ที่เห็นและเป็นไป : งานและผล

9.06.24 | 12:23 น.

ที่เห็นและเป็นไป : งานและผล

“เศรษฐา ทวีสิน” ในนามของนายกรัฐมนตรี ยังมุ่งมั่นอย่างมั่นคงในบทบาท “ผู้นำที่ขยันขันแข็งไม่รู้เหน็ดเหนื่อย” ด้วยความพยายามคิด ทำเรื่องที่เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับการแก้ไขปัญหา และนำพาประเทศสู่การพัฒนาที่จะสร้างความเจริญรุ่งเรือง

แต่ถึงกระนั้นจนถึงวันนี้ สภาวะที่เกิดขึ้นกับประเทศกลับยังเป็นคำถามในความหวั่นไหวของใครต่อใครที่พูดกันถึงขนาดนายกรัฐมนตรีคนนี้จะไปไหวไหม และในความคิดความเชื่อของบางคนเลยเถิดไปถึงการย้อนสู่รัฐบาลประหารไปโน่น

ในรายละเอียดของความคิดความเชื่อเช่นนี้ มีเรื่องของความยากลำบากในการทำงาน และการมองครอบคลุมไปถึงผลที่เกิดขึ้นกับความเป็นไปของประเทศ

รัฐบาลชุดนี้เกิดด้วยความจำเป็นของพรรคเพื่อไทยที่จะต้องพลิกขั้วกลับข้างมาตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาลที่เคยสนับสนุนการสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหาร เกิดจากความหวังของพรรคเพื่อไทยว่าอย่างไรเสียการได้เข้าเป็นผู้นำใช้อำนาจรัฐจะสามารถสร้างผลงานที่แก้ปัญหาให้ประชาชน และนำพาการพัฒนาประเทศได้ดีกว่าการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน การเข้ามาร่วมกับศูนย์กลางอำนาจเป็นโอกาสที่จะทำให้พรรคมีความมั่นคงมากกว่ายืนอยู่คนละข้างที่เสี่ยงกับการถูกจัดการด้วยอำนาจเหนือมากกว่า

Advertisement

เมื่อเข้ามาได้พรรคเพื่อไทยที่มี “เศรษฐา ทวีสิน” รับบทนายกรัฐมนตรี ได้พยายามอย่างเต็มที่ด้วยการเสนอนโยบายที่เชื่อว่าจะแก้ปัญหาของประเทศ และทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นดิจิทัลวอลเล็ต-แลนด์บริดจ์-30 บาทรักษาทุกที่ ที่ดูแลเรื่องเศรษฐกิจ ปากท้องและสวัสดิการ

ในทางการเมืองมีความพยายามที่จะแก้ไขปัญหาความขัดแย้งการหยิบยก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมขึ้นมาพิจารณาหาวิธีการที่เหมาะสม เช่นเดียวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญในความเป็นไปได้ที่ไม่สร้างการแตกหัก รวมถึงเรื่องอื่นๆ

ตัวนายกรัฐมนตรีเองเดินสายไปทั่วโลก เพื่อนำเสนอประเทศไทยให้นักลงทุนสนใจ เพื่อหวังว่าการลงทุน และการค้าขายส่งออกจะเป็นพลังขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าได้

เป็นความคิดและการลงมือปฏิบัติที่เห็นได้ชัดถึงความทุ่มเท

ทว่าดูเหมือนความทุ่มเทอยู่ที่ไหนความทุ่มเทก็อยู่ที่นั่น

ที่เกิดขึ้นกับประเทศกลับดูจะไม่ขึ้นกับที่ทุ่มเทไป แต่ละโครงการตามนโยบายของรัฐบาลยังได้แต่รอเวลาเพราะเต็มไปด้วยอุปสรรคปัญหาที่ถูกขัดขวางจากกลไกต่างๆ ที่นอกเหนืออำนาจบัญชาการของรัฐบาล

ที่เกิดขึ้นกับประเทศ ยังเป็นหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น ระบบการศึกษาที่สิ้นหวัง การถามหาความเป็นธรรม การพังทลายของธุรกิจและการประกอบอาชีพ การตกงาน ทุนใหญ่จากต่างชาติที่เลือกลงในประเทศเพื่อนบ้านมากกว่า ขบวนการใช้อำนาจที่ก่อสภาพไร้เสถียรภาพทางการเมืองให้ประเทศ ไม่สร้างความเชื่อมั่นให้กับนานาชาติ ท่ามกลางปัญหาสังคมสารพัดอันเกิดจากความเปลี่ยนแปลงของโลกในมิติต่างๆ พร้อมๆ กับการคอร์รัปชั่นแสวงหาประโยชน์จากอำนาจหน้าที่ของกลไกรัฐ

ดูจะไปคนละทิศละทางกับความตั้งใจของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย

สภาวะที่เกิดขึ้นกลายเป็นแรงกดดันใหญ่หลวง เพราะเสียงถามหา “ผลงานรัฐบาล” เริ่มดังเพิ่ม และถี่ขึ้นเหมือนประเทศนี้มากมายด้วยคนไม่เข้าใจการทำงานที่ทุ่มเทของนายกรัฐมนตรีเศรษฐา

การทำงานอย่างหนัก แต่ผลถูกตีความไปอีกทาง

และนั่นเป็นที่มาของคำถามว่าจะไปรอดหรือไม่ ท่ามกลางการแสดงท่าทีข่มว่า ในยุคสมัยสืบทอดอำนาจรัฐประหารทำผลงานได้ดีกว่า

ซึ่งน่าจะเป็นการสร้างแรงกดดันให้เร่งหาผลงานที่ทำให้ประชาชนพอใจ ต้องแจกเงิน 10,000 บาทโดยเร็ว จัดการให้ถ่ายทอดการแข่งขันฟุตบอลยูโร ดูฟรีกันเต็มที่ ออกหวยเกษียณให้มีความหวัง และอื่นๆ ซึ่งคงจะมีอะไรที่ทำให้ประชาชนรู้สึกถึงความสุขตามมาเป็นระยะๆ

ด้วยอย่างน้อยเป็นผลงานที่เกิดรักษาความรู้สึกของประชาชนไว้ว่า รัฐบาลยังคิดถึงงานที่ทำให้ประชาชนมีความสุข

แต่ว่านับวันจะยิ่งน่าเป็นห่วงว่า การจัดการกับโครงสร้างอำนาจที่เป็นอุปสรรคของการแก้ปัญหา และนำพาประเทศสู่การพัฒนาที่แท้จริงนั้น

เป็นงานที่ยากเย็นที่จะทำให้เกิดผลที่ควรจะเป็น