09.00 INDEX สถานการณ์ ก่อนตัดสินคดี ยุบพรรค ท่าที ศาลรัฐธรรมนูญ VS ท่าทีก้าวไกล
ขณะที่ด้านหนึ่ง ศาลรัฐธรรมนูญบรรจุเรื่องการยุบพรรคก้าวไกลเข้าสู่วาระในวันที่ 12 มิถุนายน พร้อมกับแถลงห้ามการแสดงความเห็นใดๆ อันอาจเป็นการโน้มนำในทางความคิด
ด้านหนึ่ง พรรคก้าวไกลยืนยันว่า จะแถลงกระบวนการต่อสู้ พร้อมเผยแพร่เอกสารสำคัญในวันที่ 9 มิถุนายน
ระหว่าง “ศาลรัฐธรรมนูญ” กับ “พรรคก้าวไกล” แตกต่างกัน
เป็นความแตกต่างไม่เพียงแต่เมื่อเปรียบเทียบกับเมื่อครั้งที่ พรรคอนาคตใหม่เคยประสบในสถานการณ์เดียวกันก่อนมีคำวินิจฉัยยุบในเดือนกุมภาพันธ์ 2563
หากแต่ยังแตกต่างไปจากสถานการณ์ก่อน พรรคไทยรักไทย ถูกคำวินิจฉัยยุบในเดือนพฤษภาคม 2550 และต่างไปจากสถานการณ์ก่อน พรรคพลังประชาชน ถูกคำวินิจฉัยยุบในเดือนพฤศจิกายน 2551
ทั้งๆ ที่ศาลรัฐธรรมนูญระบุอย่างชัดเจนว่า ก่อนการพิจารณาในกรณีของ พรรคก้าวไกล ในวันที่ 12 มิถุนายน พรรคก้าวไกล ไม่ควรมีการเคลื่อนไหวใดๆ อันบ่งชี้ถึงการโน้มนำในทางความคิด
ท่าทีเช่นนี้ของ พรรคก้าวไกล ถือว่าท้าทายต่อท่าทีอันกำหนดมาจากศาลรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน
เหตุผลของ พรรคก้าวไกล มีความชัดเจน และมิได้กำหนดขึ้นในห้วงก่อนจะถึงวาระแห่งการพิจารณาในวันที่ 12 มิถุนายน ดังที่ศาลรัฐธรรมนูญได้กำหนด
ตรงกันข้าม ไม่ว่าประธานที่ปรึกษาพรรค ไม่ว่าหัวหน้าพรรคได้แจ้งท่าที และความต้องการนี้เอาไว้นานมาแล้ว
เมื่อโฆษกพรรคออกมายืนยันก็ระบุอย่างตรงไปตรงมาว่า เพียงต้องการแสดงให้สาธารณะเห็นในกระบวนการต่อสู้ของพรรคก้าวไกลว่าเหตุใดจึงไม่ควรยุบพรรค
ในอีกด้านท่าทีและการเคลื่อนไหวเช่นนี้เท่ากับพรรคก้าวไกล ไม่ต้องการให้การพิจารณาคดียุบหรือไม่ยุบพรรคก้าวไกลดำเนินไปอย่างลี้ลับ ตรงกันข้าม มีเป้าหมายเพื่อสร้างความโปร่งใส
เป็นความโปร่งใสไม่ว่าเมื่อมองไปยังรายละเอียดคำฟ้องจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง ไม่ว่าบทสรุปของศาลรัฐธรรมนูญ
นั่นคือ ให้สังคมรับรู้ “กระบวนการ” ตั้งแต่ต้นจนถึงคำวินิจฉัยว่ามีรากฐานและองค์ประกอบอย่างไร
หากเปรียบเทียบกับสถานการณ์ก่อนมีคำวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่ ท่าทีและความต้องการของพรรคก้าวไกลมีความต่าง
เพียงแต่เป็นความต่างที่เรียกร้องให้ “สังคม” ได้มีส่วน “รับรู้”
เพียงแต่เป็นความต่างไปจากก่อนยุบพรรคไทยรักไทย ก่อนยุบพรรคพลังประชาชน ก่อนยุบพรรคไทยรักษาชาติ ก่อนยุบพรรคอนาคตใหม่
นั่นก็คือ มิได้มีเพียงคำวินิจฉัยของ “ศาลรัฐธรรมนูญ” เท่านั้น หากต้องการได้คำวินิจฉัยของ “สังคม” เข้ามาเป็นองค์ประกอบด้วย

