‘พิชัย’ ซัด รัฐบาลจะเพิ่มภาษีทำให้ดูว่าถังแตก ชี้ ประชาชนถังแตกก่อนหน้านี้แล้ว เตือนถ้าธุรกิจเจ๊งเยอะเก็บภาษีไม่ได้ รัฐบาลจะถังแตกจริง

12.02.17 | 10:04 น.

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน กล่าวถึงช่วงที่ผ่านมารัฐบาลมีการปรับขึ้นภาษีในด้านต่างๆ อย่างภาษีสรรพสามิตน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินภายในประเทศนั้น เชื่อว่ารัฐบาลอาจจะเข้าใจผิดคิดว่าเครื่องบินเป็นสิ่งฟุ่มเฟือย ซึ่งไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะสายการบินโลว์คอสต์มีราคาถูกมาก ใกล้เคียงกับรถบัสและรถไฟ ทำให้มีคนมาใช้บริการมากขึ้น การขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันจึงกระทบเป็นวงกว้าง เพราะประเทศไทยโครงสร้างพื้นฐานยังไม่ดี ยังไม่มีรถไฟฟ้าความเร็วสูง รถไฟรางคู่ ที่จะมาทดแทนเครื่องบิน การใช้เครื่องบินจึงเป็นสิ่งจำเป็นของประชาชนทุกระดับ และจะเป็นภาระของประชาชนอีกทางที่เพิ่มขึ้น

ส่วนการเก็บภาษีน้ำตาลที่รัฐบาลอ้างว่าเพื่ออยากให้ประชาชนลดการบริโภคน้ำตาลเพื่อให้มีสุขภาพดี แม้จะเป็นข้ออ้างที่ดี แต่น่าจะเป็นหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุขหรือไม่ แถมรัฐจะต้องเก็บภาษีอื่นๆ อีกด้วยหรือไม่ ที่จะทำให้ประชาชนสุขภาพไม่ดี ยังไม่ต้องพูดถึงชาวไร่อ้อย ชาวไร่มันสำปะหลัง และโรงงานน้ำตาลที่จะได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ ขณะที่การเก็บภาษีที่ดินที่ราคาเพิ่มขึ้นตามแนวรถไฟฟ้าและสถานีรถไฟฟ้า จะเป็นการยากที่จะคำนวณว่าบริเวณไหนมีราคาเพิ่มขึ้นเท่าไหร่ จะเพิ่มความสับสนมากขึ้น และจะทำให้เกิดการเก็บอย่างยุติธรรมได้อย่างไร

ดังนั้น การเก็บภาษีเพิ่มหลายอย่างทำให้ดูเหมือนว่ารัฐบาลกำลังถังแตก และสร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนที่ถังแตกกันอยู่แล้ว และหากประชาชนถังแตกกันมากๆ หนี้เสียที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ของภาคธนาคารโดยเฉพาะธุรกิจ SMEs ที่เจ๊งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อีกหน่อยรัฐบาลก็คงจะถังแตกจริงๆ เพราะประชาชนจะไม่สามารถจ่ายภาษีได้ รัฐก็ไม่มีรายได้ คราวนี้คงได้ถังแตกกันจริง การที่เอ็นพีแอลเพิ่มมากและจะเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ ตามที่ได้เคยเตือนแล้ว แสดงให้เห็นว่าประชาชนถังแตกไปก่อนล่วงหน้าจำนวนมากแล้ว

อย่างไรก็ตาม นายพิชัยมองว่าการขึ้นภาษีเกิดจากรัฐบาลใช้งบประมาณจำนวนมากในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดี เมื่อรัฐบาลหาเงินไม่ได้จึงขึ้นภาษีในทุกทาง เพื่อนำเงินมาแก้ปัญหาที่รัฐบาลไม่สามารถหาเงินได้ แต่รัฐบาลอาจจะเข้าใจกลับกัน ในภาวะที่เศรษฐกิจแย่ รัฐบาลต้องหลีกเลี่ยงการขึ้นภาษีในทุกด้านหรือต้องลดภาษีด้วยซ้ำ เพื่อให้เศรษฐกิจเดินต่อไปได้