หน้าแรก การเมือง อนุทิน แถลงจั...

อนุทิน แถลงจับยา 4.8 ล้านเม็ด 140 ล้านบ. ยันไม่มีเอาไปหมุนเวียน ขู่ตัดไฟ-เน็ต ถ้าพบตั้งโรงงานปั๊มยา

8.06.24 | 14:31 น.

อนุทิน แถลงจับยา 4.8 ล้านเม็ด 140 ล้านบ. ยันไม่มีหมุนเวียน ขู่ตัดไฟ-เน็ต ถ้าพบตั้งโรงงานปั๊มยา ลั่น เอาเข้ามาเท่าไหร่ก็จับหมด 

เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขานุการ รมว.มหาดไทยและโฆษกกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า วันนี้ (8 มิถุนายน) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการแถลงข่าว การจับกุมเครือข่ายยาเสพติดซึ่งเตรียมส่งเข้าพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล จำนวน 4.8 ล้านเม็ด มูลค่ากว่า 140 ล้านบาท ณ สถานีตำรวจภูธรสามโคก จ.ปทุมธานี ซึ่งการปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มข้นนี้ เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลภายใต้การนำของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่เน้นย้ำถึง การสืบสวนวิเคราะห์ขยายผลความเชื่อมโยงเครือข่ายการค้ายาเสพติด ให้สามารถแก้ไขปัญหาตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายอนุทิน กล่าวว่า การจับกุมยาเสพติดยาบ้า 4.8 ล้านเม็ด มูลค่ากว่า 140 ล้านบาท ครั้งนี้เป็นการแสดงให้เห็นความร่วมมือบูรณาการของทีมป้องกันยาเสพติดของภาคส่วนต่างๆ ทั้งสำนักงานสำรวจแห่งชาติ สำนักงาน ป.ป.ส. ฝ่ายปกครอง กระทรวงมหาดไทย และทีมผู้ปฏิบัติการชุดต่างๆ ที่ขณะนี้ทำงานเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างมาก ตั้งแต่การสืบ ติดตาม เข้าตรวจค้นและจับกุม ซึ่งครั้งนี้ก็มีลักษณะเหมือนกับหลายครั้งที่การขนถ่ายจะทำเป็นขบวนการ รับช่วงกันมาเป็นทอดๆ และจากลักษณะหีบห่อก็รู้ได้ว่ามาจากแหล่งเดียวกัน มาจากประเทศเพื่อนบ้านผ่านเข้ามาทาง จ.เชียงราย อยากขอเน้นย้ำกับผู้คิดจะทำผิดด้วยการเข้าร่วมรับจ้างขนว่า อย่าทำเลยเพราะเมื่อถูกจับกุมแล้วโทษที่ลงนั้น ไม่ได้คุ้มกับเงินที่ได้ เช่น กรณีของผู้ต้องหาคดีนี้ก็รับจ้างขน ได้รับค่าตอบแทนเพียง 3,000 บาท แต่อนาคตต้องมาสูญสิ้นเพราะขนาดยาเสพติดที่จับได้ 4.8 ล้านเม็ดนี้โทษสูงสุดคือประหารชีวิต

“ผมขอฝากคนที่คิดจะทำผิดว่าอย่าทำเลย เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายทุกคนเขามีความตั้งใจสูงมากที่จะรักษาเยาวชน ชาติบ้านเมือง ให้ห่างจากยาเสพติด ซึ่งมันก็เป็นสิ่งที่อารยประเทศอย่างประเทศไทยควรจะมีคือการปลอดยาเสพติด และผมขอย้ำว่า ท่านเอาเข้ามาเท่าไหร่เราก็จับได้หมด และของพวกนี้ก็ต้องถูกทำลาย เราจะทำทุกทางเพื่อไม่ให้ของเหล่านี้ไปถึงมือเยาวชน ประชาชนของเรา ด้วยความแน่วแน่ และไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงได้” นายอนุทิน กล่าว

Advertisement

นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้ทางการได้เห็นว่าขบวนการค้ายาเสพติดได้มีการเปลี่ยนเส้นทางการลำเลียงลงไปทาง จ.กาญจนบุรี ฝั่งตะวันตกของไทย เนื่องจากทางภาคเหนือได้มีการตรึงกำลังเจ้าหน้าที่หนาแน่นมากขึ้น ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่รายงานการจับกุมให้ทราบเกือบทุกวัน ซึ่งแม้จะเปลี่ยนเส้นทางแต่เจ้าหน้าที่ทุกระดับก็จะตรึงกำลังและสร้างอุปสรรคให้ถึงที่สุด ทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ซึ่งในการข่าวเห็นหมดว่าใครเข้ามา เข้ามากี่คน เข้ามารูปแบบใด ซึ่งหากสามารถจับกุมได้ทั้งทหาร ตำรวจ อส. ก็จะเข้าดำเนินการจับกุมทันที แต่บางกรณีผู้ลำเลียงก็มีอาวุธ การดำเนินการจับกุมก็ต้องมีการวางแผนอย่างรอบคอบเพื่อลดความเสี่ยงต่อความสูญเสีย และความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ด้วย

อีกเรื่องที่กระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญนั่นคือความเข้มงวดในการให้บริการกระแสไฟฟ้าตามแนวชายแดน ที่ปัจจุบันการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จะมีให้บริการเข้าไปยังพื้นที่ชุมชนตามแนวชายแดนเพื่อมนุษยธรรมอยู่ ซึ่งหากมีการสืบทราบว่าในชุมชนนั้นๆ มีโรงงาน ผลิต หรือบรรจุยาอยู่ หรือกรณีมีการใช้กระแสไฟฟ้าไปใช้กับคอลเซ็นเตอร์ จะสั่งให้ตัดทันที จะไม่สนใจสัญญาใดๆ ทั้งสิ้น เพื่อสร้างอุปสรรคทุกวิถีทางให้กับขบวนการผิดกฎหมาย และในส่วนของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ตอนนี้ก็กำลังมีนโยบายจะตัดสัญญาณอินเตอร์เน็ตต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายจากนอกประเทศด้วย ซึ่งหากทั้งหน่วยงานของมหาดไทย และ ดีอีเอส ประสานการทำงานอย่างใกล้ชิด เชื่อมั่นว่าจะสามารถสกัดการทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดนได้อย่างมีประสิทธิภาพแน่นอน

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า ยาเสพติดที่จับกุมได้แล้ว จะเกิดกรณีหลุดเข้าไปเป็นยาเสพติดหมุนเวียนหรือไม่นั้น ขอให้มั่นใจว่าทางการมีระบบการดูแลอย่างรัดกุมผู้ดูแลมีทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงาน ป.ป.ส. และกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้ดูแลการทำลาย ซึ่งการเผาทำลายแต่ละครั้งมูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านบาท และแต่ละปีรวมแล้วเกือบแสนล้านบาท ดังนั้น การหมุนเวียนยาเสพติดจะไม่เกิดในยุคสมัยนี้แน่นอน หรือแม้ในอนาคตจะมีรัฐบาลใหม่เข้ามา ก็ยังมีฝ่ายราชการประจำที่ดูแลสานต่องานไม่ยอมให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นอยู่แล้ว

“ผมมาในนามผู้แทนรัฐบาล และในนามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงาน ป.ป.ส. ฝ่ายปกครอง ที่ร่วมปฏิบัติการครั้งนี้ได้สำเร็จและจะขยายผลต่อไป ผมขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่า เจ้าหน้าที่เราทุกคนมีความมั่นใจ เต็มใจ แน่วแน่เต็มที่ที่จะกำจัดให้ยาเสพติดหมดไปจากประเทศไทยไม่วันใดก็วันหนึ่ง คนที่เกี่ยวข้องจะมีการสืบขยายผลจับกุมไม่รอดพ้นกฎหมาย โทษรุนแรงมาก อย่าคิดทำผิดเลยครับ ไม่คุ้ม ให้คิดถึงครอบครัว ลูก ภรรยา พ่อ แม่ก่อนทำ แม้ท่านจะมีความจำเป็นในชีวิตต่างๆ อันนี้เรารับทราบ แต่มันก็มีทางอื่นที่ถูกกฎหมายที่จะหารายได้ เมื่อจับกุมแล้วและเราไม่สามารถให้ความเห็นใจท่านได้เลย เพราะของเหล่านี้เมื่อไปถึงประชาชนโดยเฉพาะเยาวชนแล้วมันเสียหายอย่างมาก” นายอนุทิน กล่าว