พลันที่ แสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งข้อความผ่านไลน์ถึงพนักงานและเจ้าหน้าที่ กกต. ทุกคนให้เตรียมพร้อมรับมือแรงเสียดทานจากภารกิจการเลือก ส.ว.
ที่จะเริ่มเลือก ส.ว.ระดับอำเภอในวันที่ 9 มิถุนายนนี้ เนื่องจากมีสัญญาณและพฤติการณ์และความเคลื่อนไหว การแสดงออกของกลุ่มบุคคลต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมีและไม่มีแรงจูงใจทางการเมือง
พอจำแนกได้เป็น 3 รูปแบบ คือ รูปแบบที่ 1 เลื่อนหรือลาก การเลือก ส.ว.ออกไป รูปแบบที่ 2 ล้ม การเลือก ส.ว. และรูปแบบที่ 3 เลือก แต่กดดันให้ได้ผลตามเป้าหมายที่หวังไว้
แต่ไม่ว่าจะรูปแบบใด ก็ขอให้เป็นแค่การคาดการณ์ อย่าให้เกิดขึ้นจริง เพราะถ้าเกิดขึ้นจริงย่อมไม่เกิดผลดีกับบ้านเมืองอย่างแน่นอน นั่นคือ ข้อห่วงใยและการเตรียมความพร้อมให้ กกต.รับมือ
สอดคล้องกับสัญญาณของ สมชาย แสวงการ หนึ่งใน250 ส.ว.ชุดรักษาการ ออกมาเปิดข้อมูลพร้อมกับรายชื่อ ในเชิงตั้งข้อสังเกตว่า มีผู้สมัคร ส.ว. 149 คน อาจเข้าข่ายกระทำการฮั้วคัดเลือก ส.ว.
เนื่องจากแต่ละกลุ่มอาชีพมีผู้สมัครไม่เกิน 2 คนทำให้เป็นผู้เข้ารอบมาเลือกระดับประเทศได้เลย ทั้งข้อมูลและความเคลื่อนไหวดังกล่าวล้วนส่งผลกระทบต่อการเลือก ส.ว. ที่กำลังเกิดขึ้น
สอดคล้องกับผู้สมัคร ส.ว.บางอำเภอ ที่ถูกตัดสิทธิ ภายหลังยื่นสมัครลงเลือก ส.ว.ถูกต้อง แต่กลับไม่มีคู่แข่งในอำเภอดังกล่าว ส่งผลให้ไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการเลือกไขว้กับผู้สมัคร ส.ว.อีก 19 กลุ่มอาชีพได้
จึงเตรียมรวมตัวกันมายื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้วินิจฉัยว่า การเลือก ส.ว.ครั้งนี้ ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เนื่องจากกระบวนการเลือก ส่งผลให้ผู้สมัครส.ว.บางอำเภอ บางกลุ่มอาชีพต้องเสียสิทธิ
ทั้งข้อมูล ข้อเท็จจริง รวมทั้งสัญญาณที่ กกต.ได้สดับรับฟังมา ถือเป็น ภาระหน้าที่และความรับผิดชอบโดยตรง ที่ กกต.จะต้องใช้กลไกที่มีอยู่ ทั้งสำนักงาน กกต.จังหวัด ผู้ตรวจการเลือกตั้ง ทั้ง 77 จังหวัด
ต้องเร่งตรวจสอบและเดินหน้าทำหน้าที่จัดการเลือก ส.ว. ให้สำเร็จตามไทม์ไลน์ ที่กำหนดไว้ คือ การเลือกระดับอำเภอ วันที่ 9 มิถุนายน การเลือกระดับจังหวัด วันที่ 16 มิถุนายน การเลือกระดับประเทศ วันที่ 26 มิถุนายน
เพื่อให้ได้ ส.ว.ชุดใหม่ทั้ง 200 คน ตามไทม์ไลน์ที่จะประกาศรายชื่อได้ในวันที่ 2 กรกฎาคมนี้ พร้อมกับ บัญชีรายชื่อ ส.ว.สำรอง อีก 100 คน เข้าไปทำหน้าที่วุฒิสมาชิก
กลั่นกรองและพิจารณาร่างกฎหมาย แต่งตั้งองค์กรอิสระ ทั้ง กกต. กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ตรวจการแผ่นดิน หากได้ ส.ว.ที่ยึดโยงกับประชาชน เข้าไปทำหน้าที่กลั่นกรอง คัดเลือกองค์กรอิสระข้างต้น ให้ยึดโยงกับภาคประชาชนมากเท่าใด ย่อมจะส่งผลดีต่อทิศทางการเมืองที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้
แม้ด้วยกลไกและกติกา การเลือก ส.ว.ชุดใหม่ จะมีความซับซ้อน แต่เมื่อรัฐธรรมนูญ กำหนดให้ กกต. มีอำนาจหน้าที่ในการจัดเลือก ส.ว. ก็ต้องเดินหน้าจัดการเลือก ส.ว.ให้สำเร็จ
อย่าปล่อยขบวนการ เลื่อน ล้ม เลือก มาล้มการเลือก ส.ว. อันจะก่อให้เกิดผลเสียต่อประเทศชาติ ตามที่หลายฝ่ายมีความกังวล
จตุรงค์ ปทุมานนท์

