‘เศรษฐา’ ถกทีมกม. สู้คดี 40 ส.ว.ร้องศาลรธน. ด้าน กกต.โต้ก.ก.ชงยุบพรรค ลั่นไม่ต้องไต่สวน

14.06.24 | 05:44 น.

เศรษฐา’ ถกทีมกม. สู้คดี 40 ส.ว.ร้องศาลรธน. ด้าน กกต.โต้ก.ก.ชงยุบพรรค ลั่นไม่ต้องไต่สวน ‘ชัยธวัช’ สวนตีความแบบศรีธนญชัย

เมื่อวันที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมา ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้ส่งข้อมูลเพิ่มเติม จากกรณีที่ประธานวุฒิสภาส่งคำร้องสมาชิกวุฒิสภา 40 คน ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ความเป็นรัฐมนตรีของนายเศรษฐา สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ กรณีนำความกราบบังคมทูลเพื่อโปรดเกล้าฯแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งที่รู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ ว่า วันเดียวกันนี้จะเข้ามาพูดคุยกับทุกๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งทีมทนายส่วนตัว สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และกฤษฎีกาด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่า ส่วนของพยานบุคคลได้เตรียมพร้อมใช่หรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ตามข้อเท็จจริง ส่วนตัวมีหน้าที่ชี้แจงตามที่ศาลรัฐธรรมนูญได้ขอมา ตรงนี้ให้เกียรติซึ่งกันและกัน และจะส่งข้อมูลตามที่ขอมาได้ เมื่อถามว่า หากจะส่งข้อมูลเพิ่ม จะส่งในวันที่ 17 มิถุนายน หรือก่อนวันที่ 17 มิถุนายน นายเศรษฐากล่าวว่า ไม่แน่ใจ ต้องขอประชุมก่อน หากเสร็จแล้วก็ไม่มีเหตุผลที่จะดีเลย์ ต้องให้เกิดความสุขุมรอบคอบและรัดกุม

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายปกรณ์ มหรรณพ กรรมการ กกต. แถลงชี้แจงกรณีการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้มีการสั่งยุบพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ว่า อยากทำความเข้าใจถึงเหตุผลต่อการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพราะคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญฉบับลงวันที่ 31 มกราคม 2567 ได้ระบุชัดเจนว่าการกระทำของผู้ถูกร้อง เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข คำวินิจฉัยนี้ทำให้ กกต.ไม่อาจจะทำอย่างอื่นได้ เมื่อมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคการเมืองใดกระทำการตามมาตรา 92 (1) (2) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง ถือว่า กกต.มีหลักฐานอันควรเชื่อได้แล้ว ถ้าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญยังไม่ใช่หลักฐานอันควรเชื่อถือได้ กกต.คงตอบกับสังคมยาก เหตุที่ต้องยื่น เพราะคำวินิจฉัยดังกล่าวของศาลรัฐธรรมนูญผูกพันกับ กกต.และมีผู้มาร้องเรียน กกต.จึงจำเป็นต้องยื่น ถ้า กกต.ไม่ยื่นคำร้องอาจจะมีความผิดตามกฎหมายได้

นายปกรณ์กล่าวต่อว่า การยื่นคำร้องเป็นไปตามตามมาตรา 92 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง จึงไม่มีเหตุที่จะต้องไต่สวน เพียงแต่ มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ซึ่ง กกต.ปฏิบัติลักษณะเดียวกันกับการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้มีคำวินิจฉันยุบพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) โดยศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าเมื่อ กกต. มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ผู้ถูกร้องได้กระทำการอันเป็นเหตุให้ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อสั่งยุบพรรคของผู้ถูกร้อง ศาลรัฐธรรมนูญจึงมีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณา ดังนั้น การยื่นครั้งนี้ยื่นตามมาตรา 92 ซึ่งระเบียบการไต่สวนของ กกต.มี 2 ฉบับ โดยฉบับแรกใช้เป็นการทั่วไปตามระเบียบปี 2561 ใช้กับทุกกรณี หากพบว่าการเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตและต้องทำ หรือมีการร้องเรียนเข้ามา กรณีที่หลายฝ่ายกล่าวอ้างว่าไม่เปิดให้ผู้ถูกร้องชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา และแสดงพยานหลักฐานนั้น การดำเนินการตามมาตรา 93 เป็นกรณีความปรากฏต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองว่ามีการกระทำ เมื่อมีการกระทำนายทะเบียนต้องรวบรวมพยานหลักฐาน แจ้งข้อกล่าวหา และเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ก่อนเสนอความเห็นต่อ กกต. ซึ่งมาตรา 93 ออกระเบียบไม่เกี่ยวกับมาตรา 92 ซึ่งทั้งสองมาตรามีความแตกต่างกัน

Advertisement

ด้าน นายชัยธวัช ตุลาธน ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวว่า กระบวนการยื่นยุบพรรคการเมืองเป็นเรื่องใหญ่ ต้องรวบรวมข้อเท็จจริงสืบสวนสอบสวนเป็นเบื้องต้นอยู่แล้ว การอ่านกฎหมายอย่าไปตีความแบบศรีธนญชัย กฎหมายเขียนลำดับไว้อย่างชัดเจน วันดีคืนดี กกต.เห็นว่าตัวเองมีหลักฐาน สามารถยื่นคำร้องได้เลย โดยไม่มีกระบวนการสืบสวนสอบสวน เป็นไปได้หรือไม่

“ตำรวจเจอคนขโมยของทำผิดซึ่งหน้า ยังต้องจับกุมไปดำเนินคดี เข้าสู่กระบวนการสอบสวนส่งอัยการ นี่ยุบพรรคการเมือง ไม่ใช่เล่นขายของ กกต.ยืนยันว่าทำได้ เพราะในคดียุบพรรคไทยรักษาชาติได้ทำแบบนี้มาแล้ว ซึ่งคือไม่ได้ผ่านกระบวนการรวบรวมข้อเท็จจริงตามมาตรา 93 และไม่ได้วินิจฉัยว่ากระบวนการคำร้องของ กกต.ชอบหรือไม่” นายชัยธวัชกล่าว