หน้าแรก การเมือง ปริญญา ร่ายยิ...

ปริญญา ร่ายยิบเลือกส.ว. ‘ระบบดวง’ ชี้ช่องโหว่ ‘มีชัย’ คนร่างนึกไม่ถึง หวั่นส่อแวววุ่นโหวตโมฆะ

11.06.24 | 19:32 น.

ปริญญา ร่ายยิบเลือกส.ว. ‘ระบบดวง’ ชี้ช่องโหว่ ‘มีชัย’ คนร่างนึกไม่ถึง หวั่นส่อแวววุ่นโหวตโมฆะ

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ที่ห้องจิ๊ด เศรษฐบุตร (LT.1) คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ คณะนิติศาสตร์ มธ. ร่วมกับ โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) และ เครือข่ายเยาวชนสังเกตการณ์การเลือกตั้งเพื่อประชาธิปไตย (We Watch) จัดงานเสวนาและแถลงข่าว “บอกเล่าประสบการณ์ผู้สมัคร ส.ว. ดวงแตก”

บรรยากาศเวลา 13.00 น. เริ่มการแถลงข่าวปัญหาการเลือก ส.ว. ระดับอำเภอ นำโดย นายฉัตรชัย พุ่มพวง Actlab, นายธีรัตม์ พณิชอุดมพัชร์ คณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ครช.),นายกฤต แสงสุรินทร์ We Watch และ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw)

ต่อมาเวลาราว 14.30 น. เริ่มเวลาเสวนา “ติตามผลและปัญหาการเลือกส.ว.” นำโดย ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ดร.ปุรวิชญ์ วัฒนสุข อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และนายกฤต แสงสุรินทร์ ตัวแทนกลุ่ม We Watch ดำเนินรายการโดย รศ.ดร.วรรณภา ติระสังขะ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ในตอนหนึ่ง ผศ.ดร.ปริญญา กล่าวว่า สำคัญอยู่ตรงที่เรื่องเชิงระบบ อันนี้ก็ต้องพูดว่า ไม่ใช่เรื่องของตัวคน แต่เป็นเรื่องของระบบ คือ การจับฉลาก ระบบนี้เป็นระบบที่อาศัยดวงในการเป็นส.ว. มากกว่าเรื่องอื่น เพราะตอนจับสายเลือกไขว้ เราไม่รู้เลยว่าจะไปอยู่ในสายไหน แล้วพอคะแนนเท่ากันก็จับฉลาก

Advertisement

“ผมเรียนว่าคะแนนเท่ากันจับฉลาก ไม่ใช่เรื่องใหม่ ในการเลือกตั้งกฎหมายทุกฉบับกำหนดแบบนี้หมดว่า ถ้าในเขตเลือกตั้งใดผู้สมัครคะแนนเลือกตั้งเท่ากัน ก็ให้จับฉลาก ทำไมเลือกวิธีการจับฉลาก ก็เพราะว่า ให้เลือกตั้งใหม่มันยุ่ง ทั้งเขตมาเลือกตั้งใหม่มันยุ่ง จับฉลากไปแล้วกัน แล้วในทางปฏิบัติที่ผ่านมามันก็ไม่เคยเกิด เขตเลือกตั้งที่มีสิทธิเลือกเป็นแสน คะแนนเท่ากันมันไม่เกิด เกิดขึ้นมาก็จับฉลากแล้วกัน เพราะเลือกตั้งใหม่มันไม่คุ้ม

แต่ถ้าหากเป็นการเลือกของคนจำนวนไม่เยอะ เป็นเลือกกันเองเขาจะไม่ใช้วิธีการจับฉลาก เขาจะใช้วิธีการเลือกใหม่ คะแนนเท่ากันเขาจะเลือกอีกที อย่างเช่น การเลือกนายกฯของท่านส.ส. ถ้าหากไม่มีใครได้คะแนนเกินครึ่ง ต้องเลือกรอบ 2 ระบบเป็นอย่างนั้น แต่ว่าอันนี้ก็ต้องเรียนว่าเป็นปัญหาที่ตัวกฎหมายที่ต้องโทษผู้ร่างพ.ร.ป. คือ ปัญหามันอยู่ที่ตัวพ.ร.ป. ซึ่งหากตัวกกต.มีความเข้าใจต้องอยู่ฝั่งส่งเสริมสิทธิเสรีภาพ ปัญหามันก็จะไม่มากเท่านี้” ผศ.ดร.ปริญญาระบุ

ผศ.ดร.ปริญญากล่าวว่า ข้อหนึ่งที่กกต.ไม่เคยพูดถึงหรือเข้าใจว่า รัฐธรรมนูญ มาตรา 25 เราทั้งหลายได้รับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพจการัฐธรรมนูญ สิทธิของเรา คือ สิทธิที่จะได้เป็นส.ว. ต้องคุ้มครองเรา แล้วเราจ่ายค่าสมัคร ต้องคุ้มครองสิทธิของเรา ไม่ใช่มามุ่งตัดสิทธิ

“ตัดสิทธิด้วยข้อห้ามคุณสมบัตนอื่นก็ยังพอทำเนา ตัดสิทธิว่าเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ทั้งที่กกต.เป็นนายทะเบียนพรรคการเมือง แล้วศาลคืนสิทธิให้ตั้ง 38 ราย อันนี้แปลว่าบกพร่องมาก ตัดสิทธิโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายถึง 38 ราย อันนี้เป็นปัญหามากที่สะท้อนมา” ผศ.ดร.ปริญญาชี้

ผศ.ดร.ปริญญากล่าวว่า อีกข้อหนึ่ง คือ ในอำเภอที่มีผู้สมัครแค่คนเดียว หรือ กลุ่มเดียวเลือกไขว้ไม่ได้ คะแนนไม่มี เพราะว่าในรอบเลือกไขว้ เลือกตัวเองไม่ได้ แล้วเลือกผู้สมัครในกลุ่มตัวเองไม่ได้ พอรอบไขว้ไม่มีคะแนน กกต. เขาออกระเบียบมาว่า ให้งดการเลือกไปเลย 7 อำเภอ ทีนี้การเลือกไปเลยถือว่าเป็นการ ‘แพ้บาย’

“สิ่งนี้พลาดมาก ถ้าเอาประชาชนเป็นที่ตั้ง ต้องชนะบาย เรื่องนี้ไม่ได้ซับซ้อนอะไร เหมือนกับการแข่งกีฬา รอบอำเภอคู่แข่งไม่มาใช่ไหม ก็ไปแข่งรอบจังหวัดเลย มันต้องอย่างนี้สิ แล้วตัวกฎหมายเขายึดตัวหนังสือ ม.40 ของพ.ร.ป. เขาเขียนไว้ ให้ผู้สมัครที่มรคะแนนมากที่สุด 3 อันดับแรกหลังจากเลือกไขว้ เข้าสู่รอบจังหวัด

ทีนี้ถ้ากลุ่มอาชีพเดียวคะแนนไม่มีก็ไม่ได้เข้ารอบ ไปตีความกฎหมายที่ท่านตัดสิทธิ เรื่องนี้เป็นช่องโหว่กฎหมาย น่าเสียใจที่กรธ. หรือ กกต. ก็มีนักกฎหมายอยู่มาก คือ อาจารย์มีชัย ฤชุพันธุ์ ตอนร่างท่านนึกไม่ถึงว่า กกต.จะทำงานอย่างไรก็ไม่ทราบได้ ไม่ได้รณรงค์เรื่องนี้เลย การที่อำเภอทั้งอำเภอมีคนสมัครแค่คนเดียว เป็นไปได้อย่างไร เขานึกไม่ถึงว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ เขาไม่ได้เขียนไว้ อันนี้เป็นช่องว่าง” ผศ.ดร.ปริญญากล่าว

ผศ.ดร.ปริญญากล่าวต่อว่า พอเกิดช่องว่างขึ้นก็ต้องอุดช่องว่าง ก็ต้องไปดูกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยดูที่สิทธิประชาชนเป็นที่ตั้งเมื่อเกิดข้อสงสัย ม.18 ของพ.ร.ป.ก็บอกอยู่แล้วว่า แม้จะมีผู้สมัคร สมัครไม่ครบกลุ่มอาชีพ ก็ให้การเลือกระดับอำเภอดำเนินต่อไป แต่น่าเสียใจ มันเกิดเหตุแบบนี้ขึ้น อันนี้ก็ต้องไปรอดูว่าเมื่อมีคนไปร้องต่อศาลฎีกา แล้วท่านจะว่าอย่างไร จะวินิจฉัย เยียวยาเรื่องนี้อย่างไร

“ผมพูดถึง 7 อำเภออันนี้ดูเป็นเรื่องเล็กใช่ไหม แต่ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะเป็นเรื่องที่สะท้อนวิธีคิด วิธีทำงานว่า เมื่อเป็นที่สงสัย ท่านเลือกที่จะไม่คุ้มครองสิทธิ ท่านเลือกตัดสิทธิ แล้วมันจะเกิดอีกในรอบต่อไป ผมพูดในฐานะนักวิชาการว่า กกต.ท่านต้องทำหน้าที่คุ้มครงสิทธิประชาชนตามรัฐธรรมนูญ ม.25 ประชาชนย่อมได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ สิทธิในการเป็นส.ว.ทุกคนมีเสมอกัน ท่านต้องคุ้มครองสิทธิเขาให้ไปใกล้ที่สุด ไม่ใช่ไปตัดสิทธิเขา อันนี้ คือ เรื่องที่ต้องปรับปรุง” ผศ.ดร.ปริญญาระบุ

ผศ.ดร.ปริญญา กล่าวว่า ข้อที่สำคัญมาก คือ เรื่องความโปร่งใส พ.ร.ป. การได้มาซึ่งส.ว.ทั้งระดับ อำเภอ จังหวัด และประเทศ เขียนไว้เหมือนกันหมดว่า ให้ผู้อำนวยการลือกทั้งอำเภอ คือ นายอำเภอ จังหวัด คือ ผู้ว่าฯ ระดับประเทศ คือ กกต.ให้บันทึกภาพและเสียงตลอดการเลือก ปรากว่าหลายอำเภอ มีแค่ภาพกว้าง กล้องตัวเดียว เสียงไม่มี แล้วก็มุมกว้างจนไม่รู้ว่าจะเอาไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้างเมื่อเกิดเรื่องร้องเรียนขึ้นมา

“พอเราไปพูดว่าการเลือกส.ว.มีปัญหามาก ก็ต้องโปรดระวังเหมือนกัน เพราะส.ว.ยุคค.ส.ช. เขาขจะอยู่ในตำแหน่งงหน้าที่ต่อไป จนกว่าส.ว.ชุดใหม่จะเข้ามา ถ้าหากมีใครบางคนที่จะต่อส.ว.ชุดนี้ วิธีการก็คือทำอย่างไรก็ได้ให้การเลือกส.ว.ชุดใหม่ ไม่สำเร็จ ดังนั้นการพูดถึงปัญหาข้อนี้ ก็ต้องพูดอยู่บนพื้นฐานว่า เราอยากให้เกิดการแก้ปัญหา พูดให้รอบต่อไปไม่เกิดปัญหาอีก อย่าให้ใครใช้โอกาสในการยืดอายุส.ว.ชุดค.ส.ช. เรื่องนี้สำคัญมาก” ผศ.ดร.ปริญญาชี้

ผศ.ดร.ปริญญากล่าวว่า เรื่องนี้มีประเด็นอยู่ ไม่ได้เลื่อนลอย เพราะว่าศาลรัฐธรรมนูฐท่านรับเรื่องไว้แล้วว่ามีพ.ร.ป. 4 มาตร ที่ขัดกับรัฐธรรมนูญ ม.36 คือ การแนะนำตัว ม.40 คือ การเลือกระดับอำเภอ ม.41 คือ การเลือกระดับจังหวัด 42 คือ การเลือกระดับประเทศ

“สมมติว่าศาลบอกว่า ม.40 กับ ม.41 ขัดรัฐธรรมนูญขึ้นมา อ้าว ก็เลือกไปแล้ว ก็ถือว่าการเลือกตั้งถือว่าเป็นโมฆะหรือเปล่า อันนี้เป็นข้อที่ผมคิดว่าเป็นประเด็นที่สำคัญ ผมเข้าใจว่าการที่ศาลรัฐธรรมนูญ ท่านเลือก 19 มิถุนายน ท่านว่าอย่างไร นี่แปลว่าท่านตั้งใจที่จะให้การเลือกระดับอำเภอและระดับจังหวัด มันผ่านไปก่อน เรียกว่า ถ้ามันยุ่งมากนักเรื่องเยอะ มีโอกาสมาก เหมือนรู้ว่ามันปัญหาเยอะไหม ซึ่งต้องขอเน้นย้ำว่าที่พูดกันมาทั้งหมด เพื่อให้แก้ปัญหา ปัญหาเกิดขึ้นก็จริง แต่เยียวยาได้” ผศ.ดร.ปริญญากล่าว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง