‘ธรรมนัส’ ตรวจสอบเขื่อนหน้าวัดเชิงเลนพัง สั่งแก้ไขด่วน จ่อตั้งกก.สอบสวน

10.06.24 | 16:48 น.

‘ธรรมนัส’ ตรวจสอบเขื่อนหน้าวัดเชิงเลนพัง สั่งแก้ไขด่วน จ่อตั้งกก.สอบสวน

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 10 มิถุนายน ที่บริเวณเขื่อนริมแม่น้ำเจ้าพระยา หน้าวัดเชิงเลน ต.ท่าอิฐ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นายสุริยพล นุชอนงค์ รองอธิบดี กรมชลประทาน เดินทางมาตรวจสอบเขื่อนป้องกันน้ำหน้าวัดเชิงเลน ที่พังถล่มลงแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อหาสาเหตุเบื้องต้นว่าเกิดจากอะไร หลังเดินตรวจสอบพร้อมทั้งสอบถามเจ้าหน้าที่รับผิดชอบโครงการ จึงทราบสาเหตุเบื้องต้น โดยคาดว่าน่าจะเกิดจากกระแสน้ำวนพัดหินที่วางป้องกันแนวด้านนอกเขื่อน ทำให้โครงสร้างไม่มีหลักยัน ประกอบกับทางวัดได้นำดินมาถมเพิ่มเติมทำให้โครงสร้างเซก่อนทรุดพังลงไป

นายสุริยพลกล่าวว่า จากการดูแบบก่อสร้างพบว่าเป็นเขื่อนป้องกันตลิ่งมีเข็ม 3 ตับ โดยด้านหน้าทิ้งหินเพื่อต้านแรงดันจากด้านใน ที่จะทำให้เกิดผลกระทบกับกำแพง แต่ด้วยสภาพพื้นที่เป็นสามแยกคุ้งน้ำ คาดว่าเกิดจากการพัดของกระแสน้ำ ทำให้หินด้านหน้าเกิดการเคลื่อนตัวหรือหายไป ทำให้เกิดการเล็ดลอดของดินจากทางด้านใน เท่าที่เห็นมีสภาพดินเกิดการทรุดตัว

นายสุริยพลกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ บริษัทผู้รับจ้างยินดีที่จะเข้ามาดำเนินการซ่อมแซมให้กลับเป็นเหมือนเดิมในสภาพปกติ เบื้องต้นดูจากสภาพพื้นที่ยังไม่ได้ให้ธรณีมาเจาะเช็ก คงจะเกิดจากกระแสน้ำที่พัดหินหายไป เขื่อนนี้เมื่อก่อสร้างเสร็จมีการตรวจสอบและเช็กสภาพของเขื่อน เช่น หากมีการทรุดตัวของดิน หรือหินที่วางไว้ หากเกิดหายไป หรือเกิดอะไรก็ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ หรือหน่วยงานที่ดูแลการก่อสร้าง ที่เราออกแบบทิ้งหินไว้ด้านหน้าเพื่อป้องกันการกัดเซาะของลำน้ำที่เชี่ยวเป็นคุ้งน้ำ ตลอดแนวจึงได้ทิ้งหินไว้ หลังจากนี้บริษัทผู้รับจ้างจะเริ่มดำเนินการนำเสาเข็มเข้ามาซ่อมแซมให้เร็วที่สุด ก่อนที่น้ำจะหลากมา

Advertisement

ต่อมาเวลา 15.00 น. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินทางมาที่วัดเชิงเลน เพื่อตรวจสอบสภาพเขื่อนป้องกันน้ำหน้าวัดเชิงเลน โดยรองอธิบดีได้ชี้แจงถึงสาเหตุที่ทำให้เขื่อนพัง จากนั้น ร.อ.ธรรมนัสได้สั่งการให้กรมชลประทานเร่งดำเนินการโดยให้ผู้รับเหมานำแผ่นเหล็กชีตไพล์มาปักเป็นแนวเพื่อป้องกันไม่ให้เขื่อนพังเพิ่มขึ้นอีก โดยให้ลงมือทำในวันที่ 11 มิถุนายนนี้ จากนั้น ร.อ.ธรรมนัสได้เดินสำรวจตามแนวระยะทางเขื่อนที่พัง

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า เขื่อนถูกน้ำซัดพังยาวประมาณ 75 เมตร เบื้องต้นที่จะต้องแก้ไขคือ ให้กรมชลประทานสั่งตัวชีตไพล์ขนาด 4×20 นำมาตอกตรงนี้ก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้กระแสน้ำพัดเข้ามาอีก ส่วนบริษัทที่รับผิดชอบต้องรีบลงแก้ไขปัญหาโดยด่วน ส่วนฝั่งตรงข้ามเขาใช้ระบบชีตไพล์ ซึ่งจะแข็งแรง ถามว่าราคาต่างกันไหม ไม่ต่างกัน กรมชลฯจะแก้ไขโดยด่วนภายในวันพรุ่งนี้ ต้องเริ่มปฏิบัติการเลย เดี๋ยวจะให้สั่งของเข้ามาเลย

ส่วนโครงการทราบว่าใช้งบประมาณก่อสร้าง 400 กว่าล้าน จะขอตรวจสอบก่อน เพราะเป็นการจัดซื้อจัดจ้างก่อนที่ตนจะมา เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนอยู่แล้ว จะปล่อยเลยไม่ได้

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวอีกว่า ฝากประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ต.ท่าอิฐ เรื่องนี้กรมชลประทานถือเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งตนได้รายงานท่านนายกรัฐมนตรีไปแล้วว่าจะมาลงพื้นที่ จะได้เห็นกับตาได้ยินกับหู สิ่งที่เกิดขึ้น ณ เวลานี้ตนยังไม่โทษใคร จะให้ปลัดกระทรวงตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนหาสาเหตุที่เกิดขึ้นตรงนี้ และจะให้กรมชลฯเร่งสั่งชีตไพล์มาตอก หากปล่อยไว้แบบนี้น้ำจะไหลเข้าไปในวัดและบ้านเรือนประชาชน ซึ่งตรงนี้จะทำงานร่วมกับพื้นที่ และได้รับคำแนะนำจากหลวงพ่อแล้วว่าจะทำยังไง ส่วนตามหลักวิศวะก็จะทำต่อ แต่สิ่งที่ประชาชนกังวลไม่ต้องห่วง จะเข้ามาแก้ไขให้เร็วที่สุด ส่วนถ้าตรวจสอบแล้วเขื่อนไม่ได้มาตรฐานก็ต้องแก้ไข