‘แสวง’ แจงวุ่นแก้บัตรเลือก ส.ว. อ้างกันแต้มเสีย-ป้องฮั้วโหวตดีกว่าเดิม ลุยส่งทั่วประเทศวันนี้

31.05.24 | 05:43 น.

‘แสวง’ แจงวุ่นแก้บัตรเลือก ส.ว. อ้างกันแต้มเสีย-ป้องฮั้วโหวตดีกว่าเดิม ลุยส่งทั่วประเทศวันนี้

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมา ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. แถลงกรณีมีผู้สมัคร ส.ว. มีลักษณะต้องห้ามเป็น ส.ว. 2,020 คน และพบว่าส่วนใหญ่เป็นสมาชิกพรรคการเมือง ว่า ขณะนี้มีผู้สมัคร ส.ว.ที่มีลักษณะดังกล่าวมายื่นร้องต่อ กกต. ในข้อเท็จจริงจะต้องไปร้องต่อศาลฎีกา ภายใน 3 วัน เรื่องลักษณะต้องห้ามการเป็นสมาชิกพรรคการเมือง กกต.ได้ประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องก่อนการสมัครว่า ผู้ที่เป็นผู้บริหารพรรคการเมืองต้องพ้นจากตำแหน่งไม่น้อยกว่า 5 ปี ส่วนคนที่เป็นสมาชิกพรรค หากมีหลักฐานว่าได้ยื่นลาออกแล้วกระทั่งในวันลงสมัคร ผอ.การเลือก ส.ว.ก็จะรับสมัครให้อยู่แล้ว

“การพ้นจากการเป็นสมาชิก หากมายื่นลาออกต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองที่สำนักงาน กกต.ก็จะมีผลทันที ที่ผ่านมาเราอนุโลมให้ยื่นลาออกที่สำนักงาน กกต.จังหวัดด้วย แต่ถ้าไปยื่นลาออกกับนายทะเบียนสมาชิกพรรค คือ การยื่นที่พรรค ทางพรรคจะต้องกรอกข้อมูลเข้าระบบฐานข้อมูล จะมีการแจ้งให้ กกต.ทราบภายใน 15 วัน การส่งข้อมูลนั้นอาจจะล่าช้า แต่ กกต.ยึดหลักฐานใบลาออก ถ้าผู้สมัครมีหลักฐานดังกล่าวก็จะมีการรับสมัครทุกราย ดังนั้น จะมาโทษ กกต.ไม่ได้ เพราะการเป็นสมาชิกพรรค พรรคเป็นผู้กรอกข้อมูลเข้าไปในระบบ และสามารถตรวจสอบได้ ตอนนี้ก็ต้องไปสู้ในชั้นศาลฎีกาเอา และในส่วนของ 2,020 คน ถูกตัดสิทธิจะกระทบกับจำนวนกลุ่มภายในอำเภอ และจะกระทบกับการเลือกไขว้หรือไม่ ตรงนี้ยังต้องตรวจสอบเพิ่มเติม” นายแสวงกล่าว

นายแสวงกล่าวถึงกรณี กกต.ออกระเบียบ กกต.ว่าด้วยการเลือก ส.ว.ฉบับที่ 2 พ.ศ.2567 ซึ่งมีการแก้ไขเกี่ยวกับบัตรเลือก ส.ว. ว่า ส่วนหนึ่งเกิดจากสำนักงาน กกต. ทุกการเลือกตั้ง สิ่งที่สำนักงานตระหนักคือทำอย่างไรให้ทุกคะแนนเสียงมีค่าได้อย่างไร และรักษาเจตจำนงของผู้ลงคะแนน การเลือก ส.ว.ครั้งนี้มีลักษณะเฉพาะ ทุกคนเป็นผู้มีสิทธิเลือก และเป็นผู้มีสิทธิได้รับเลือก และในการเลือกไขว้ระดับประเทศ ผู้เลือกจะมีคะแนนเสียงถึง 10 คะแนน และในมาตรา 56 (5) ของ พ.ร.ป.การได้มาซึ่ง ส.ว.2561 ได้กำหนดรูปแบบบัตรเสียไว้ว่า ถ้าไปเขียนหมายเลขประตัวของผู้ไม่มีสิทธิได้รับเลือก จะกลายเป็นบัตรเสียทั้งฉบับ ทั้ง ๆ ที่ช่องอื่น ๆ ในบัตรเดียวกันนี้อาจจะเป็นบัตรดี หลายเลขคนอื่นถูกทั้งหมด สมมุติว่าในวันเลือกมีผู้ไม่มารายงานตัว หรือตกรอบในช่วงเช้า ช่วงบ่ายหากมีผู้สมัครไปเขียนหมายเลขผู้ตกรอบลงในบัตร บัตรนั้นจะเสียทั้งฉบับ ที่กฎหมายออกแบบมาเช่นนี้เพื่อป้องกันการฮั้ว สำนักงาน กกต.ก็เห็นว่าทำให้ผู้สมัครเสียประโยชน์ ดังนั้น ถ้ายังคงรูปแบบการออกเสียงในบัตรใบเดียวอาจจะทำให้ผู้สมัครเสียประโยชน์ จึงได้ออกแบบบัตรใหม่โดยคิดว่าทำอย่างไรให้เสียหายน้อยที่สุด เพื่อให้ทุกคะแนนมีความหมาย และไม่ต้องมีใครเสียคะแนนจากปัญหาที่ไม่ใช่ความผิดเขา และเกิดประโยชน์ต่อผู้ที่มาสังเกตการณ์เชื่อช่วยสกัดฮั้วได้ยากขึ้น

เมื่อถามว่ามีผู้กังวลว่าการออกแบบบัตรเลือก ส.ว.ใหม่นี้ จะเป็นการเปิดช่องให้เกิดการฮั้วกันง่ายขึ้นหรือไม่ นายแสวงถามกลับว่า “จะทำให้เกิดการฮั้วตรงไหน” ไม่ใช่พูดลอย ๆ ต้องยกตัวอย่างว่าจะทำให้เกิดการฮั้วอย่างไร แต่สำหรับบัตรใหม่นี้ถ้าถามตน มองว่าจะยิ่งทำให้เกิดการฮั้วยาก ส่วนโอกาสที่จะสลับบัตรกัน แล้วหย่อนลงผิดหีบนั้นก็ไม่มีเพราะตั้งแถวแยกเป็นกลุ่มๆ ดังนั้นจะไม่มีโอกาสสลับ การแสดงตัวครั้งแรกคือการตรวจสอบว่า บัตรกับคนตรงกันหรือไม่ จำนวนเท่ากันหรือไม่แล้วค่อยนับ นั่นแสดงถึงความโปร่งใสมากขึ้น ประชาชน หรือผู้สมัครที่อยู่ในนั้น สามารถสังเกตการณ์ได้อย่างละเอียด

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ถึง กกต.ว่า “กกต.เปลี่ยนรูปแบบบัตรเลือก ส.ว. แบบเลือกไขว้ จาก 1 ใบ 4 ช่อง เป็น 4 ใบ ใบละ 1 ช่อง 1.รูปแบบใหม่ เอื้อต่อการทุจริต หากคนใช้บัตรทั้ง 4 ใบ เลือกกลุ่มเดียวที่ตนจัดตั้ง บัตรไปอยู่ในหีบ ตรวจสอบไม่ได้ คะแนนคนนั้นเพิ่ม 4 เท่า 2.รูปแบบเดิม เป็นรูปแบบที่ประกาศในราชกิจจาฯ ตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2567 มีพิมพ์ตัวอย่างในคู่มือการเลือก ส.ว. มีการอบรมเจ้าหน้าที่ไปแล้ว และอาจมีการให้โรงพิมพ์จัดพิมพ์บัตรไปแล้ว การเปลี่ยนรูปแบบบัตรใหม่ ใครรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น 3.ขณะนี้ ยังไม่ประกาศในราชกิจจาฯ แต่กลับมีหนังสือเวียนถึง กกต.ทุกจังหวัดให้ปฏิบัติตามแล้ว และ 4.คำถามที่ กกต.ควรตอบสังคม คือ ใครเสนอเปลี่ยน มีมติเมื่อไร ทำไมไม่ทำตั้งแต่ก่อนหน้านี้เพื่อให้คู่มือและการฝึกอบรมเป็นไปในแนวเดียวกันและได้เตรียมการป้องกันการทุจริต ในกรณีบัตรหลายใบแต่กากลุ่มเดียวซ้ำกันอย่างไร”

ที่ศูนย์ประสานงานการขนส่งบัตรเลือกสมาชิกวุฒิสภา 2567 บริษัท ไปรษณีย์ จำกัด (สำนักงานใหญ่) เขตหลักสี่ นายแสวง พร้อมนายดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ร่วมตรวจสอบความพร้อมของศูนย์ประสานงานการขนส่งบัตรเลือกสมาชิกวุฒิสภา 2567 ซึ่งเป็นจุดพักบัตรเลือก ส.ว.ก่อนที่จะกระจายส่งไปยังอำเภอ และเขตต่างๆ รวม 928 จุด จะเริ่มดำเนินการขนส่งตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคม-2 มิถุนายนนี้ โดยวันที่ 31 พฤษภาคม จะเริ่มส่งบัตรเลือก ส.ว.ในพื้นที่ภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในวันที่ 1 มิถุนายน ขนส่งไปยังพื้นที่ตะวันออก ภาคกลาง และภาคเหนือ และวันที่ 2 มิถุนายน ขนส่งไปยังกรุงเทพฯและปริมณฑล