ทวี-ยุทธนา-บิ๊กหลวง รับตัว “แป้ง นาโหนด” กลับไทยวันอาทิตย์นี้ จัดเครื่องบินทบ.คุมเข้มรับตัวกลับไทย ขังเรือนจำมั่นคง
เมื่อวันที่ 31 พ.ค. ที่กระทรวงยุติธรรม พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม เปิดเผยว่า หลังตำรวจอินโดนีเซียจับกุมตัว นายเชาวลิต ทองด้วง “แป้ง นาโหนด” ได้ ตั้งแต่เมื่อวานนี้ (30 พ.ค.67) มีข้าราชการจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกระทรวงยุติธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.)
ไปประสานงานกับอินโดนีเซียเพื่อรับตัวนายเชาวลิตกลับมา ส่วนขั้นตอนอย่างเป็นทางการ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธฺุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร. รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ประสานงานกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติของอินโดนีเซีย ในช่วงบ่ายวันนี้ อาจจะมีการพูดคุยเรื่องกำหนดการเดินทาง
พ.ต.อ.ทวี ยังกล่าวว่า ในช่วงวันเสาร์และวันอาทิตย์นี้ ตนมีกำหนดการที่จะต้องเดินทางไปประชุมเรื่องความร่วมมือที่ประเทศอินโดนีเซียอยู่แล้ว และขณะนี้ก็อยู่ระหว่างขั้นตอนการประสานเพื่อนำตัวนายเชาวลิตกลับมาประเทศไทย ส่วนประเด็นการเจรจานำตัวนายเชาวลิตกลับมา ซึ่งก่อนหน้านี้มีความกังวลว่า จะไม่สามารถนำตัวกลับมาได้ทันที เพราะอาจจะต้องถูกดำเนินคดีที่ประเทศอินโดนีเซียก่อน พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า บอกเพียงว่า ขณะนี้ยังไม่มีอะไรติดขัด
เบื้องต้นทางประเทศอินโดนีเซียแจ้งว่า จะสามารถให้รับตัวนายชวลิตกลับมาได้ภายในวันอาทิตย์นี้ ( 2 มิ.ย.67) แต่ยืนยันว่า จะนำตัวนายเชาวลิตกลับมาให้ได้โดยเร็วที่สุด โดยจะนำตัวมารับโทษที่กรุงเทพฯ แต่จะเป็นเรือนจำใดยังไม่ขอไม่เปิดเผย
เมื่อถามว่าหากรับตัว แป้ง นาโหนด กลับมาไทยแล้ว จะคุมเข้มมาแค่ไหน พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ระบุว่า เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์มีบทเรียนจากเหตุการณ์ดังกล่าวอยู่แล้ว

เมืุ่่อถามต่อว่า ส่วนจะต้องมีการเปลี่ยนชุดดูแลและควบคุมตัวหรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวอีกว่า ตำรวจที่ไปก็เป็นเจ้าหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่แล้ว ส่วนที่มีความเป็นห่วงว่านายเชาวลิตจะถูกลอบทำร้ายนั้น พ.ต.อ.ทวี บอกเพียงว่า เจ้าหน้าที่ต้องคุ้มครองทุกฝ่าย
ด้านพ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ รองอธิบดีดีเอสไอ และในฐานะรักษาราชการ ว่า เบื้องต้นกำหนดการเดินทางยังไม่ 100% แต่มีการสแตนด์บายเตรียมการเดินทางคาดว่าจะไปที่ประเทศอินโดนีเชีย รอบไฟลต์ประมาณ 14.30 น. โดยในส่วนของคณะทำงาน นำโดย พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และในฐานะอดีตปลัดกระทรวงกลาโหม พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. ผู้แทนจากตำรวจ ตม. และตนเอง เป็นต้น ส่วนประเด็นที่จะต้องพูดคุยกับทางการประเทศอินโดนีเชีย คือ ในกรณีความผิดตามกฎหมายของอินโดนีเซียนั้น นายเชาวลิต ทองด้วง หรือ แป้ง นาโหนด ได้กระทำความผิดในพฤติการณ์และข้อกล่าวหาใดบ้าง หรือหากเจ้าหน้าที่ตำรวจอินโดนีเซีย

ดำเนินคดีเพียงเรื่องกฎหมายคนเข้าเมืองแล้วจะเนรเทศผู้ต้องหากลับไทย ก็อาจจะทำให้เราได้ตัวมาเร็วขึ้น แต่ถ้าผู้ต้องหาถูกดำเนินคดีอาญในประเทศอินโดนีเชีย เนื่องจากไปก่อเหตุกระทำความผิดในราชอาณาจักรนั้น ๆ อาจทำให้เราไม่ได้ตัวนายเชาวลิตกลับมาเร็ว อย่างไรก็ตาม เรายังไม่ทราบว่าทางการอินโดนีเซีย จะดำเนินคดีฐานความผิดใดกับนายเชาวลิตบ้างหรือไม่
เมื่อถามว่าทางตำรวจอินโดนีเซียอาจจะพิจารณาความผิดจากที่นายเชาวลิต ไปเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติด หรือทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกายหญิงสาวชาวอินโดนีเซียหรือไม่นั้น พ.ต.ต.ยุทธนา เผยว่า ในเรื่องของยาเสพติด เรายังไม่รู้ว่าทางการอินโดนีเซียมีข้อมูลเรื่องนี้มากน้อยเพียงใด เพราะเขาเพิ่งจับกุมตัวได้ ส่วนถ้าโดนข้อกฎหมายของอินโดนีเซีย หากศาลมีการสั่งจำคุก
นายเชาวลิตก็จะถูกสั่งเข้าเรือนจำที่ประเทศอินโดนีเชีย ก็เป็นไปได้ เราจึงจะไปพูดคุยหารือก่อนว่าทางการอินโดนีเซียจะดำเนินคดีอะไรหรือไม่ ทั้งนี้ หากทางการอินโดนีเซียไม่ดำเนินคดีอื่น เขาก็จะผลักดันหรือเนรเทศตามกฎหมายคนเข้าเมือง เราก็จะได้ตัวนายเชาวลิตเร็วขึ้น ส่วนจะได้ตัวกลับมาไทยภายในวันนี้หรือไม่ ตนยังไม่สามารถยืนยันได้ เพราะอินโดนีเซียมีแนวทางการปฏิบัติไม่เหมือนกับไทย ขอให้รอการเจรจาก่อน
รายงานข่าวระบุว่าคณะที่จะเดินทางไปเจรจากับทางการอินโดนีเซีย เพื่อขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน นายเชาวลิต ทองด้วง หรือ แป้ง นาโหนด จะออกเดินทางไปในวันเสาร์ที่ 1 มิ.ย. 67 เวลา 14.30 น. โดยจะออกจากท่าอากาศสุวรรณภูมิ มุ่งหน้าท่าอากาศยานนานาชาติซูการ์โน-ฮัตตา (CGK) จาการ์ตา ประเทศอินโดนีเชีย สำหรับคณะทำงานที่ไปหารือเจรจา นำโดย พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และในฐานะอดีตปลัดกระทรวงกลาโหม พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ รรท.อธิบดีดีเอสไอ ผู้แทนจากตำรวจ และตนเอง ฯลฯ
เพื่อไปขอบคุณรัฐบาลและคณะทำงานของทางการอินโดนีเซีย ส่วนในวันอาทิตย์ที่ 2 มิ.ย. 67 จะมีเครื่องบินของกองทัพบก จำนวน 1 ลำ ออกจากท่าอากาศยานดอนเมือง แต่ยังไม่ทราบเวลา เพื่อไปเตรียมรับคณะทำงาน พร้อมกับนำตัวนายเชาวลิต กลับมาดำเนินคดีที่ประเทศไทย
จากนั้นจะกลับมาถึงท่าอากาศยานดอนเมือง ประเทศไทยแล้ว ตามหลักการจะต้องผ่านกระบวนการของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) มีการตรวจสอบประวัติส่วนตัวและประวัติอาชญากรรม และจะมีการแจ้งข้อหาตามหมายจับที่ปรากฏ จากนั้นจะนำตัวนายเชาวลิตไปลงบันทึกประจำวันที่ สน.ดอนเมือง ส่งตัวไปที่ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช
ซึ่งเป็นหน่วยงานท้องที่ตามหมายจับ ตามพฤติการณ์ที่ผู้ต้องหาได้หลบหนีไประหว่างการถูกคุมขังตามคำสั่งศาล (โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช) จากนั้นจึงจะได้มีการนำตัวไปคุมขังยังเรือนจำที่มีความมั่นคง โดยทางคณะผู้บริหารได้พิจารณาอีกครั้ง

