⦁…ไม่ว่าใครที่ได้ฟัง พิธา ลิ้มเจริญรัตน์แถลงในนาม “พรรคก้าวไกล” ถึงมุมมองต่อ “คดียุบพรรค” ที่ “ศาลรัฐธรรมนูญ” จะพิจารณาวันที่ 12 มิ.ย.นี้ ด้วยความตั้งใจ และคิดตามด้วยใจเปิดกว้างต่อหลักกฎหมายที่เป็นสากล อันปรมาจารย์นิติศาสตร์ของไทยเอง เคยชี้ทางให้ช่วยกันรักษาไว้ ย่อมสัมผัสได้ว่า “ไม่มีเหตุอะไรเลย” ไม่ว่าจะตาม “ทฤษฎี” หรือ “ข้อเท็จจริง” กระทั่ง “การปฏิบัติของฝ่ายต่างๆ ที่ผ่านมา” จะส่งผลให้ “พรรคก้าวไกล” ถูกยุบ แต่ก็นั่นแหละ “บ้านนี้ เมืองเรา” ในช่วงเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา อยู่กับความคุ้นชินกับ “ปฏิบัติการที่ไม่จำเป็นต้องอธิบายด้วยเหตุผล” หนักหนาขนาดเรียกขาน “มาตรฐานที่เป็นสากล” ว่า “ความไร้เดียงสาทางการเมือง”
⦁…เคร่งเครียดกันมาพักใหญ่ ว่า “มิถุนายน” จะเป็น “เดือนเดือดทางการเมือง” เพราะไทม์ไลน์หลายเรื่องที่ส่งผลแรงต่อความเป็นไปของประเทศจะเกิดขึ้น “นายกฯเศรษฐาจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่”-ดีลพิเศษจะคุ้มครอง ทักษิณ ชินวัตร จากคดี 112 ได้หรือไม่ และจะเกิดอะไรขึ้นหาก “ก้าวไกลถูกยุบตามที่เชื่อกัน” มาถึงวันนี้ ดูว่าทุกเรื่องจะเป็นแค่ “วิตกจริตกันไปเอง” ด้วยทุกเรื่องราวดูจะมีทางออก “ก้าวไกล” ถูกยุบไม่ได้ทำให้พรรคนี้เดือดร้อนอะไรมากมาย เชื่อกันเสียด้วยซ้ำว่า “พรรคอนาคตไกล” ที่จะมาเป็นโลโก้แทน จะเรียกคะแนนนิยมได้เพิ่มขึ้น จนที่ควรหนักใจคือ “ฝ่ายที่จ้องทำลาย” เสียมากกว่า
⦁…สำหรับ ทักษิณ ชินวัตร ที่เชื่อกันว่า “เคลื่อนเกินดีล” จะทำให้มีปัญหา หลังยังไปเป็นประธาน “อภิมหางานบวช” ซึ่งหาก “พระพุทธเจ้า” ยังไม่ดับขันธ์นิพพาน คงต้องอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นกับพุทธศาสนา และอาจจะถึงขั้นต้องกำหนดข้อบัญญัติการบวชเป็น “ศีลข้อสำคัญ” ขึ้นมาใหม่ ที่ “ธัญบุรี” ของ “นายกฯเบี้ยว” ทำให้นักวิเคราะห์การเมืองไทย เรียงหน้าออกมาทุบโต๊ะกันเป็นเสียงเดียวว่า “ทุกอย่างจบแล้ว” ความจำเป็นต้องใช้ “ทักษิณ” ยังมีมากจนปฏิเสธไม่ได้
⦁…แม้ช่วงที่ผ่านมาจะมีกระแสโปรโมต พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ก็เป็นแค่ “การสร้างกระแสมาปลอบประโลมใจตัวเอง” ของ “พวกอนุรักษนิยมหัวชนฝา” หรือการชี้ให้เห็นโอกาสที่ยังเหลืออยู่ของ ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไม่ได้สะท้อนอะไรมากกว่าความพยายามของ “ผู้ทุ่มเทลงทุนไปมากแล้วอกหัก” ที่ “ยังทำใจไม่ถูกกับการยอมรับความเป็นไปไม่ได้” แม้แต่เรื่องราวของข่าวลือ “การกลับมาของรัฐประหาร” หากมองให้ลึกก็คือเรื่องของ “พวกอารมณ์ค้างเพราะไปไม่ถึงฝัน” แล้วเกิด “จริตรวมหมู่” สร้าง “ความหวังลมๆ แล้งๆ” ขึ้นมา อาศัยกลไกเลอะๆ ที่พอเหลืออยู่ “ป่วนการเมือง” ด้วยอยากให้ยอมรับว่า “ยังมีฤทธิ์”
⦁…ส่วน เศรษฐา ทวีสิน หลัง “วัวหายลอมคอก” ด้วยการตั้ง วิษณุ เครืองาม ขึ้นมาเป็นที่ปรึกษากฎหมาย ย่อมวางใจว่า “การใช้มือกฎหมายที่เข้าใจอำนาจในทุกมิติ และจัดการคอนเน็กชั่นได้ทุกระดับ” เป็นการแก้และป้องกันปัญหาดีที่สุดแล้ว ทำอะไรไม่ได้มากกว่านั้น เมื่อมองว่าเป็นเหยื่อของเกม “พวกวิญญาณตกค้างที่ยังไม่อยากไปผุดไปเกิด” เมื่อเชื่อว่าเป็นแค่ “เกมฝันเฟื่อง” ย่อมไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องกังวล
⦁…มิถุนาฯ ที่ว่า “การเมืองร้อน” ดูจะผ่อนคลายไปมาก ที่ต้อง “เหนื่อยหนัก” กันทุกฝ่าย เป็น “ภาวะเศรษฐกิจ” เสียมากกว่า “ตัวเลขจีดีพี” ที่สะท้อนการหมดพลังสู้กับ “ประเทศเพื่อนบ้าน” ยังน่าใจหายกับ “การลงทุน” ที่รายใหม่ห่างไกลกว่าที่ฝันไว้ ซ้ำรายเก่าถอนตัวเพราะธุรกิจไม่สอดคล้องกับนโยบายรัฐ ขณะ “ตลาดหุ้น” มือเล็กรายย่อย ถอยทัพด้วยหมดทุนที่จะไป “เทรดสู้กับเอไอที่เป็นเครื่องมือของรายใหญ่” ท่ามกลาง “หนี้ครัวเรือนที่เพิ่มมหาศาล” และ “ธุรกิจอสังหาฯ” ชะงัก ด้วย “แบงก์ไม่ปล่อยกู้” ให้คนซื้อที่ “รายได้ไม่เพิ่มขณะที่ชัดเจนว่าค่าครองชีพสูงขึ้นทุกด้าน” ภาระรัฐบาล จะสร้างกำลังซื้อกระตุ้นตลาดอย่างไร
⦁…ความหวังอยู่ที่ “แจกดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท” ที่วันนี้ชัดเจนแล้วว่าจะต้อง “เคลียร์งบประมาณประจำปี” ไปทำโครงการ นั่นหมายความว่าเป็น “การลงทุนภาครัฐ” ด้วย “เม็ดเงินเดิม” หรือหากเพิ่มขึ้นต้องจาก “การกู้” อีกไม่กี่วันต้อง “เสนอเรื่องนี้ให้สภาอนุมัติ” หมายถึง “การอภิปราย” น่าจะมันส์หยด







