เมื่อวันที่ 10 ก.พ.นายประสิทธิ์ชัย หนูนวล ผู้ประสานงานเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน ได้โพสต์แถลงการณ์เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน ฉบับที่2/2560 มีรายละเอียดระบุว่า
ความตายและความเจ็บป่วยในสหรัฐอเมริกาภายใต้งานวิจัยของมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด ทำให้ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาประกาศปิดโรงไฟฟ้าถ่านหินไปแล้วกว่าร้อยโรง เพื่อรักษาชีวิตคนอเมริกาจากความพิการและภาระด้านสาธารณสุขที่ล้นเกิน รวมถึงความล่มสลายด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น
ความตายและความเจ็บป่วยของคนยุโรปภายใต้งานวิจัยของมหาวิทยาลัยสตุ๊ดการ์ด ประเทศเยอรมนี ส่งผลให้ประเทศในยุโรปประกาศปิดโรงไฟฟ้าถ่านหิน อาทิ แคนาดา สวีเดน อังกฤษ ประกาศปิดทั้งประเทศภายใน2030
ความตายและหายนะด้านสิ่งแวดล้อมทำให้รัฐบาลจีนสั่งยุติโรงไฟฟ้าถ่านหิน100 โรงเพื่อรักษาชีวิตคนในประเทศรวมถึงหายนะด้านสิ่งแวดล้อม กระบี่และอันดามันไม่สามารถหลีกเลี่ยงความตายและหายนะด้านสิ่งแวดล้อมได้เลย หากโรงไฟฟ้าถ่านหินเกิดขึ้น มิพักต้องกล่าวถึงว่าเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวจะล่มสลายหรือไม่ มันเป็นคำตอบที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนอยู่แล้ว เพราะไม่มีนักท่องเที่ยวคนไหนจะมาเที่ยวในพื้นที่ที่มีมลพิษ
ไม่ว่าใครจะคิดเห็นเช่นไร แต่มลพิษไม่เคยเลือกกระทำต่อผู้ใดเป็นพิเศษ ทุกคนล้วนได้รับผลกระทบถ้วนหน้า เราคงไม่อยากเห็นลูกพิการทางสมองตั้งแต่กำเนิดอย่างที่มหาวิทยาลัยฮาวาร์ดทำการวิจัยในสหรัฐอเมริกา โรคมะเร็ง โรคปอด โรคหลอดเลือดที่จะมารุมเร้าประชากรทั้งอันดามัน ความอ่อนแอของประชากรจะนำไปสู่ความล่มสลายทางสังคมจนเกินจะเยียวยา
หากเราไม่อยากมีภาพอนาคตเช่นนั้น จงลุกขึ้นมากระทำภารกิจอันศักดิ์สิทธิ์ นั่นคือการลุกขึ้นมาปกป้องแผ่นดินอันดามัน ปกป้องชีวิตมนุษย์ สัตว์ พืช ปะการัง ต้นไม้ ใบหญ้า น้ำ ฟ้า ทะเล จากการรุกรานของโรงไฟฟ้าถ่านหิน
หัวใจแห่งการปกป้องนับหมื่นดวงจะสถิตอยู่บนถนนเมืองกระบี่พร้อมกันของวันจันทร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ นั่นเป็นกุศลที่สุดในชีวิต เพราะไม่มีกุศลใดยิ่งใหญ่เท่ากับกุศลที่เกิดจากการปกป้องชีวิตและการให้ชีวิต
ขอจงลุกขึ้นมาพร้อมกันกระทำภารกิจอันศักดิ์สิทธ์ ปกป้องอันดามันแผ่นดินอันเป็นที่รัก
13 กพ.60 ลานปูดำ บ่ายสองโมงตรง
เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน
10 กพ.60

