าใจ  โดยเสียงของคนท้องถิ่นที่ออกมาแสดงความคิดเห็นในบางครั้งก็ถูกมองการเคลื่อนไหวต่าง ๆ ในฐานะผู้จะสูญเสียอำนาจหรือพูดเอาใจคนมีอำนาจ ซึ่งส่วนนี้เองที่จะต้องทำความเข้าใจ ก่อนจะมีการเลือกตั้ง และยังเกิดข้อกังวลระหว่างสนามเลือกตั้ง สส. ส.ว. และท้องถิ่น ว่าจะมีการจัดการเลือกตั้งสนามไหนก่อน

ดร.เกรียงไกร  กล่าวว่า  อยากเรียนว่าหากมองย้อนประวัติศาสตร์การเมืองการปกครองของไทยตั้งแต่มีการปฎิวัติครั้งแรกของคณะราษฎรเปลี่ยนแปลงการปกครองจาก ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตยจนถึงปัจจุบัน มีการแย่งชิงอำนาจโดยวิธีการรัฐประหารอยู่ประมาณ 26 ครั้ง สำเร็จ13ครั้ง ไม่สำเร็จกลายเป็นกบฎ 13ครั้ง ทุกครั้งที่อ้าง เป็นเหตุผลคือการทุจริตจนบ้านเมืองเกิดปัญหาหลายด้าน จึงปฎิเสธไม่ได้ว่าสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดทุจริตคือ การรวมอำนาจรวมงบประมาณรวมการบริหารไว้ส่วนกลางจนเกินเหตุเกินเลยเวลาของการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคสมัยดิจิทัลเทคโนโลยีสารสนเทศ

“คนรู้เท่าทันพร้อมกันทุกมุมโลกในเศษเสี้ยววินาทีไม่มีอะไรปิดบังกันได้ เช่นเดียวกับการกองเงินงบประมาณมหาศาล  ไว้ให้รัฐบาลกลางใช้ฝ่ายเดียวโดยไม่มีการกระจายไปให้ท้องถิ่นอย่างที่ควรจะเป็น จึงเกิดการแก่งแย่งแข่งขันแย่งชิงทรัพยากรเงินงบประมาณกันอย่างดุเดือดเลือดพล่านเพื่อให้มาชึ่งอำนาจในการปกครองประเทศผ่านการเป็น ผู้แทน สส.สว.และรัฐบาล เมื่อเข้ามาเป็นรัฐบาลแล้ว อะไรที่สูญเสียไปในการเลือกตั้งย่อมต้องตักตวงเอาคืนจนเกิดการทุจริตที่ขาดการตรวจสอบจาก ประชาชนเจ้าของเงินภาษีเนื่องจากอยู่ไกลในต่างจังหวัด ชนบทบ้านนอกป่าเขา เมื่อนักการเมืองบางกลุ่มเกิดการทุจริตจนเกิดปัญหาแตกแยกขัดแย้งรุนแรง วัฎจักรการรัฐประหารโดยอ้างเหตุทุจริตจึงเกิดขึ้นตลอดมา และไม่มีท่าทีจะทุเลาเบาบางลงได้” ดร.เกรียงไกร กล่าว

ดร.เกรียงไกร  กล่าวอีกว่า การฆ่ายุงจึงไม่ใช่การแก้ไขปัญหาโรคไข้เลือดออก หากแต่การแก้ปัญหาไข้เลือดออกคือการทำลายแหล่งเพาะพันธ์ยุง  เช่นเดียวกันกับการแก้การรัฐประหารจึงมิใช่การแก้ปัญหาการทุจริต  แต่การแก้ปัญหาประเทศแก้ปัญหาขัดแย้งแก้ปัญหาทุจริตจะต้องเกาถูกที่คัน  ฟันถูกธง  โดยเฉพาะเรื่องของการกระจายอำนาจให้ประชาชนคนท้องถิ่นมากขึ้นกว่าเดิมแบบพลิกโลกเท่านั้น จึงจะแก้ปัญหาประเทศไทยได้  เงินทุกบาทต้องให้ประชาชนเป็นผู้กำหนดแผนงานโครงการเพื่อจัดการแก้ไขปัญหาในท้องถิ่นโดยตัวเขาเอง การปฎิรูปท้องถิ่นจึงไม่ใช่คำตอบของการควบรวมหรือยุบรวมซึ่งเป็นการผลักประชาชนให้ห่างไกลการเข้าถึงคำว่าการกระจายอำนาจมากขึ้น ปัญหาจึงอยู่ที่ รัฐบาลหรือข้าราชกล้าที่จะลดอำนาจ ลดบทบาท ลดภาระกิจ ลดงบประมาณส่วนกลางลง แล้วกระจายไปให้ท้องถิ่นในรูปคน เงิน งาน การจัดการ ให้มากขึ้นได้หรือไม่   หากปฎิรูปท้องถิ่นโดยเบี่ยงเบนประเด็นเฉไฉไปเรื่องควบรวมจึงเป็นเพียงมายาในม่านหมอกที่มองไม่เห็นผลประโยชน์อันใดแม้องค์คุลี ในอันที่จะแก้ไขปัญหาประเทศและเกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง

“สำหรับการเลือกตั้งทั้งระดับท้องถิ่นและระดับชาติ ประชาชนต่างเรียกร้องปรารถนาให้เกิดขึ้นเร็ววัน  โดยหวังให้ ตปท.ยอมรับและส่งผลดีต่อเศรษฐกิจภายในภายนอกเรื่องส่งออก  แต่ทุกคนต้องยอมรับร่วมกันว่าในภาวะเช่นนี้สถานการณ์ความขัดแย้งอาจยังไม่ยุติ  สถานการณ์ที่สงบอยู่ในลักษณะชั่วคราวเท่านั้น  เป็นเพราะรัฐบาลทหาร  สถานการณ์ไม่ต่างจากภูเขาไฟสงบแล้วรอปะทุ  ประชาชนอาจยอมรับและพอใจกับภาวะของความสงบเช่นนี้ แต่ภาวะสงบที่เศรษฐกิจถดถอยเงินหร่อยหรอจากกระเป๋าคงไม่มีใครทนภาวะเช่นนี้ได้นานมากนัก ในส่วนตัวมองว่าการกำหนดเวลาอันสมควร คืนการเลือกตั้งให้ประชาชนจะเป็นการกระตุ้นภาวะเศรษฐกิจได้อีกทางหนึ่ง โดยดำเนินการไปพร้อม ๆ กับการปฎิรูปประเทศไทย  ที่จะต้องถึงพริกถึงขิง  ใช้ยาแรงในการเปลี่ยนแปลงผ่าตัดประเทศให้หายขาดจากโรคภัยที่ประเทศป่วยซ้ำซาก” ดร.เกรียงไกรกล่าว

Advertisement

ส่วนที่พะวงหลงประเด็นว่าอะไรต้องเลือกก่อนเลือกหลังระหว่าง อปท.กับ สส. และส.ว.นั้น ดร.เกรียงไกร กล่าวว่า เป็นเรื่องของคนมองภาพประเทศไทยแบบแยกส่วนโดยลืมนึกถึงวัฒนธรรมคนไทยภาพรวม แม้จะให้ระดับใดเลือกก่อนก็หนีไม่พ้นระบบอุปถัมภ์ค้ำจุนซึ่งกันและกันอยู่ดี เช่น หาก อปท.เลือกก่อน อดีต สส.สว.อดีต รมต.หรือคนที่จะลงสมัครระดับประเทศ ก็จะสนับสนุนส่งเสริมคนของตนลงสมัคร อปท.เพื่อวางพื้นฐานช่วยหาเสียงสนามใหญ่จะได้คุมพื้นที่ให้เบ็ดเสร็จเป็นฐานคะแนนเสียงซึ่งยิ่งจะมีนัยสำคัญยิ่งกว่าให้ อปท.เลือกทีหลัง เพราะเมื่อ อปท.เลือกทีหลัง ความจำเป็นที่จะสนับสนุนส่งคนที่จะเป็นหัวคะแนนลงสมัคร อปท.เพื่ออาศัยเป็นหัวคะแนนให้ก็ไม่มีเลย หากจะมีก็อาจเพียงส่งญาติพี่น้องของตนลง สมัครระดับ อปท.เท่านั้นซึ่งก็จะไม่มีมากและเพียงบางพื้นที่เท่านั้น…เลือกระดับไหนก่อนจึงไม่ใช่ปัญหา แต่ที่เป็นปัญหาที่สุดคือเมื่อสยบความขัดแย้งและมีอำนาจแล้วปฎิรูปประเทศแบบตาบอดคลำช้าง เกาไม่ถูกที่คัน ฟันไม่ถูกที่ธง วงจรวัฎจักรของประวัติศาสตร์คงเกิดขึ้นต่อไปเรื่อยๆ ไม่สิ้นสุด ขอเป็นกำลังใจให้พล.อ.ประยุทธฯ  นายกรัฐมนตรี  แก้ไขปัญหาให้ถูกจุด เพื่อให้ประเทศไทยก้าวไกลไปทันโลก