หน้าแรก การเมือง ปริญญา พ้อกกต...

ปริญญา พ้อกกต. ‘ไม่อยู่ข้างประชาชน’ ยันศูนย์นิติฯ ช่วยร้องสนามส.ว. ลั่นขีดเส้นพรุ่งนี้ยังทัน

11.06.24 | 19:07 น.

ปริญญา พ้อกกต. ‘ไม่อยู่ข้างประชาชน’ ยันศูนย์นิติฯ ช่วยร้องสนามส.ว. ลั่นขีดเส้นพรุ่งนี้ยังทัน

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ที่ห้องจิ๊ด เศรษฐบุตร (LT.1) คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ คณะนิติศาสตร์ มธ. ร่วมกับ โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) และ เครือข่ายเยาวชนสังเกตการณ์การเลือกตั้งเพื่อประชาธิปไตย (We Watch) จัดงานเสวนาและแถลงข่าว “บอกเล่าประสบการณ์ผู้สมัคร ส.ว. ดวงแตก”

บรรยากาศเวลา 13.00 น. เริ่มการแถลงข่าวปัญหาการเลือก ส.ว. ระดับอำเภอ นำโดย นายฉัตรชัย พุ่มพวง Actlab, นายธีรัตม์ พณิชอุดมพัชร์ คณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ครช.),นายกฤต แสงสุรินทร์ We Watch และ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw)

ต่อมาเวลาราว 14.30 น. เริ่มเวลาเสวนา “ติดตามผลและปัญหาการเลือกส.ว.” นำโดย ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ดร.ปุรวิชญ์ วัฒนสุข อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และนายกฤต แสงสุรินทร์ ตัวแทนกลุ่ม We Watch ดำเนินรายการโดย รศ.ดร.วรรณภา ติระสังขะ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ในตอนหนึ่ง ผศ.ดร.ปริญญา กล่าวว่า ตนขอเรียนว่าการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ระดับอำเภอเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ก็เป็นสิ่งที่ยืนยันในสิ่งที่เราสะท้อนปัญหาไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่า ระบบการเลือกครั้งนี้เป็นสิ่งที่ใช้ไม่ได้

Advertisement

“นี่คือระบบเลือกผู้แทนปวงชนชาวไทย แต่วิธีการเลือกมันยุ่งยาก ซับซ้อน แล้วก็มีปัญหาหนักขึ้น จากรัฐธรรมนูญซึ่งบอกให้เลือกกันเอง แล้วบอกให้วิธีเลือกเป็นไปตามพ.ร.ป.การได้มาซึ่งส.ว. พ.ร.ป.ก็ไปทำให้มันยากไปอีก ด้วยการเป็น 20 กลุ่มอาชีพ แล้วก็ลงตามกลุ่มอาชีพก็มีปัญหามาก

ถ้าท่านได้ฟังเสียงของผู้สมัครที่ได้สะท้อนให้ฟังว่า ประกอบอาชีพนั้นจริงหรือไม่อย่างไร แล้วพอผู้รับสมัคร คือ กกต.เกิดมีความไม่เที่ยงธรรามขึ้นมา มันมีข้อมูลให้ได้ มาลงกลุ่มนี้สิ อาชีพมันสลับได้ เลือกได้ มันก็เกิดการเสียเปรีย ได้เปรียบกัน ระหว่างคนที่เข้าถึงข้อมูลได้ อันนี้เป็นปัญหามาก” ผศ.ดร.ปริญญาชี้

ผศ.ดร.ปริญญากล่าวว่า ปัญหาหนักขึ้นไปอีกเพราะด้วยระเบียบของกกต. โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแนะนำตัว แม้ว่าจะมีเสียงทักท้วงของพวกเรา ทั้งนักวิชาการและคนที่ติดตามเรื่องนี้ ก็มีน้ำหนักอยู่บ้างพอสมควร อย่างน้อยก็มีการปรับให้ดีขึ้น แต่หลายเรื่องก็ยังคงเป็นปัญหาอยู่

“ผมคิดว่าประโยชน์ของเรื่องนี้ คือ ทำอย่างไรให้รอบจังหวัด ไม่เกิดปัญหาอีก รอบอำเภอที่ปัญหาเกิดขึ้นแล้วจะแก้อย่างไร ผมจะได้พูดตรงนี้เลยว่า เรามีเวลา 3 วันเอง ตามพ.ร.ป.ได้มาซึ่งส.ว. ขอเรียนว่าศูนย์นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็จะได้ช่วยท่าน ถ้าท่านต้องการจะร้องเรียน ถ้าหากเป็นเรื่องร้องเรียนกกต.ว่า เราเจอปัญหาอย่างนั้น อย่างนี้ ขอร้องกกต. ขอคัดค้านการเลือกอย่างไร ซึ่งการร้องกกต.ไม่ยาก เพราะกกต.มีอยู่ทุกจังหวัด อันนี้ต้องร้องภายใน 3 วัน” ผศ.ดร.ปริญญาระบุ

ผศ.ดร.ปริญญากล่าวว่า หากต้องการร้องที่ตัวกกต.หรือผู้อำนายการเลือก ผู้อำนวยการที่จัดการเลือก เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาต้องไปฟ้องร้องที่ศาลฎีกา ซึ่งตามระเบียบของประธานศาลฎีกา ก็ให้ไปร้องที่ศาลจังหวัด พูดอย่างง่ายคือท่านสามารถไปร้องได้ที่ศาลจังหวัด แต่ปัญหาของเรื่องคือมีเวลาแค่ 3 วัน คือ ถึงแค่วันพรุ่งนี้เท่านั้น


ผศ.ดร.ปริญญากล่าวต่อว่า อันนนี้จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมถึงจัดเสวนาในวันนี้ เรียกได้ว่า ถ้าท่านต้องการจะร้องอยู่ ก็ยังพอจะร้องทันในวันพรุ่งนี้ ซึ่งตามระบบแล้วเขาจะเคลียร์เป็นรอบไป นึกภาพว่าถ้าเรื่องคาราคาซังกันมาถึงระดับประเทศแล้ว ผู้เลือกที่ผ่านระดับจังหวัดมามีปัญหา ไม่ทำตามกฎหมาย หรือ มีการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย รวมถึงบางอำเภอที่มีการดำเนินการเลือกอย่างไม่ถูกต้องตามระเบียบ

“พอไปถึงระดับประเทศแล้ว มันก็จะมีปัญหาว่า อ้าว แล้วจะทำอย่างไร เพราะมันจะกระทบกันหมด มันเลือกตั้ง 6 รอบ อำเภอ 2 รอบ เลือกในกลุ่ม เลือกไขว้ จัวหวัดก็เลือกในกลุ่ม เลือกไขว้ ประเทศก็เลือกในกลุ่ม เลือกไขว้ ดังนั้นระบบเขาก็เป็นแบบนี้ คือ การเคลียร์เป็นรอบๆไป นั่นคือ ให้ร้องภายใน 3 วัน ถ้าไม่ร้องภายใน 3 วันนี้ จบ” ผศ.ดร.ปริญญาระบุ

ผศ.ดร.ปริญญากล่าวว่า ส่วนการร้องศาลฎีกาเขาเขียนไว้อีกว่า ศาลฎีกาต้องพิจารณาให้เสร็จ 1 วัน ก่อนวันเลือกครั้งต่อไป ก็แปลว่า วันศุกร์ศาลฎีกาจะต้องพิจารณาเสร็จ ถ้าศาลฎีกาพิจารณาไม่เสร็จ ก็ถือว่าจบไปแล้ว พูดอย่างง่าย คือ เขาเคลียร์ไปทีละรอบ รอให้ทุกอย่างผ่านไปก่อนแล้วค่อยมาร้อง ระบบมันออกแบบมาให้เคลียร์ทีละรอบ

“เรื่องนี้เขาถือว่าเป็นอำนาจวินิจฉัยขององค์กรอิสระ คึอ กกต. มันก็ไปร้องกับศาลปกครองไม่ได้ เพราะฉะนั้นเวลาของเรามีแค่ 3 วัน ถึงวันพรุ่งนี้ พอรอบจังหวัดผ่านไปก็มีเวลาอีกแค่ 3 วันถึงพุธหน้า พอรอบประเทศก็มีเวลาอีก 3 วันเช่นเดียวกัน” ผศ.ดร.ปริญญาระบุ

ผศ.ดร.ปริญญากล่าวว่า ตนคิดว่าคนที่สมัครในรอบอำเภอแล้วท่านตกรอบด้วยเหตุผลต่างๆ สามารถสรุปได้อย่างนี้ว่า 1.ตัวระบบมีปัญหาอยู่แล้ว กกต.ทำให้ปัญหามันมากขึ้น ตนนั่งฟังทุกคนแล้วนึกถึงปีก่อนที่เรามีกกต. สมัยก่อนหน้าปีพ.ศ. 2540 ในยุคการเลือกตั้งที่อยู่กับกระทรวงมหาดไทย แล้วประชาชนก็บ่นว่า สิ่งนี้เป็นเรื่องราชการมาก ไม่ฟังเสียงประชาชน ต้องมีองค์กรกลางมารับเรื่องแทน

“เราก็ใฝ่ใฝ่ว่าสักวันเราจะมีกกต.ที่เป็นภาคประชาชน มาฟังเสียงประชาชน มาแก้ปัญหาให้กับประชาชน มาส่งเสริมประชาชนให้ตรวจสอบการเลือกตั้งให้โปร่งใส เที่ยงธรรม แต่น่าเสียใจจน ณ บัดนี้ 10 ปี หลังยึดอำนาจ หลังพฤษภาคม ปี 2557 กกต.ได้กลายเป็นเหมือนที่กระทรวงมหาดไทยเคยเป็น คือ เป็นองค์กรของผู้มีอำนาจในการจัดการเลือกตั้ง

ประชาชนก็ทำอะไรไม่ได้ ต้องมาร้องกับ We Watch กับ iLaw มาร้องกับศูนย์นิติศาสตร์ แล้วกกต.มันมีขึ้นมาเพื่อฟังท่านไม่ใช่หรือ แก้ปัญหาให้ท่านไม่ใช่หรือ ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจว่า เมื่อเกิดกรณีเป็นที่สงสัยในทางกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพ มันมี 2 ทาง ให้คุ้มครองสิทธิ หรือ ตัดสิทธิ กกต.เขาเลือกทางตัดสิทธิ นี่แปลว่าไม่ได้อยู่ข้างประชาชน ถูกไหม ถ้าอยู่ข้างประชาชนต้องเปิดให้มาร้องเรียน ช่วยแก้ปัญหาให้ บัตรมีปัญหาไม่เข้าใจอย่างไรก็ช่วยแก้ปัญหาให้ ไม่รู้จักกันใช่ไหม ก็ต้องให้แนะนำตัว” ผศ.ดร.ปริญญาเผย

ผศ.ดร.ปริญญากล่าวว่า แต่ที่ฟังมาก็ต้องชื่นชมหลายอำเภอ ที่ท่านผู้อำนวยการเลือก คือ นายอำเภอ ท่านจัดได้ดี บางอำเภอเรียกว่า โต๊ะจีน ให้ล้อมวงแนะนำตัวตอนกินอาหารกลางวัน อันนี้ดีสมเจตนารมณ์ เพราะว่าระบบแบบนี้มันมีทางเดียว คือ รอบเลือกไขว้ ต้องให้มีการแนะนำตัว ถ้าไม่มีการแนะนำตัวแล้วคนที่ฮั้วกันก็เอาไปกินสิ

“การฮั้วกันหรือเกณฑ์กันมาสมัครเป็นไปได้ไหม เมื่อสักครู่ก็ได้ฟังผู้สมัคร 2 จังหวัด ระบุเลยก็ได้ว่า บุรีรัมย์ กับ ปทุมธานี มีกรณีเกิดขึ้นจริง แม้ว่าตอนเลือกไขว้จะยากหน่อย เพราะแบ่งสายจับฉลาก แต่ถ้าหากวางแผนเชิงกลยุทธ์ได้ดีพอ ก็มีโอกาสสูง” ผศ.ดร.ปริญญาชี้