หน้าแรก การเมือง นายกฯ กางแผนก...

นายกฯ กางแผนกระตุ้นท่องเที่ยว หลังคิกออฟเมืองน่าเที่ยวเชียงใหม่ หวังดึงนทท. ต่างชาติอยู่ยาวในไทย

8.06.24 | 12:25 น.

นายกฯ มั่นใจ หลังคิกออฟเมืองน่าเที่ยวเชียงใหม่ ยังมีอีก55 เมืองหวังดึงนทท. ต่างชาติอยู่ยาวในไทย กระตุ้นจับจ่ายตัวหัว รับยังไม่มีแผนยกเลิกเก็บค่าธรรมเนียมเหยียบแผ่นดิน 300 บาท แม้เอกชนขอรัฐทบทวน แต่พร้อมรับฟัง ลั่นต้องก้าวข้ามความผิดของใครหลังอันดับท่องเที่ยวไทย ของWEF ลดลงในรอบ10ปีที่ผ่านมา ชี้เสียงต่างชาติก็มีวาระแตกต่าง แต่เสียงประชาชนสำคัญกว่า

เมื่อเวลา 10.15น.วันที่ 8 มิ.ย. ที่ ตลาดจริงใจมาร์เก็ต ต.ป่าตัน อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงมาตรการการกระตุ้นการท่องเที่ยว ที่นอกเหนือจากพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่จะมีการวางหมุดหมายไปในพื้นที่อื่นอีกหรือไม่ ว่า เรื่องเมืองน่าเที่ยวยังมีอีก มาก ซึ่งเริ่มคิกออฟที่จังหวัดเชียงใหม่ และจะขยายไปอีก ซึ่งเมืองไทยไม่ได้มีแค่กรุงเทพ เชียงใหม่ ภูเก็ต หรือพัทยา แต่การที่เรามีนักท่องเที่ยวเข้ามากว่า 10,000,000 คน ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี แต่การใช้จ่ายต่อหัว กับระยะเวลาในการอยู่ภายในประเทศก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ ถ้านักท่องเที่ยวมาอยู่แค่เฉพาะกรุงเทพฯก็จะใช้เวลาไม่กี่วัน แต่ถ้ามากรุงเทพฯแล้วไปต่อที่ลำพูน ลำปาง แพร่ ก็จะกลายเป็น 10 กว่าวัน เป็นการจับจ่ายใช้สอยและกระจายรายได้ ไปสู่ภูมิภาค หรือจังหวัดเมืองรอง และเป็นเรื่องที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เห็นด้วยและพยายามผลักดันให้เกิดขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามถึงมาตรการ การเก็บภาษีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 300 บาท (ค่าธรรมเนียมเหยียบแผ่นดิน) ซึ่งมีภาคเอกชนหบายภาคส่วนอยากให้รัฐบาลทบทวน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังอยู่ในแนวคิด เพราะเราอยากให้คนเข้ามาก่อน แต่หากมองในระยะสั้นเรื่องรายได้ ที่เราได้จากเงินค่าธรรมเนียม 300 บาทต่อหัว ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่เราจะได้ แต่ก็ต้องรู้ว่าหากนักท่องเที่ยวเข้ามาเยอะกว่านี้ และเขาไม่ต้องเสียเงิน 300 บาท แต่มาจับจ่ายมาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ร้านอาหาร ร้านขายของต่างๆ เชื่อว่ารัฐบาลก็จะได้รายได้สูงกว่าจากตรงนี้ รัฐบาลพร้อมรับฟังจากทุกเสียง

เมื่อถามว่าหากมีการยกเลิกมาตรการดังกล่าว รัฐบาลจะสามารถนำรายได้ส่วนไหนมาทดแทนกองทุนฯ ที่ขาดหายไป นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนเชื่อว่าหากมีรายได้ เสริม จากด้านอื่น เช่น การเก็บภาษี เราก็สามารถที่จะจัดสรรงบประมาณ เพื่อมาเข้าในกองทุนนี้ได้อยู่แล้ว

Advertisement

เมื่อถามถึงการจัดอันดับ การแข่งขันด้านการท่องเที่ยว จาก work economic forum พบว่าไทยมีอันดับตกลงไปในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนว่าเราควรก้าวข้ามการที่เป็นความผิดของใคร รัฐบาลนี้มาเพื่อที่จะพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ต้องให้เกียรติรัฐบาลเก่า เพราะหลายเรื่องมีช่วงเวลาที่จำเป็น ต้องใช้ทรัพยากรหลายด้าน และตอนนี้เชื่อว่าทุกคนสามารถนำเอารายได้ เข้าสู่ประเทศได้ และตนก็ยังไม่เห็นรายงานของ WEF ซึ่งก็ยังคงมีอีกหลายผลสำรวจ จากหลายสำนักที่พบว่าหลายเมือง หลายเกาะของประเทศไทยถูกจัดอันดับให้เป็นเมืองน่าเที่ยว ดังนั้นอย่าฟังเพียงบางเสียง ตรงไหนที่ฟังแล้วมีกำลังใจมีเหตุมีผล ก็นำเอาไปพัฒนาต่อได้ ขอให้เอารายได้ของประชาชนเป็นหลัก เสียงสำคัญที่สุดคือเสียงของประชาชน ซึ่งต่างชาติก็จะมีวาระที่แตกต่างกันไป ส่วนแผนเสนองบประมาณของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ขณะนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ กำลังดำเนินการอยู่ และงบประมาณในการพัฒนาการท่องเที่ยวนั้นหากมีไอเดียใดที่ดีรัฐบาลก็พร้อมที่จะสนับสนุน

นายกรัฐมนตรี กล่าวถึง มาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวขณะมีปัญหาฝุ่นละออง pm 2.5 ว่า เราก็พูดกันไปหลายหนแล้วซึ่งถ้าไปดู แผนที่จุดความร้อนบริเวณภาคเหนือ จะพบว่าปริมาณฝนลดลงไปเยอะมาก ลดลงไป 20 ถึง 47 เปอร์เซ็นต์ ก็พยายามทำกันอยู่ รวมถึงมาตรการไม่รับซื้อข้าวโพด จากประเทศเพื่อนบ้านที่มีการเผาซาก พร้อมยอมรับว่าอาจจะมีผลกระทบเรื่อง MOU กับประเทศเพื่อนบ้านบ้าง แต่หากเราสามารถพิสูจน์ได้ว่า มีการเผา ก็สามารถนำไปต่อสู้ได้