‘ยิ่งชีพ’ กังวล 3 ข้อ ปมเลือก ส.ว. ระดับอำเภอ ขอผู้สมัครทำการบ้าน หวั่น ‘ตกเพราะระบบ’

4.06.24 | 15:12 น.

‘ยิ่งชีพ’ กังวล 3 ข้อ ปมเลือก ส.ว. ระดับอำเภอ ขอผู้สมัครทำการบ้าน หวั่น ‘ตกเพราะระบบ’

เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ที่ห้อง 211 (ศาลจำลอง) คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ศูนย์นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับ โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) และ We Watch จัดงานแถลงข่าวและเสวนา “ปัญหาการเลือก ส.ว.2567 จะแก้ไขอย่างไร? ข้อเรียกร้องจากประชาชนถึง กกต.”

เวลา 12.50 น. ประชาชนและผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา เดินทางเข้ามารับฟังเสวนาแน่นห้องประชุม โดยก่อนการเริ่มเวทีเสนามีการแถลงข่าว “ข้อเรียกร้องจากประชาชนถึง กกต.” นำโดย ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ และนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือไอลอว์ (iLaw)

นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) กล่าวว่า เรากำลังจะเลือก ส.ว.ระดับอำเภอ ด้วยระบบใหม่ที่ไม่เคยทำมาก่อน และไม่มีใครรู้ว่าระบบนี้จะดีไหม จะมีปัญหาไหม และจะออกมายังไง ตอนนี้มีข้อกังวล 2-3 ประเด็น

Advertisement

“ประเด็นแรก คือ น่าจะมีการจัดตั้ง เกณฑ์คน หรือฮั้วกัน มาสมัคร คนที่ถูกเกณฑ์มาจะได้เข้าไปเลือกในวันที่ 9 มิถุนายนนี้ และถ้ามีการตัดสิทธิภายหลังพบว่าคนเหล่านี้ไม่มีคุณสมบัติที่จะสมัครได้ แต่คะแนนโหวตมันโหวตไปแล้วมันไม่สามารถเอาคืนได้ ฉะนั้นเราอยากจะเห็นว่า กกต.จะต้องตรวจสอบคุณสมบัติและข้อร้องเรียนทั้งหลาย คุณสมบัติใครสมัครได้ไม่ได้ ใครเกณฑ์มา ให้เสร็จภายในวันอาทิตย์ที่ 9 นี้” นายยิ่งชีพกล่าว

นายยิ่งชีพกล่าวต่อไปว่า ประเด็นต่อมาคือ การมีผู้สมัครจำนวนน้อยซึ่งไม่ได้เป็นความผิดของประชาชน เป็นความผิดของระบบครึ่งหนึ่ง และเป็นความผิดของผู้บังคับใช้ระบบคือ กกต.อีกครึ่งหนึ่ง ทำให้มีหลายอำเภอที่มีคนมาสมัครเพียงกลุ่มเดียว ซึ่งอาจจะเป็นการมาสมัครแค่ 1-3 คน ในกลุ่มนั้น

กกต.ล่าสุดออกมาอธิบายว่าอำเภอเหล่านี้ไม่สามารถเลือกไขว้ได้ทำให้ผู้สมัครทั้งหมดจะตกไปเลยโดยที่เขาไม่ได้ทำผิดอะไร และเขาไม่ได้ไม่เหมาะสมที่จะเป็น ส.ว. แต่เขาตกเพราะระบบ คือ คนอื่นกลุ่มอื่นไม่ได้มาสมัครทำให้เลือกไขว้ไม่ได้ สิ่งนี้ไม่ถูกต้องและเราอยากที่จะเห็น กกต.พยายามหาทางออกทางอื่นด้วย” นายยิ่งชีพกล่าว

นายยิ่งชีพกล่าวต่อไปว่า ประเด็นต่อมาคือ ผู้สมัครหลายท่านอาจยังไม่ทราบว่า เมื่อผ่านการเลือกกันเองแล้ว จะต้องไปเลือกไขว้กับกลุ่มอาชีพอื่นและในการเลือกไขว้จำเป็นจะต้องได้ 1 คะแนนทุกคน ผู้สมัครจำนวนมากยังเข้าใจว่าระบบการเลือกคือการเลือกกันเองของผู้สมัคร

“ผมคุยกับผู้สมัครท่านหนึ่งเขาเข้าใจว่าถ้าในกลุ่มเขามี 3 คน คือไม่ต้องไปวันที่ 9 เพราะเขาเข้าใจว่ามันผ่านเลย ซึ่งถ้าเขาไม่ได้ไปเขาตกเลย แม้ว่าจะมีคนน้อยแค่ไหนก็ต้องไป ทีนี้ถ้าไปถึงและมีเกิน 5 คน ไม่ต้องเลือกกันเองแต่ว่าต้องไปเลือกไขว้และความสำคัญคือ เลือกไขว้ทุกคนต้องได้คะแนน ถ้าใครไม่ได้คะแนนแม้ในกลุ่มนั้นจะมีแค่ 1-2 คน ก็จะเข้ารอบไม่ได้ เรื่องนี้เป็นข้อกังวลมาก เพราะว่าผู้สมัครส่วนใหญ่ไม่ได้รู้จักผู้สมัครกลุ่มอื่นแม้จะอยู่ในอำเภอเดียวกันแต่ไม่เคยทำอาชีพด้วยกัน ไม่ได้มีความสัมพันธ์ด้วยกัน ทำให้ไม่รู้ว่าผู้สมัครกลุ่มอื่นมีคุณสมบัติน่าเลือกหรือไม่

โดยปกติเมื่อมีรายชื่อมาให้เลือกและมันน้อยโดยอาจมีกลุ่มละ 1-2 คน เมื่อเราไม่รู้จักเขาเลยคนส่วนใหญ่ก็จะไม่เลือก คือไม่ได้ออกเสียงเพราะว่าไม่รู้จะเลือกใครดี ไม่รู้ว่าแต่ละคนดีไม่ดีอย่างไร แต่ถ้าผู้สมัครทุกคนทำแบบนี้สุดท้ายมันจะไม่มีใครไปสู่ระดับจังหวัด และสาเหตุที่ทุกคนตกรอบไม่ใช่เพราะว่าไม่เหมาะสมที่จะเป็น ส.ว.แต่เป็นเพราะว่าระบบการเลือกไขว้มันให้ข้อมูลผู้สมัครไม่เพียงพอ” นายยิ่งชีพกล่าว

นายยิ่งชีพกล่าวว่า อยากจะฝากไปยัง กกต.ให้ทำความเข้าใจกับผู้สมัครทุกคนและฝากผู้สมัครทุกท่านให้ทำการบ้านไปก่อน ในอำเภอตอนนี้มีผู้สมัครไม่เยอะบางอำเภอมี 20-30 คน อยู่ในวิสัยที่พอจะทำการบ้านได้ รบกวนทุกท่านทำการบ้านไปก่อนพอถึงรอบจับสลากเลือกไขว้ก็จะรู้ว่าคนที่เราได้เลือกน่าเลือกหรือไม่อย่างไร พอเราออกเสียงไปจะได้พากันเข้าไป ถ้าไม่น่าเลือกจริงๆ ก็ไม่ต้องเลือกแต่ถ้าพอใช้ได้ต้องช่วยกันออกเสียงหน่อย

ถ้าทุกคนไม่มั่นใจไม่ได้ทำการบ้านมาและไม่ยอมออกเสียงสุดท้ายมันจะไม่มีใครเข้ารอบจังหวัด และรอบจังหวัดก็จะกลายเป็นเหมือนรอบอำเภอคือคนไม่พอที่จะเลือกได้และจะตกรอบจังหวัดกันโดยที่ไม่ได้เป็นความผิดของผู้สมัคร