‘รมว.ยธ.’ ชี้ เป็นสิทธิ ‘ทักษิณ’ ขอความเป็นธรรม อสส.คดี ม.112 หาก พนง.สอบสวนถูกข่มขู่-มีสิ่งจูงใจ เลี่ยงฟันธง การยื่นฟ้องยุค คสช.ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 11 มิถุนายน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เตรียมร้องขอความเป็นธรรมต่อสำนักงานอัยการสูงสุด ในคดีอาญา ม.112 โดยอ้างว่าพนักงานสอบสวนโดนข่มขู่จากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ว่า เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกระทรวงยุติธรรมต้องสอบถามไปยังสำนักงานอัยการสูงสุด เพราะเป็นส่วนของกระบวนการยุติธรรม และยืนยันว่ากระทรวงยุติธรรมไม่ได้มีอำนาจที่จะเข้าไปพิจารณา ซึ่งเป็นอำนาจของอัยการสูงสุดในการตัดสิน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ตามหลักการเมื่อมีการร้องขอความเป็นธรรมต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า ในกระบวนการยุติธรรม คดีทางอาญาจะเปิดโอกาสให้กับทุกฝ่าย ทั้งผู้ถูกกล่าวหาและผู้กล่าวหา สามารถยื่นขอความเป็นธรรมได้ตลอด ไม่มีการห้ามในขั้นตอนใด และอำนาจการพิจารณาก็เป็นของอัยการสูงสุดเช่นกัน
เมื่อถามว่า ลักษณะเช่นนี้ต้องการที่จะเปลี่ยนผู้ทำคดีหรือไม่ พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า ไม่ทราบรายละเอียด และจากที่ฟังโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดว่ายังไม่ได้รับเรื่อง จึงยังไม่เห็นรายละเอียด ตนจึงไม่อยากตอบคำถามสมมุติ เพราะอาจจะสับสน ซึ่งที่ผ่านมามีการร้องขอความเป็นธรรมกับอัยการสูงสุดมีทุกคดี แต่ก็ไม่ได้เป็นข่าว

เมื่อถามว่า ข้ออ้างที่ว่า คสช.ข่มขู่พนักงานสอบสวนฟังขึ้นหรือไม่ พ.ต.อ.ทวีระบุว่า หลักใหญ่เรื่องการสอบสวนชอบหรือไม่ชอบนั้นเป็นหลักสำคัญของคดีอาญา เช่น พนักงานสอบสวนมีอำนาจหรือไม่ หรือพนักงานสอบสวนสอบสวนโดยชอบหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานสอบสวน หรือพยาน หรือส่วนอื่นๆ ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้เกิดการบังคับขู่เข็ญ หรือการกระทำใดๆ เพื่อให้เกิดการจูงใจ ซึ่งเป็นประเด็นสามารถร้องขอความเป็นธรรมได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า คดี ม.112 ของนายทักษิณ ผ่านเจ้าหน้าที่ตำรวจ รับเป็นเจ้าภาพ ในการแจ้งความดำเนินคดีในขณะนั้น พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า อำนาจการสอบสวน จะมีแค่พนักงานสอบสวน ทหารไม่ใช่พนักงานสอบสวน และถ้าเป็นคดีพิเศษ ก็จะเป็นอำนาจของกรมคดีสอบสวนพิเศษ ถือเป็นขั้นตอนตามปกติ
เมื่อถามว่ายืนยันว่า คสช.ใช้ช่องทางตามปกติในการดำเนินคดีกับนายทักษิณใช่หรือไม่ พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า กระบวนการสอบสวน จะเป็นตำรวจหรือกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือ DSI คนอื่นไม่มีอำนาจสอบสวน เว้นแต่เป็นเรื่องเฉพาะ การปรับเรื่องการสอบสวนของ ก.ตร. ก็สามารถดำเนินการได้
เมื่อถามย้ำว่า ในสมัยนั้นให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ยื่นฟ้อง ถือว่าชอบด้วยกฎหมายใช่หรือไม่ พ.ต.อ.ทวีระบุว่า สรุปไม่ได้ ต้องไปดูว่า เขาจะไปต่อสู้ ว่าการสอบสวนมีอำนาจและชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ในกรณีการบังคับขู่เข็ญ หรือการจูงใจ ถือเป็นการสอบสวนชอบหรือไม่ชอบ เป็นประเด็นในรายละเอียดแต่ละเรื่องไป

