ทนายเมย์ ลั่น ‘นิรโทษกรรม’ คือบาร์ขั้นต่ำ ปักหมุดจุดเริ่มต้น คลี่คลายความขัดแย้ง
ในวาระครบ 30 วัน การเสียชีวิตของ น.ส.เนติพร เสน่ห์สังคม หรือ บุ้ง กลุ่มทะลุวัง ซึ่งอดอาหารเรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ต้องหาทางการเมืองและปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม และนับเป็นเวลากว่า 260 วันที่ นายอานนท์ นำภา ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน ถูกคุมขังโดยไม่ได้รับสิทธิประกันตัว รวมถึงนักโทษทางการเมืองคนอื่นๆ อีกรวม 42 คนรายนั้น
เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน ที่ห้องประชุมอนุสรณ์สถาน 14 ตุลาคม (สี่แยกคอกวัว) เขตพระนคร กรุงเทพฯ Thumb rights, สหภาพคนทำงาน, มูลนิธิผสานวัฒนธรรม, กลุ่มโมกหลวงริมน้ำ, 24 มิถุนาประชาธิปไตย, เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน, กลุ่มสังคมนิยมแรงงาน ฝ่ายส่งเสริมมนุษยธรรมสากลและประชาธิปไตย, องค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (อบจ.), องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อมธ.) และทะลุแก๊ส ร่วมจัดงานเสวนา “สิทธิประกันตัวสู่ปฏิรูปยุติธรรม”

บรรยากาศเวลา 13.00 น. มีการเสวนาในหัวข้อ “สิทธิประกันตัวสู่ปฏิรูปยุติธรรม” โดยมี น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือ ตะวัน นักกิจกรรมอิสระ, น.ส.ณัฐนิช ดวงมุสิทธิ์ หรือ ใบปอ กลุ่มทะลุวัง, นายสมชาย หอมลออ ทนายความสิทธิมนุษยชนและที่ปรึกษาอาวุโส มูลนิธิผสานวัฒนธรรม, น.ส.พูนสุข พูนสุขเจริญ หรือ เมย์ ทนายความประจำศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ดำเนินรายการโดย นายอภิสิทธิ์ ฉวานนท์ นักกิจกรรมกลุ่ม Thumb Rights และนายก อบจ.
ในตอนหนึ่ง น.ส.พูนสุข หรือทนายเมย์ กล่าวว่า หัวใจของของกฎหมายอาญาคือสันนิษฐานไว้ก่อนว่าไม่มีความผิดจนกว่าจะมีคำพิพากษา ไม่ควรมีใครถูกขังจากการแสดงความเห็นแม้แต่วันเดียว แต่มันเกิดขึ้นเสมอมา การเปิดโอกาสให้คู่ความได้พิสูจน์ว่าทำผิดหรือไม่ หลายกรณีปฏิเสธไม่ให้มีการเรียกพยาน แต่ตัดสินไปแล้วว่าเราพูดไม่จริงจึงถูกฟ้อง ลูกความมีสิทธิสู้คดีอย่างเต็มที่ แต่เมื่อต้องอยู่ในเรือนจำก็ถูกตัดโอกาสในการหาพยานหลักฐานแล้วตัดสินว่าผิด เพราะไม่สามารถออกไปหาหลักฐานได้

“เราจะอยู่อย่างนี้จริงๆ หรือ คนทุกคนไม่ได้เกิดมาจากกระบอกไม้ไผ่ ครอบครัวเขาต้องแตกสลายทางจิตใจ ตั้งแต่ต้นปี 2567 เราพยายามยื่นประกันไปแล้วประมาณ 60 ครั้ง ตอนนี้ยังมีคนถูกขัง 42 คนในเรือนจำ นิรโทษกรรมเป็นข้อเสนอที่ต่ำที่สุดแล้ว รัฐธรรมนูญก็ยังไม่ได้แก้ แค่นิรโทษกรรมตัด ม.112 ยังเป็นไปได้ยาก ซึ่งต้องบอกว่านิรโทษกรรม ม.112 ไม่ใช่การยกเลิก ม.112 การนิรโทษกรรมเป็นจุดเริ่มต้นในการคลี่คลายความขัดแย้ง เราอยากได้การนิรโทษกรรมทุกคดี ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมและร่างรัฐธรรมนูญใหม่” น.ส.พูนสุขกล่าว
ในช่วงท้าย น.ส.พูนสุขกล่าวว่า คิดว่าคดี ม.112 ในทางสากลเป็นคดีประเภทแรกที่ควรได้รับการนิรโทษกรรม ไม่ใช่คดีสุดท้ายที่จะถูกทิ้งไว้ ในทางสากลเป็นที่ยอมรับไม่ได้แล้วว่าคนที่ใช้สิทธิเสรีภาพจะต้องถูกคุมขัง

