‘พิชาย’ ชวนจับตาปรากฏการณ์ ‘เลือก เลิก ล้ม’ ชี้เป้านักข่าวจ้องพื้นที่ยุทธศาสตร์ โวย กกต.เฉื่อยชา พีอาร์ไม่ผ่าน
เมื่อวันที่ 4 มิถนายน ที่ห้อง 211 (ศาลจำลอง) คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ศูนย์นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับ โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ilaw) และ We Watch จัดงานแถลงข่าวและเสวนา “ปัญหาการเลือก ส.ว.2567 จะแก้ไขอย่างไร? ข้อเรียกร้องจากประชาชนถึง กกต.”
ต่อมาเวลา 13.10 น. เริ่มเวทีเสวนาหัวข้อ “ปัญหาการเลือก ส.ว.2567 จะแก้ไขอย่างไร? ข้อเรียกร้องจากประชาชนถึงกกต.” นำโดย ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์, นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ ไอลอว์ (iLaw), นายกฤต แสงสุรินทร์ ตัวแทน We Watch, รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และ น.ส.ปริมวิษา ทองฉอ้อน ผู้ดำเนินรายการ
ในตอนหนึ่ง รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต กล่าวว่า ตนคงไม่เสนอแก้ปัญหาอะไร แต่จะมองภาพรวมแล้วกัน กรณีการเลือกตั้ง ส.ว.ครั้งนี้ ขอตีความว่ามันสะท้อนนัยยะอย่างหยาบ 2 อย่างของชนชั้นนำในสังคมไทย อย่างแรกคือการวางกับดักให้ระบอบประชาธิปไตย ให้มันสับสน วุ่นวาย จนกระทั่งมีใครไปเล่นงาน หาเรื่องที่จะสกัดไม่ให้เดินตาม ถ้านัยนี้หมายถึงคนเขียนจงใจเขียน เพราะคนเขียนในเรื่อง ส.ว. เขียนจากฐานคิดว่าไม่อยากให้ประชาชนเลือกตั้ง มีคนเสนอ 20 อาชีพก็ไม่ว่ากัน พอระบุผู้สมัครอยู่อาชีพอะไร ให้ประชาชนระบุอาชีพตนเอง จะได้เลือกโดยตรงก็ไม่ฟังโดยให้มีการเลือกกันเองโดยต้องรู้อยู่แล้วว่ามีการฮั้ว เพราะโดยการเลือกกันเองมันมีหลายครั้งทั้งสภาที่ปรึกษา หรือสภาอื่นๆ ก็เห็นกันอยู่แล้ว
“ครั้นบอกว่าจะมาเลือกข้างสาขาเพื่อมาแก้ไข อันนี้ก็แปลว่า คือถ้าเขาตั้งใจ เขาก็รู้อยู่แล้วว่าไม่มีทางเลยในประเทศไทยที่กว่า 900 อำเภอ จะมีคนมาสมัคร อาจจะเล็งเห็นผลอยู่แล้วว่ามันจะเกิดขึ้นความวุ่นวาย หลายๆ ครั้งในการเขียนรัฐธรรมนูญของเรา พวกชนชั้นนำได้วางกับดักท้ายที่สุดกลับมารัดคอตนเองตั้งหลายอย่าง คิดไม่ถึงว่ามีเหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้น ความสามารถของมนุษย์ในการมองเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้า แล้วเขียนอะไรครอบคลุมพฤติกรรมของมนุษย์ทุกอย่าง ผมว่านักประชากรศาสตร์ไทย นักนิติศาสตร์ ยังไม่มีปัญญาพอที่จะวิเคราะห์พฤติกรรมทุกอย่างของคนไทยที่ในขอบเขตใดขอบเขตหนึ่ง หรือเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เพราะฉะนั้นก็มีปัญหาแบบนี้เกิดขึ้น” รศ.ดร.พิชาย กล่าว
รศ.ดร.พิชาย กล่าวต่อไปว่า สิ่งที่ต้องจับตาดู คือ กระบวนการเคลื่อนไหวการเลือกของ ส.ว. เลือก เลิก ล้ม ตนคิดว่ามีร่องรอยปรากฏการณ์แบบนี้อยู่ เท่าที่สังเกตและติดตาม เพราะฉะนั้นจะต้องจับตา และส่งสียง

“ถึงแม้ว่าจะมีข้อบกพร่องบางอย่างเกิดขึ้น ผมคิดว่า อย่างไรก็ตาม พันธกิจที่สำคัญคือให้มีการเกิดเลือกตั้ง ส.ว.ให้ได้ ให้บรรลุสัมฤทธิ์ผล มีการประกาศให้ได้ ภายในวันที่ 2 กรกฏาคม ตามที่ กกต.สัญญา เพื่อให้กระบวนประชาธิปไตยนั้นขับเคลื่อนไปได้ เพราะฉะนั้นปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นต้องเป็นไปตามกระบวนการและร้องเรียนไป มีปัญหาก็แก้กันไป แต่ว่ายังไงก็ตามต้องพยายามขับเคลื่อนการเลือกตั้ง ส.ว.ให้ได้ ถ้าเกิดขึ้นไม่ได้ 250 คนที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนก็ได้นั่งต่ออีก ตอนนี้ก็ ทะเลาะกันเองไปทั่วแล้ว เพราะฉะนั้น จึงต้องมีการดำเนินการเลือก ส.ว. ให้บรรลุผลให้ได้ถึงแม้ว่าจะมีข้อบกพร่องอยู่ก็ตาม” นายพิชายกล่าว
รศ.ดร.พิชาย กล่าวต่อไปว่า ตนคิดว่า กกต. ทำงานแย่มากในการเลือกตั้ง ส.ว.ครั้งนี้ อย่างแรกสะท้อนให้เห็นปัญหาคือการประชาสัมพันธ์ การที่จะบอกกล่าวให้คนมาสมัคร ภาคประชาชนยังทำได้ดีกว่า
“ถ้ามีความกระตือรือร้นในการส่งเสริมประชาธิปไตยต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการนี้ ก็ต้องเปิดแคมเปญอย่างกว้างขวางให้คนเข้ามามีส่วนร่วมสมัคร ส.ว. ปรากฏการณ์ที่เรียกว่า หนึ่งอำเภอ หนึ่งคน ก็คงไม่เกิด หนึ่งอำเภอ หนึ่งคน เกิดเนื่องจาก กกต. ทำงานเฉื่อยชา ไร้ประสิทธิภาพ ไม่รับผิดชอบต่อประชาธิปไตย จังหวัดไหน ฝากคุณแสวง (นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.) ถ้ามีจังหวัดไหนสมัครไม่ครบ ต้องลงโทษ แปลว่าทำงานบกพร่อง สร้างปัญหาให้กับ กกต.
ถ้าหากว่าไม่ไขนอต ไม่ทำอะไรบ้าง มันก็ทำงานแบบนี้ตลอด ตอนนี้กกต.ก็เหมือนระบบราชการขึ้นไปทุกวันๆ ติดเชื้อระบบราชการ ห่างเหินจากประชาชน องค์การอิสระ ตอนแรก ๆ กกต. ยังโอเค ปี 2544 ยังคำนึงถึงประชาชนบ้าง เท่าที่สังเกต มักตีความกฎหมายเซฟตัวเอง โดยกาง พ.ร.บ.เลือกตั้ง นี่ไงต้องเลือกกัน ไขว้สามกลุ่ม ถ้าไม่ถึงสามกลุ่มก็ตัดสิทธิไปเลย ถ้าประชาชนอยากทำอะไรก็ไปร้องเอาเอง ฉันไม่เกี่ยวแล้ว หรือว่าไม่มีคะแนนก็ตัดไปเลย ผมว่าวิธีคิด กกต.เป็นแบบนี้ ถ้าไม่เป็นแบบนี้ ก็ให้ประกาศมา นี่ปรามาสไว้ก่อน” รศ.ดร.พิชาย กล่าว

รศ.ดร.พิชาย กล่าวว่า หลังจากเลือก ส.ว.เสร็จแล้ว จะมีเรื่องตามมาอีกมาย ไม่ว่า กกต. จะวินิจฉัยแบบไหน ตัดสิทธิพี่น้องประชาชนที่สมัคร ต้องถูกฟ้องแน่ๆ คงมีคนเตรียมการไว้หลายคน หรือว่าให้สิทธิ อีกฝ่ายก็ฟ้องเช่นกัน หลังมีการเลือก สว. ผลของการทำงานที่ไร้ประสิทธิภาพ จะเป็นบทเรียนที่ต้องจำต่อไป
“ในแง่หนึ่งของร่องรอยผู้เลือกตั้ง ส.ว. มีปรากฏการณ์จริงที่ตามมา มีการจัดตั้งจริงหลายกลุ่ม กลุ่มทุน กลุ่มเครือข่ายราชการ อสม. ทหารผ่านศึก กลุ่มลัทธิศาสนา สารพัด มีการจัดตั้งจริง มีการประกาศและเราสามารถตรวจสอบได้ และดูประชาชนที่สมัครเจตจำนงเสรี ตัดสินใจได้เลยว่าจะทำอย่างไร กระบวนการจัดตั้งเท่าที่ดู มันจะให้ประสิทธิผลมากที่สุดคือในระดับอำเภอ ถ้าจัดตั้งคุณเข้ารอบแน่ๆ ยิ่งจัดตั้งข้ามกลุ่มกัน 3 กลุ่มก็สามารถเข้ามาได้ แต่ระดับต่างจังหวัดก็จะยากขึ้น ระดับต่างประเทศก็ยากขึ้นเช่นกัน
การเลือกไขว้ถึงแม้ว่าจะมีความง่ายในการใช้คะแนนการจัดตั้งนายอำเภอ แต่พอจังหวัด ความยากก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยในประเทศเราก็อาจจะได้ ส.ว. ที่อาจจะมีการจัดตั้งจำนวนน้อยกว่าที่คาดได้ ถ้ามองในด้านบวก โดยขบวนการการเลือกไขว้ทั้งหลาย ในระดับประเทศคนเข้ามาในแต่ละสายอาชีพเป็นร้อยอยู่แล้ว จังหวัดผ่านมาเนี่ย คงจะร้อยกว่าคนแต่ละอาชีพ ก็สามารถเป็นตัวเลขที่ทำให้การจัดตั้งมันลดอิทธิพล หรืออิทธิฤทธิ์ ลงได้ระดับหนึ่ง ถ้าจัดการการจัดตั้งระดับต่างจังหวัดก็ดี จะได้ไม่มีปัญหาในระดับประเทศ” รศ.ดร.พิชายกล่าว
รศ.ดร.พิชายกล่าวว่า ตนคิดว่า ในวันเลือกตั้ง 9 มิถุนายนนี้ อาจจะมีปัญหาในบางพื้นที่ ซึ่งก็เป็นคำถามว่า กกต. จะทำอย่างไร
“ปัญหาที่เกิดขึ้นเราก็สามารถโฟกัสไปได้เลย ผมเสนอให้นักข่าวเลือกพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่คาดว่ามีปัญหา เกณฑ์ในการดู เช่น ให้ดูแนวโน้มของการจัดตั้งในเขตอำเภอนั้นมากน้อยขนาดไหน ซึ่งเราตรวจสอบได้อย่างชัดเจน อย่างบุรีรัมย์ กับศรีสะเกษ อันนี้ในเรื่องของเกณฑ์ผู้สมัคร แต่ยังมีพื้นที่อื่นอย่างในกรุงเทพ แถวราชเทวี ก็น่าเลือก ผู้สมัครมาจากบริษัทใหญ่บริษัทหนึ่ง ที่พวกเราน่าจะทราบ ให้ไปหากันเอง ซึ่งน่าสนใจในการตรวจสอบในพื้นที่อำเภอคนไม่มีสมัคร ก็น่าสนใจในอีกแง่หนึ่ง ให้ดูว่า กกต. ตัดสินใจอย่างไร
ในส่วนเรื่องอื่นนั้น กระบวนการ ก็คงต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือ กระบวนการที่พยายามสร้างปัญหาเลือก ส.ว.ไม่ให้บรรลุผล โดยวิเคราะห์ความสัมพันธ์กลุ่มหน้าเก่า ดูการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนที่มีความสัมพันธ์กลุ่มหน้าเก่า ผมไม่เชื่อว่าเขาปรารถนาดีกับระบอบประชาธิปไตย เราต้องจับตาดูให้ดีต่อไป” รศ.ดร.พิชาย กล่าวทิ้งท้าย


