หน้าแรก การเมือง สมชาย จี้ กกต...

สมชาย จี้ กกต.เปิดคะแนนเลือก ส.ว.ระดับอำเภอ เช็กคนได้ 0 ก่อน ขู่เดินหน้าเลือกต่อระวังโมฆะ

11.06.24 | 13:04 น.
แฟ้มภาพ

ปธ.กมธ.สิทธิมนุษยชน วุฒิฯ เผยรับข้อมูลส่อทุจริตเลือก ส.ว.อื้อ จี้ ‘กกต.’ เปิดเผยผลคะแนนเลือกระดับอำเภอ ‘สมชาย’ บอกเบื่อ มีแต่คนหาว่าอยากอยู่ยาว ทั้งที่อยากได้คนดีมาเป็น ส.ว.แทน

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน นายสมชาย แสวงการ ส.ว. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา กล่าวเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยผลการลงคะแนนเลือก ส.ว.ระดับอำเภอ ในรอบแรก ก่อนการเลือกไขว้ เพราะขณะนี้มีผู้สมัคร ส.ว.หลายราย เข้าไปขอตรวจสอบจาก กกต.อำเภอ แต่ถูกเจ้าหน้าที่ปฏิเสธให้ดูผลคะแนน และอ้างว่าส่งให้ กกต.ส่วนกลางแล้ว อย่างไรก็ตาม มีการตั้งข้อสังเกตว่ามีผู้สมัคร ส.ว.บางรายที่ได้ 0 คะแนน อาจเป็นกลุ่มคนที่สมัครเข้ามาโหวต ส.ว. โดยมีการว่าจ้างให้ลงสมัคร ซึ่งผลการลงคะแนนนั้นเชื่อว่า กกต.อำเภอต้องมีสำเนาไว้ก่อนส่งให้ กกต.ส่วนกลางหรือไม่ แต่เมื่อปฏิเสธการให้ดูผลการลงคะแนน ถือว่าเป็นการปกปิดข้อมูลและไม่ต้องการให้ประชาชนตรวจสอบหรือไม่

“กมธ.ได้รับข้อมูลเป็นจำนวนมากต่อการเลือก ส.ว.ระดับอำเภอที่พบว่ามีการขนคน เช่น ในจังหวัดทางภาคตะวันออก มีเจ้าของรีสอร์ตลงสมัคร ส.ว. ได้เกณฑ์พนักงาน ลูกจ้างในรีสอร์ตทั้งหมดให้ลงสมัคร รวมถึงการขนคนในพื้นที่ภาคอีสาน ที่พบว่า นายสมบูรณ์ ทองบุราณ ผู้สมัคร ส.ว.กลุ่มสื่อ อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร ได้ไปแจ้งความไว้ กรณีที่พบข้อพิรุธเรื่องการขนคนมาลงคะแนน

นอกจากนั้นยังพบว่าในรอบไขว้มีคนที่ได้รับคะแนนเลือกสูงผิดปกติ ซึ่งสันนิษฐานได้ว่ามีกระบวนการจัดฮั้ว เพื่อให้เลือกคนที่ต้องการได้รับเลือกเป็นการเฉพาะ ดังนั้น เพื่อให้เกิดความโปร่งใส สุจริต เที่ยงธรรม กกต.ต้องเปิดเผยผลคะแนนเลือกทุกอำเภอให้ประชาชนทราบทันที” นายสมชายกล่าว

นายสมชายกล่าวต่อว่า ทราบว่ามีผู้สมัคร ส.ว.จำนวนมากได้ร้องเรียนการเลือกจำนวนมาก ดังนั้น กกต.ควรทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างจริงจัง โดยใช้ผลคะแนนของผู้ที่ได้ 0 คะแนนเป็นตัวตั้ง และสอบย้อนไปว่าใครใช้ ใครจ้างวาน ราคาเท่าไร และกันไว้เป็นพยาน อย่าปล่อยให้หลุดไปเลือกระดับจังหวัด เพราะจะเกิดความเสียหาย

Advertisement

นายสมชายกล่าวด้วยว่า ขอตั้งข้อสังเกตถึงระเบียบของ กกต. ว่าด้วยการเลือก ส.ว. ซึ่งแก้ไขฉบับล่าสุด ลงวันที่ 7 มิ.ย.67 ในข้อ 5 ซึ่งเพิ่มรายละเอียดข้อ 154/1 ว่าด้วยการเลื่อนบุคคลในบัญชีสำรองแทนผู้รับเลือกที่ได้คะแนน 1-10 แต่ไม่สามารถเป็น ส.ว.ได้ เพราะขาดคุณสมบัติ มีลักษณะต้องห้าม ถูกลบชื่อ หรือตาย หรือเพราะเหตุอื่นนั้น เพราะ กกต.กังวลในเรื่องของการทุจริตหรือไม่

“หาก กกต.เขียนระเบียบเพื่อให้อำนาจตนเองเลื่อนบัญชีได้ แสดงว่า กกต.จะไม่สนใจตรวจทุจริตตั้งแต่ต้นหรือไม่ อีกทั้ง กกต.ควรเป็นหลัก ไม่ใช่ประกาศอะไรแล้ว กลับมาแก้ไขเพื่อปิดช่องว่างเป็นห้วงๆ ทั้งที่ควรทำให้สุจริตตั้งแต่ต้น

ในฐานะผมที่ติดตามเรื่องนี้ กรณีที่ กกต.แก้ระเบียบไปมานั้น เพราะเห็นช่องว่างการทุจริตใช่หรือไม่ ดังนั้น ไม่ต้องไปไกลถึงการประกาศผล ขอให้ตรวจสอบเรื่อง 0 คะแนนในระดับอำเภอ เพราะมีคนที่สมัครแต่ไม่เลือกตัวเองเพราะเหตุใด มีการว่าจ้างหรือไม่ เพราะมีคนที่อยู่ในอาชีพ ซึ่งมีรายได้ไม่เพียงพอเลี้ยงตัวเองกลับสละเงิน 2,500 บาทเพื่อไปสมัคร ผมอยากให้ กกต.สอบผู้ต้องสงสัยเหล่านั้น หากไม่ทำถือว่า กกต.การละเว้นการปฏิบัติหน้าที่” นายสมชายกล่าว

เมื่อถามว่า กกต.ควรเลื่อนเลือกระดับจังหวัดเพื่อตรวจข้อเท็จจริงประเด็น 0 คะแนนให้เรียบร้อยก่อนหรือไม่ นายสมชายกล่าวว่า แล้วแต่ กกต. เพราะ กกต.มีอำนาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบ หากเดินหน้าแล้วผิดกฎหมาย กกต.ต้องรับผิดชอบ ตนไม่ขวางอะไร มีหน้าที่เหมือนประชาชนที่ตรวจสอบเท่านั้น และมองว่า กระบวนการตรวจสอบของ กกต.น้อยไป ซึ่งตนไม่ต้องการให้การเลือก ส.ว.ครั้งนี้เป็นโมฆะ แต่หากเดินหน้าไประวังจะเป็นโมฆะ

“ผมเบื่อที่มีแต่คนพูดว่าสิ่งที่ผมทำนั้นเพราะต้องการอยู่ยาว แต่ข้อเท็จจริงคือผมต้องการ ส.ว.ที่ดีมาทำหน้าที่แทน” นายสมชายกล่าว