นายกฯ เร่งรัดส่งตัว ‘แป้ง นาโหนด’ กลับดำเนินคดีไทย ยันไม่รู้ตร.ช่วยหลบหนี

30.05.24 | 18:08 น.

‘เศรษฐา’ ลั่นยึด กม.เอาตัว ‘แป้ง นาโหนด’ กลับมาดำเนินคดีที่ไทยเร็วที่สุด ตามสนธิสัญญา ปัดไม่รู้ข้อมูลตำรวจเอี่ยวหลบหนี ชี้ต้องให้ความเป็นธรรม แจงให้กระทรวงยุติธรรมไปทำเพราะเป็นผู้ร้ายข้ามแดน

เมื่อเวลา 17.20 น. วันที่ 30 พฤษภาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีจับกุม นายเชาวลิต ทองด้วง หรือ แป้ง นาโหนด ว่า พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้แถลงไป ซึ่งท่านจะบินไปยังประเทศอินโดนีเซียในวันที่ 31 พฤษภาคม ยังมีขั้นตอนและรายละเอียดอีกเยอะที่จะต้องทำต่อ

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะนำตัวมาดำเนินคดีที่กรุงเทพฯเลยใช่หรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า “อันนี้ไม่ทราบ” เมื่อถามว่า แป้ง นาโหนด จะต้องถูกดำเนินคดีที่อินโดนีเซียก่อนหรือไม่ ในข้อหาปลอมพาสปอร์ต นายเศรษฐากล่าวว่า “ก็น่าจะพยายามนำตัวกลับมาที่ประเทศไทย”

เมื่อถามว่าแสดงว่าคดีที่เกิดขึ้นในอินโดนีเซียไม่นับใช่หรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า “ไม่ทราบครับ” เมื่อถามว่า ได้สั่งการอย่างไรเพราะก่อนหน้านี้มีข่าวว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยในการหลบหนี เพราะเห็นว่ามีการสั่งให้กระทรวงยุติธรรมไปดำเนินการ นายเศรษฐากล่าวว่า กระทรวงยุติธรรมก็ต้องปฏิบัติตามหน้าที่ ที่กำลังทำ และเป็นหน้าที่ที่เวลามีผู้ร้ายข้ามแดนเข้ามาก็ต้องเป็นหน้าที่ของกระทรวงยุติธรรม

Advertisement

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าตำรวจหญิงเข้าไปเกี่ยวข้องในการช่วยเหลือหลบหนีไปยังอินโดนีเซีย นายเศรษฐากล่าวว่า “ไม่ทราบครับ ไม่ได้ยินเลย” เมื่อถามว่า การติดตามตัวแป้งที่หลบหนีที่ใช้เวลานาน ถือเป็นความล้มเหลวของตำรวจหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ต้องดูที่ผลงานเป็นหลัก แต่จับมาได้ก็ดีแล้ว

เมื่อถามว่า ต้องให้ตำรวจเร่งนำตัวแป้งมาโดยเร็วหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า แน่นอนแต่ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎสนธิสัญญาการส่งผู้ร้าย ส่วนมีเงื่อนเวลาตั้งไว้หรือไม่ว่าเท่าไหร่นั้น นายกฯกล่าวย้ำว่า ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎที่มีการลงกันระหว่างประเทศเราและอินโดนีเซีย

เมื่อถามว่า ณ ขนาดนี้ประเทศไทยมีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแด กับอินโดนีเซียหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า “ไม่ทราบครับ” ส่วนกรณีข้อครหาที่ตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องจะดำเนินการอย่างไรนั้น นายกฯกล่าวว่า เรื่องนี้ต้องให้ความเป็นธรรม และให้การสืบสวนสอบสวนไปในเชิงลึก ก่อนแล้วค่อยมาพิจารณากัน