09.00 INDEX มาตรา 112 ณ นิรโทษกรรม ทางเลือก ในอุ้งมือ เพื่อไทย
ท่าทีของพรรคเพื่อไทยต่อเป้าหมายในการผลักดันร่างพรบ.นิรโทษกรรม ท่าทีของพรรคเพื่อไทยต่อการยอมรับหรือผลักผู้ต้องคดี จากประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
ได้ค่อยๆพัฒนาเข้าไปสู่พื้นที่อันเป็น ”จุดตัด” แห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างสำคัญในทางการเมือง
ความหมายไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2566
ต้องยอมรับว่าการตัดสินใจที่เห็นเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2566 ไม่ว่าที่ปรากฏผ่านท่าอากาศยาน ”ดอนเมือง” ไม่ว่าที่รับรู้ผ่านการ ประชุมรัฐสภา”เกียกกาย”มีผลสะเทือนอย่างใหญ่หลวง
ความหมายมิได้เป็นรากฐานก่อเกิดสิ่งที่เรียกในทางการเมืองว่า ”รัฐบาลพิเศษ” ขึ้นมาเท่านั้น หากแต่ยังเป็นรูปธรรมแห่งการประนอมในทางการเมืองอย่างมีนัยสำคัญ
นั่นก็คือ การจับมือระหว่าง พรรคเพื่อไทย กับ พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคพลังประชารัฐ โดยมี พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา ร่วมอยู่ในการตัดสินใจ
ความหมายโดยตรงย่อมหมายความถึงการจับมือข้ามขั้วอันเป็นการประนอมประโยชน์ ซึ่งต่างจากคำประกาศก่อนเลือกตั้ง
แต่พลันที่มี ”คำสั่ง” เนื่องแต่ ”มาตรา 112” สภาพก็ ”เปลี่ยน”
การเปลี่ยนแปลงมิได้สะท้อนออกพร้อมกับการปรากฏตัวของ นายวิษณุ เครืองาม ในตำแหน่งใหม่เอี่ยมที่ปรึกษา ”ของ” นายกรัฐ มนตรีอันมีสถานะไม่ต่างจาก ”รองนายกรัฐมนตรี” เท่านั้น
หากแต่ยังเกิดขึ้นและดำรงอยู่ภายใต้ ”ความเงียบ” อยู่ในที่ตั้งของพรรคเพื่อไทย และภายในรัฐบาล
เหมือนกับจะเป็นการยอมรับ เหมือนกับจะเป็นการเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งของสถานการณ์อย่างที่เคยปรากฏผ่านเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2566 แต่ก็ด้วยเงื่อนไขใหม่ซึ่งไม่เหมือนเดิม
ตามมาด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไปภายในพรรคเพื่อไทยอันเกี่ยวกับ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 คำถามที่รับรู้ก็คือการยกร่างพรบ.นิรโทษกรรมจะครอบคลุมมาหรือไม่
เนื่องจากหากครอบคลุมมาโดยความเห็นชอบของพันธมิตร ในทางการเมืองก็หมายถึงโอกาสและความเป็นไปได้ เพียง 141 ผนวกกับ 151 ก็อยู่ที่ 291 อย่างเด่นชัด
กระนั้นที่ปฏิเสธได้อย่างเด็ดขาดก็คือ การเปิดยุทธการใหญ่ในทางการเมืองครั้งใหม่หลังวันที่ 29 พฤษภาคม
อย่างที่มีการสรุปออกมาอย่างเปิดเผยว่า ยุทธการ 3 ล้ม
นั่นก็คือ ล้มทักษิณ ล้มเศรษฐา ล้มพรรคก้าวไกล โดยมัดรวมไม่ว่าพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าพรรคก้าวไกล เข้ามาอยู่ในเข่งเดียว กันเพื่อเผด็จศึกอย่างฉับพลันทันใด
ผลก็คือ ท่าทีและการตัดสินใจในเรื่องมาตรา 112 และนิรโทษกรรมจะกลายเป็นจุดตัดอย่างสำคัญในทางการเมือง

