‘เลขาฯป.ป.ช.’ยันคดี’ลูกบิ๊กติ๊ก’ไม่สะดุด ชงแก้ระเบียบ14ก.พ.

13.02.17 | 18:42 น.

เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ให้คณะทำงานดำเนินการแสวงหาข้อเท็จจริงกรณีร้องเรียนให้ตรวจสอบ หจก.คอนเทมโพรารี คอนสตรัคชั่น ที่มีนายปฐมพล จันทร์โอชา บุตรชาย พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา อดีตปลัดกระทรวงกลาโหมและอดีตแม่ทัพภาคที่ 3 เป็นคู่สัญญากับภาครัฐหลายแห่ง รวมถึงกองทัพภาคที่ 3 ด้วย รวมวงเงินกว่า 155 ล้านบาท แต่ขณะนี้ต้องหยุดสะดุดเพื่อรอให้มีการแก้ไขระเบียบ ป.ป.ช. เพื่อให้สอดคล้องและรับกับ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2559 ประกาศใช้ออกมาแล้ว (ประกาศในราชกิจจาฯเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2559) ว่า หลังจากที่ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประกาศใช้เมื่อปลายปี 2559 แล้ว ป.ป.ช.ต้องดำเนินการแก้ไขระเบียบของ ป.ป.ช.เองเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายดังกล่าวโดยเฉพาะในเรื่องการแสวงหาข้อเท็จจริงจากเดิมที่เป็นอำนาจของเลขาธิการคณะกรรมการสามารถมอบหมายเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ทันที แต่ในกฎหมายใหม่การแสวงหาข้อเท็จจริงนี้จะต้องให้คณะกรรมการเป็นผู้มอบอำนาจ เราจึงต้องแก้ไขระเบียบภายในเพื่อให้คณะกรรมการเป็นผู้มอบเฉพาะเรื่องว่าจัดให้มีการปฏิบัติหน้าที่อย่างไร ซึ่งมีการประชุมและแก้ไขมาหลายรอบแล้ว และจะเสนอรอบสุดท้ายเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อขอความเห็นชอบ และเมื่อประธานกรรมการลงนามในร่างระเบียบดังกล่าว และส่งไปสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเพื่อประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา


“ผมยืนยันว่าไม่ได้สะดุดเฉพาะการแสวงหาข้อเท็จจริงในกรณีของลูก พล.อ.ปรีชาเท่านั้น แต่ทุกคดีเหมือนกันหมดที่เราต้องชะลอไปเป็นเวลา 2 เดือนเท่านั้น เพื่อแก้ไขระเบียบภายในให้สอดรับกับขั้นตอนของกฎหมายใหญ่ ทั้งนี้งานไม่ได้หยุดชะงัก เจ้าหน้าที่ยังคงเดินหน้าทำงานอยู่ต่อไป และเมื่อได้มติจากที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.แล้วคงใช้เวลาอีกไม่เกิน 4-5 วันเท่านั้น สัปดาห์หน้าก็จบแล้ว งานการแสวงหาข้อมูลก็เดินต่อได้” เลขาธิการ ป.ป.ช.กล่าว