‘ทนายอั๋น’ จี้ กกต. สอบรวมกลุ่ม ซุ่มใช้บ่อนไก่นักการเมืองท้องถิ่นบุรีรัมย์ เป็นที่สมัคร สว. ส่อการเมืองจ้างฮั้ว เรียกร้องกกต.บุรีรัมย์เปิด 51 ชื่อถูกตัดสิทธิเป็นใครบ้าง พร้อมขอทำหน้าที่อย่ารับใช้บ้านใหญ่
เมื่อเวลา 13.20 น. วันที่ 31 พฤษภาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ ยื่นต่อ กกต.ให้ตรวจสอบกรณีมีการรวมกลุ่มกรอกใบสมัคร ส.ว.ที่บ่อนไก่ของนักการเมืองท้องถิ่นในจังหวัดบุรีรัมย์
นายภัทรพงศ์กล่าวว่า ปกติแล้วเขารับสมัคร ส.ว.ที่ที่ว่าการอำเภอ แต่ที่จังหวัดบุรีรัมย์แปลกมาก ไปสมัคร ส.ว.ที่บ่อนไก่ ซึ่งเป็นบ่อนไก่ของ ส.จ.บางคน โดยมีนายก อบต.เกณฑ์ชาวบ้านไปสมัคร น่าสังเวชที่สุด มีชาวบ้านบางคนเขียนคำว่าวุฒิสภายังไม่ออก แล้วจะมาสมัครอะไร ส.ว. และยังมีปลัดใหญ่อาวุโสอำนวยความสะดวกเอาแบบใบสมัครมากรอกข้อมูลให้อย่างเรียบร้อย ตนมาวันนี้เพื่อจะมาให้ กกต.กลางไปตรวจสอบดู ตนก็อยากถามอีกว่า นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ที่เป็นคนบุรีรัมย์ จะถามย้ำว่าเมื่อมีการเลือกตั้งคนพูดถึง จ.บุรีรัมย์ ในลักษณะที่ดูถูกดูแคลนว่าอยู่ภายใต้อาณัติของพวกบ้านใหญ่ เลือกตั้งทุกครั้งสกปรกทุกครั้งใน จ.บุรีรัมย์ นายแสวงเป็นคนที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรงเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งให้เที่ยงธรรม แต่ไม่เห็นทำอะไร
นายภัทรพงศ์กล่าวว่า กกต.ได้อะไรจากการออกระเบียบการแนะนำตัวของผู้สมัคร ส.ว.ที่มีการจำกัดสิทธิบุคคลในการสร้างกฎระเบียบในการเลือก ส.ว. หรือพวกคุณมีวัตถุประสงค์อะไรแอบแฝงบางอย่าง เป็นที่ทราบกันดีว่าการเลือก ส.ว.ครั้งนี้ประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วมเลย อาจจะมีจากการเห็นการแนะนำตัว แต่ กกต.ดันไปสร้างเงื่อนไข ระเบียบปิดเพื่อไม่อยากให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมหรือรับรู้อะไร และท้ายที่สุดก็จะเกิดการฮั้วกัน แล้วมีการจ้างกลุ่มกันเอง ฝ่ายการเมือง ส.ส.ทั้งหลาย นักการเมืองในแต่ละจังหวัด หรือที่เรียกกันว่าบ้านใหญ่ ก็ส่งลูกกระจ๊อกของตัวเองมาลงสมัคร จึงพูดเป็นอื่นไม่ได้นอกจากคิดว่า กกต.ต้องการให้การเลือก ส.ว.ครั้งนี้เป็นเรื่องสกปรก โสโครก แบบนั้นหรือ
นายภัทรพงศ์กล่าวอีกว่า คนอย่างเลขาธิการ กกต.มิน่าไม่ได้เป็นเดือดเป็นร้อนเลย การเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 สกปรก มีบัตรเขย่งเกิดขึ้น และการเลือกตั้งปี 2566 มีความไม่โปร่งใสหลายประการ แล้วการเลือก ส.ว.ยังไม่เกิดขึ้นเลย แต่มีท่าทีว่าการเลือกครั้งนี้จะสกปรก โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ กกต.คือผู้ที่ออกแบบการเลือกตั้งครั้งนี้สุ่มเสี่ยงว่าจะสกปรกด้วยการฮั้วกัน และการรวมกลุ่มกันของคนที่เป็นบ้านใหญ่ในแต่ละจังหวัด สุดท้าย กกต.รู้หน้าที่ของตัวเองหรือไม่ว่าต้องจัดการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ ให้ประชาชนรู้สึกอุ่นใจเมื่อมีพวกคุณ แต่หลายครั้งตนเชื่อว่าพวกคุณคือคนที่ทำลายที่มาจากเจตจำนงบริสุทธิ์ของประชาชน ดังนั้น การเลือก ส.ว.เขาอยากเห็นคนที่มีความรู้ความสามารถ ไม่ได้อยากเห็น ส.ว.ที่ตกอยู่ภายใต้อาณัติของนักการเมือง หรือไม่เป็นขี้ข้าของนักการเมือง แต่ไม่เป็นไร ตนมาประกาศอีกรอบว่าผมกับนายแสวงและ กกต.เราต้องวัดกันถึงที่สุด สัปดาห์หน้าผมจะไปตามต่อที่กองบังคับการปราบปรามเรื่องที่แจ้งความจับนายแสวง
“วันนี้ตนนำชื่อ นามสกุลของบางคนที่เกี่ยวข้องมาให้กับ กกต.ไปตรวจสอบ และฝากถึง กกต.บุรีรัมย์ สำหรับเจ้าหน้าที่ที่รับใช้บ้านใหญ่ ทำอย่างกับได้เงินมาจากบ้านใหญ่หรือเปล่าไม่รู้ แต่ทำตัวรับใช้เป็นขี้ข้าบ้านใหญ่สำหรับ กกต.ที่บุรีรัมย์บางคน และทราบมาว่า กกต.บุรีรัมย์ไปตัดสิทธิสมัครเขา 51 คนเนื่องจากไปสังกัดพรรคการเมือง แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นพรรคไหนบ้าง ตนอยากรู้ว่า 51 คนนี้มีคนของพรรคภูมิใจไทยบ้างหรือเปล่า กล้าตัดคนของพรรคภูมิใจไทยไหม กกต.บุรีรัมย์กล้าไปยุ่งกับคนของภูมิใจไทยไหม ตนจะดูน้ำหน้า กกต.ที่บุรีรัมย์ด้วย” นายภัทรพงศ์กล่าว

