หน้าแรก การเมือง ไพบูลย์ ร้องศ...

ไพบูลย์ ร้องศาลรธน.ยกเลิก MOU 2544 ไทย-กัมพูชา ป้องอธิปไตยทางทะเล เกาะกูด 16 ล้านไร่

13.06.24 | 14:31 น.

‘ไพบูลย์’ ยื่นศาล รธน.วินิจฉัยยกเลิก MOU 2544 ไทย-กัมพูชา ป้องอธิปไตยทางทะเลเกาะกูด 16 ล้านไร่-ผลประโยชน์พลังงานธรรมชาติ

เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ในฐานะนักกฎหมาย ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้พิจารณาวินิจฉัยว่าการกระทำของกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ผู้ถูกร้องที่ 1 และกระทรวงการต่างประเทศ ผู้ถูกร้องที่ 2 ในการนำบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน หรือ “MOU 2544” ที่ทำขึ้น ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ และนำมาใช้เป็นเครื่องมือมาดำเนินการแบ่งเขตอธิปไตยของไทยทางทะเลอ่าวไทย และแบ่งผลประโยชน์ทรัพยากรพลังงานธรรมชาติในทะเลของไทยให้แก่กัมพูชา

โดยให้เหตุผลว่า ต้องการปกป้องเขตอธิปไตยทางทะเลบริเวณเกาะกูดอ่าวไทยเนื้อที่ 26,000 ตารางกิโลเมตร (16 ล้านไร่) และผลประโยชน์ทรัพยากรพลังงานธรรมชาติมูลค่า 20 ล้านล้านบาทของไทยในทะเลอ่าวไทย ตามสิทธิในรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 3 หมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย มาตรา 25 และมาตรา 43 (2) ซึ่งตนในฐานะผู้ร้อง ได้ถูกละเมิดสิทธิตามรัฐธรรมนูญโดยตรงและอาจจะได้รับความเสียหายโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้อันเนื่องมาจากการถูกละเมิดสิทธิ

นายไพบูลย์กล่าวว่า ก่อนยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยฉบับนี้ เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2567 ได้ยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อพิจารณายื่นคำร้องนี้ต่อศาลรัฐธรรมนูญ แต่ปรากฏว่าผู้ตรวจการแผ่นดินยังไม่ได้ดำเนินการยื่นคำร้องนี้ต่อศาลรัฐธรรมนูญ จึงใช้สิทธิยื่นคำร้องโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยและมีคำสั่ง ดังนี้ 1.พิจารณาวินิจฉัยว่าการกระทำของผู้ถูกร้องทั้งสองในการนำ “MOU 2544” ที่ทำขึ้นโดยขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาใช้เป็นเครื่องมือดำเนินการแบ่งเขตอธิปไตยของไทยทางทะเลอ่าวไทยและแบ่งผลประโยชน์ทรัพยากรพลังงานธรรมชาติทางทะเลของไทยให้แก่กัมพูชา เป็นการกระทำละเมิดสิทธิของผู้ร้องที่มีอยู่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 หมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทยมาตรา 25 และมาตรา 43 (2)

2.พิจารณาวินิจฉัยว่าบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน ค.ศ.2001 (พ.ศ.2544) หรือ “MOU 2544” เป็นหนังสือสัญญาที่กระทำการโดยไม่ได้ขอความเห็นชอบของรัฐสภา จึงเป็นบทบัญญัติใดหรือการกระทำใดที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ เป็นอันใช้บังคับไม่ได้ตกเป็นโมฆะทั้งฉบับตั้งแต่เริ่มแรก ตามหลักการเรื่อง “ความไม่สมบูรณ์แห่งสนธิสัญญา” (Invalidity of Treaties) ซึ่งบัญญัติไว้ในอนุสัญญากรุงเวียนนา ว่าด้วยกฎหมายสนธิสัญญา ค.ศ.1969

Advertisement

นายไพบูลย์กล่าวอีกว่า 3.มีคำสั่งให้ผู้ถูกร้องทั้งสองเลิกการกระทำที่เป็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญของผู้ร้อง โดยให้เลิกการนำ “MOU 2544” ที่ทำขึ้นโดยขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาใช้เป็นเครื่องมือดำเนินการแบ่งเขตอธิปไตยของไทยทางทะเลอ่าวไทยและแบ่งผลประโยชน์ทรัพยากรพลังงานธรรมชาติทางทะเลของไทยให้แก่กัมพูชา อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้ยื่นคำร้องและเอกสารประกอบ พร้อมสำเนาจำนวน 9 ชุด รวม 10 ชุด เอกสารจำนวน 1,890 แผ่น ต่อศาลรัฐธรรมนูญแล้ว