‘วิษณุ’ เข้าทำเนียบแล้ว ย้ำมาแค่วันอังคาร ยันช่วยงานตามที่นายกฯ มอบเป็นรายภารกิจ ชี้วันนี้ตรวจร่างคำชี้แจงก่อนส่งศาล รธน.อุบตอบ ชนะหรือแพ้ ไม่หวังชื่อเสียง-เกียรติยศ-เงินทอง ปัดให้คำแนะนำรัฐบาล
เมื่อเวลา 09.54 น. วันที่ 4 มิถุนายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า เข้ามาทำเนียบรัฐบาลวันนี้ไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่หรือตื่นเต้น ครั้งนี้มาทำงานตามที่นายกรัฐมนตรีจะปรึกษาและมอบหมาย และอนุญาตให้เข้าร่วมการประชุม ครม.ได้ เผื่อจะมีประเด็นอะไรที่ต้องการสั่งหรือถกเถียงอะไรกันระหว่างหน่วยงาน ตนก็จะได้เสนอความเห็น มีแค่นั้น และคงทำหน้าที่เหมือนครั้งที่นายพิชิต ชื่นบาน อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เคยทำ
ผู้สื่อข่าวถามว่านายกฯ ได้ขอให้ช่วยตรวจร่างคำชี้แจงที่จะส่งศาลรัฐธรรมนูญด้วยหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า หนีไม่พ้นต้องมีแน่ แต่คนที่ทำจริงๆ คือทีมงานของนายกฯ และนายพิชิต เป็นหนึ่งในทีมงานนั้น เพราะเป็นเรื่องของนายพิชิตซึ่งนายกฯ ไม่ได้ทราบรายละเอียด ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ทำความเห็นเสนอมา เช่นเดียวกับสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี แล้วนำมารวมกัน ก่อนที่จะให้ตนได้ตรวจ เมื่อเสร็จจากขั้นตอนนี้ก็คงจะมีคนอื่นตรวจสอบอีก ซึ่งตนได้ทราบว่าได้มีการจัดทำร่างฉบับแรกเสร็จแล้ว และจะส่งมาให้ตนดูในวันนี้ เพื่อให้นายกฯ ลงนาม และส่งไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ ในระหว่างวันที่ 7-8 มิ.ย.นี้
เมื่อถามว่าจะสามารถชี้แจงรายละเอียดในร่างคำชี้แจงได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า อย่าเปิดเผยให้เสียรูปคดีเลย เพราะการจะสู้คดีคงไม่มีใครมาเปิดเผย เมื่อถามย้ำว่า มีผู้วิเคราะห์ความเสี่ยงของนายกรัฐมนตรี ในคดีนี้ว่าอยู่ที่ 50 : 50 นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบ
ผู้สื่อข่าวถามว่าสามารถยืนยันได้หรือไม่ว่า การสู้คดีดังกล่าว นายกฯ จะชนะได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า “ผมจะยืนยันได้อย่างไรว่าแพ้แหงๆ ส่วนรายละเอียดนั้นยังไม่ได้ดู วันนี้จะได้ดู”
เมื่อถามว่ามีการวิเคราะห์ว่าการกลับมาของนายวิษณุนั้น มีอะไรที่มากกว่าการมาช่วยนายกฯ นายวิษณุกล่าวว่า คิดหนักอยู่แล้วว่าเหมือนคนไม่เจียมตัว แต่เห็นใจนายกฯ ที่ยกเหตุผลมาอธิบายหลายอย่าง ตนจึงคิดว่าจะมาช่วยสักระยะหนึ่ง และไม่คิดว่าจะทำให้ตัวเองเกิดอันตรายอะไร และไม่เป็นผลเสียต่อประเทศชาติ ไม่มีอะไรต้องตื่นเต้นกับการเป็นที่ปรึกษาธรรมดา การเป็นที่ปรึกษาแบบลอยๆ ไม่ใช่ที่ปรึกษาแบบข้าราชการเมือง ไม่มีของอะไรที่ประจำตำแหน่ง เป็นที่ปรึกษาตามที่นายกรัฐมนตรีหรือเลขาธิการนายกรัฐมนตรีถามมา เพื่อยืนยันให้นายกฯ มั่นใจในบางเรื่องเท่านั้น ส่วนใหญ่จะทำงานที่บ้าน แต่จะเข้ามาทำเนียบรัฐบาลเฉพาะวันอังคาร การเข้ามาช่วยครั้งนี้ จากการพูดคุยกับนายกฯ นั้น เป็นการมาช่วยแค่บางภารกิจ ส่วนจะช่วยนานแค่ไหนนั้นเป็นเรื่องของอนาคต หากมีบางภารกิจแต่หลายครั้ง ก็ช่วยมากขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามว่านายวิษณุ เป็นผู้มีชื่อเสียง เกียรติยศ และฐานะดีอยู่แล้ว การกลับเข้ามาครั้งนี้ยังต้องการอะไรอีกหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า คิดว่าประเทศชาติน่าจะต้องการคนช่วยแก้ปัญหา ตนเป็นคนเล็กๆ คนหนึ่งที่มาช่วยแก้ปัญหาให้รัฐบาลในสิ่งที่รัฐบาลมีข้อสงสัย ไม่ได้ต้องการเงิน เกียรติยศ และถือเป็นการลดเกียรติด้วยซ้ำไปจากรองนายกรัฐมนตรี เพราะสมัยตนมาเป็นที่ปรึกษา เพราะสมัยที่ตนเป็นรองนายกฯ ตั้งแบบนี้ที่ปรึกษาแบบนี้เกือบ 10 คน และก่อนที่จะตัดสินใจมารับตำแหน่งนี้ มีเงื่อนไขเล็กน้อยในการรับตำแหน่งที่ปรึกษา ซึ่งเป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างนายกฯ กับตน แต่ไม่ขอเล่า ทั้งนี้ ได้พูดคุยและซักซ้อมกับนายกฯ ในหลายอย่าง โดยเวลานี้นายกรัฐมนตรียังไม่มอบหมายงานอะไรให้ตนทำ ส่วนการตรวจร่างคำชี้แจงนั้นเป็นการมอบหมายจากเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
เมื่อถามว่าการกลับมาช่วยครั้งนี้ถือเป็นการลงเรือแป๊ะอีกครั้งหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า “ไม่ใช่ คนละแป๊ะ เพราะแป๊ะขึ้นไปแล้ว เวลานี้เศรษฐีมา แต่อย่าให้ไปเปรียบเลยว่าเป็นเรืออะไร เพราะผมไม่ได้อยู่ในรัฐบาลนี้แล้ว ไม่เรียกว่าร่วมรัฐบาล และสำหรับรัฐบาลนี้คงไม่ไปเตือนอะไรเพราะเขาเตือนกันเอง ฝ่ายการเมืองเตือนกันเอง”
เมื่อถามว่าจะช่วยดูเรื่องข้อกฎหมายเกี่ยวกับโครงการแจกเงินดิจิทัลผ่านระบบดิจิทัลวอลเล็ตด้วยหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ยังไม่เคยเอ่ยถึงในเรื่องนี้
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีเคยระบุว่ารัฐบาลนี้มีแต่คนไม่รู้กับคนไม่รู้มาคุยกัน จึงอยากให้นายวิษณุมาช่วย นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ใช่ไม่รู้แบบไม่รู้เรื่องอะไร แต่เพราะแต่ละคนรู้แค่เรื่องของตัวเอง ไม่รู้เรื่องของคนอื่น รู้แต่เรื่องของกระทรวงตัวเอง ไม่รู้เรื่องของกระทรวงอื่น อาจมีอะไรขัดแย้งกันบ้าง และการที่เข้ามานั่งใน ครม. คงมีบ้างที่จะท้วงในบางเรื่องไม่ใช่ทุกเรื่อง หากทำดีไม่มีอะไรสงสัยตนก็ไม่ทักท้วง อันนี้ขอย้ำว่าไม่ใช่เรื่องแปลก ตนอยู่มาหลายรัฐบาลแล้ว ก็เห็นว่ามีคนนอกเข้ามานั่งในที่ประชุม ครม. หากมีอะไรผิดพลาด ก็จะเขียนโน้ตแจ้งนายกรัฐมนตรี เพื่อไม่ให้เสียเวลาใน ครม. นั่งไม่ได้เพื่อท้วง แต่เพื่อช่วยจดเมื่อรัฐมนตรีไปกันหมด แล้วเกิดคดีความขึ้นมา จะได้มีคนช่วยจดจำและเป็นพยาน บางทีต้องการคนนอกที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามาทำหน้าที่
ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสต่อต้านจากคนในพรรคเพื่อไทยต่อกรณีที่นายวิษณุมาเป็นที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี นายวิษณุกล่าวว่า ไม่เดือดร้อน ถ้าต้านมากๆ ตนก็ไม่อยู่
เมื่อถามว่าการันตีได้หรือไม่ว่าเมื่อนายวิษณุมาช่วยงานแล้ว จะทำให้รัฐบาลชุดนี้อยู่ครบเทอม นายวิษณุกล่าวว่า “ไม่ใช่เรื่องของผม เป็นเรื่องของรัฐบาล”

