หน้าแรก การเมือง สภา แจงวุ่น ห...

สภา แจงวุ่น หลังเปิดรับฟังความเห็นร่างนิรโทษ รับระบบผิดพลาด 5 กรณี

17.06.24 | 17:42 น.

สภา แจงวุ่น หลังเปิดรับฟังความเห็นร่างนิรโทษ รับระบบผิดพลาด 5 กรณี

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 17 มิถุนายน ที่รัฐสภา ว่าที่เรือตรี ยุทธนา สำเภาเงิน รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะโฆษกประจำสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ชี้แจงกรณีที่ปรากฏข่าวสารเกี่ยวกับการดำเนินการรับฟังความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรมประชาชน พ.ศ. … ซึ่งเป็นที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าชื่อเสนอกฎหมายต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ตามพระราชบัญญัติการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ.2564 โดย น.ส.พูนสุข พูนสุขเจริญ กับผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวน 36,723 คน ว่า ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากคณะกรรมการขับเคลื่อนการรับฟังความคิดเห็นและวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากร่างกฎหมายที่เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปสู่ภาคประชาชน และสำนักสารสนเทศซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงแล้ว จึงขอชี้แจงแต่ละประเด็นให้ทราบว่า

ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในการรับฟังความคิดเห็นระหว่างวันที่ 13 พ.ค.-12 มิ.ย.2567 ทางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของรัฐสภา ซึ่งมีประชาชน ผู้เกี่ยวข้อง ผู้ได้รับผลกระทบให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก โดยเข้ามามีส่วนร่วมในระดับการรับรู้ข้อมูล จำนวน 376,764 คน และเข้ามามีส่วนร่วมในระดับการแสดงความคิดเห็น จำนวน 88,705 คน แต่ได้ปรากฏข้อเท็จจริงในสื่อสังคมออนไลน์ว่า ประชาชนผู้ใช้ระบบพบความผิดพลาดของระบบการรับฟังความคิดเห็นหลายประเด็น คณะกรรมการขับเคลื่อนการรับฟังความคิดเห็น จึงได้ร่วมกับสำนักสารสนเทศ ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลที่เป็นข้อสงสัยบนสื่อออนไลน์แล้วพบปัญหา ดังนี้

กรณีที่ 1 การแสดงความคิดเห็นในขั้นตอนสุดท้ายและกดปุ่มแสดงความคิดเห็น เพื่อส่งความคิดเห็น พบว่าบางอุปกรณ์ไม่สามารถดำเนินการได้สำเร็จ โดยไม่ขึ้นข้อความแจ้งเตือนว่า “ท่านได้แสดงความคิดเห็นเรียบร้อยแล้ว”

ผลการตรวจสอบ ปัญหาดังกล่าวจากการทดลองของเจ้าหน้าที่ด้วยคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก และโทรศัพท์มือถือ อาจมีความเป็นไปได้ว่าข้อผิดพลาดดังกล่าว เกิดจากความหนาแน่นของผู้ใช้งานในช่วงเวลานั้น (networks traffic) หรือปัญหาอาจเกิดกับอุปกรณ์บางชนิด บางประเภท บางรุ่น ซึ่งสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จะตรวจสอบโดยละเอียดอีกครั้งหนึ่ง เพื่อทำการแก้ไข และจะต้องมีการพัฒนา Source Code ให้มีความทันสมัยครอบคลุมการใช้งานกับทุกอุปกรณ์ ที่มีอยู่ในปัจจุบันต่อไป

Advertisement

กรณีที่ 2 พบข้อผิดพลาดที่ประชาชนสามารถคัดลอกที่อยู่ URL ของหน้าแสดงความคิดเห็นไว้ แล้วนำมาใช้แสดงความคิดเห็นอีกเมื่อครบกำหนดการปิดรับฟังความคิดเห็นแล้ว ซึ่งปรากฏว่ายังสามารถแสดงความคิดเห็นได้

ผลการตรวจสอบ พบว่าเกิดปัญหาดังกล่าวขึ้นจริง สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยสำนักสารสนเทศ ได้แก้ไขโดยการปิดระบบทั้งในระบบเว็บไซต์และปิดระบบจากการใช้วิธีคัดลอกที่อยู่ URL ของหน้าแสดงความคิดเห็นนี้แล้วทันทีที่ทราบปัญหา และได้มีการปรับปรุงโดยตัดข้อมูลความคิดเห็นที่ส่งมาหลังจากครบกำหนดเวลา คือ หลังเวลา 24.00 นาฬิกา ของวันที่ 12 มิถุนายน 2567 ออก โดยจะไม่ถูกนำมาประมวลผล

กรณีที่ 3 กรณีปัญหาการกดปุ่ม เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย หรืองดออกเสียง ในส่วนสุดท้ายของแบบสอบถามเพียงอย่างเดียว โดยไม่ได้ทำการตอบแบบสอบถามในข้ออื่น ๆ แล้วกรอกหมายเลขบัตรประชาชน ก็ยังสามารถส่งความคิดเห็นได้

ผลการตรวจสอบ พบว่าปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ทั้งนี้ เนื่องจากการออกแบบส่วนนี้ (function) มานั้น คณะกรรมการขับเคลื่อนการรับฟังความคิดเห็น มีความประสงค์จัดให้มีขึ้นเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับประชาชน ผู้เกี่ยวข้อง ผู้ได้รับผลกระทบโดยให้สะท้อนแนวโน้มความเห็นต่อร่างกฎหมายฉบับนั้นๆ ว่าสมควรจะให้เป็นกฎหมายหรือไม่ แม้ไม่ได้แสดงความคิดเห็นในช่องแสดงความคิดเห็นข้ออื่นๆ มาก่อน

ปัญหาในข้อนี้คณะกรรมการขับเคลื่อนการรับฟังความคิดเห็น และสำนักสารสนเทศสามารถแก้ไขปัญหาของตัวระบบได้ แต่จะส่งผลต่อการรับฟังความคิดเห็นร่างกฎหมายทุกฉบับที่จะจัดขึ้นในอนาคตต่อไปด้วย กล่าวคือ ประชาชน ผู้เกี่ยวข้อง ผู้ได้รับผลกระทบที่ต้องการจะสะท้อนแนวโน้มความเห็นต่อร่างกฎหมายฉบับนั้นๆ ว่า สมควรจะให้เป็นกฎหมายหรือไม่ จะต้องมีการให้ความเห็นตามประเด็นการรับฟังความคิดเห็นทุกข้อเสียก่อน จึงจะร่วมกดปุ่มแสดงแนวโน้มต่อร่างกฎหมายได้ จึงอาจมีผลกระทบที่ทำให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมน้อยลงสำหรับร่างกฎหมายฉบับอื่นๆ ได้ ซึ่งเรื่องนี้จะนำไปพิจารณาในคณะกรรมการขับเคลื่อนการรับฟังความคิดเห็นอีกครั้งหนึ่ง

กรณีที่ 4 ระบบรับฟังความคิดเห็นไม่มีขั้นตอนยืนยันตัวตน เช่น การยืนยันตัวตนผ่าน SMS, การอัพโหลดเอกสารสำคัญเกี่ยวกับตัวตน หรือการยืนยันตัวตนว่าไม่ใช่ Robot ด้วยระบบ CAPTCHA ซึ่งเป็นมาตรการป้องกันการเข้าสู่ระบบดิจิทัลจากระยะไกล

ผลการตรวจสอบ ระบบการรับฟังความคิดเห็นในปัจจุบัน ไม่ได้กำหนดให้ต้องมีการยืนยันตัวตน เนื่องจากตามเจตนารมณ์ของการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น ต้องไม่ทำให้มีขั้นตอนที่ยุ่งยาก แต่เมื่อเกิดปัญหาดังกล่าวขึ้น คณะกรรมการขับเคลื่อนการรับฟังความคิดเห็นฯ และสำนักสารสนเทศ อาจพิจารณาปรับปรุงระบบโดยกำหนดให้ต้องใส่เครื่องมือยืนยันตัวตน ด้วยระบบ CAPTCHA เพื่อป้องกันการเข้าแสดงความคิดเห็นในลักษณะ BOT ได้ แต่อาจส่งผลกระทบที่ตามมาได้ที่ทำให้ประชาชน ผู้เกี่ยวข้อง ผู้ได้รับผลกระทบเข้ามามีส่วนร่วมกับร่างกฎหมายฉบับอื่นๆ น้อยลง

กรณีที่ 5 ไม่ต้องกรอกเลขบัตรประจำตัวประชาชน หรือกรอกเลขบัตรประจำตัวประชาชนที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ก็สามารถกดปุ่มส่งความคิดเห็นได้

ผลการตรวจสอบ การพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในปัจจุบัน สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยสำนักสารสนเทศ ใช้ระบบ script เพื่อตรวจสอบรูปแบบบัตรประจำตัวประชาชนเบื้องต้นว่า เลขที่กรอกนั้นเป็นไปตามหลักและผลรวมของบัตรประจำตัวประชาชนหรือไม่เท่านั้น แต่ไม่ได้ใช้ระบบการสมัครสมาชิกหรือยืนยันตัวตน เพราะเจตนารมณ์ คือ ต้องการให้ประชาชนทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมได้โดยง่าย และกฎหมายก็ไม่ได้กำหนดเงื่อนไขของผู้แสดงความคิดเห็นที่เหมือนกับการมีส่วนร่วมทางการเมืองกรณีอื่นๆ

การจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกฎหมายตามบทบัญญัติของกฎหมายมีเจตนารมณ์ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับประชาชน ผู้เกี่ยวข้อง ผู้ได้รับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากร่างกฎหมายที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้มีสิทธิเลือกตั้งเป็นผู้เสนอ ทั้งในระดับการรับรู้ข้อมูล ระดับร่วมแสดงความคิดเห็น และระดับการปรึกษาหารือ ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชน ผู้เกี่ยวข้อง ผู้ได้รับผลกระทบ ได้มีช่องทางในการสะท้อนความคิดเห็นมาให้กับสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา รัฐสภา และคณะกรรมาธิการ ใช้ประกอบการพิจารณาว่าสมควรจะตรากฎหมายฉบับนั้นๆ หรือไม่ หรือควรตรากฎหมายในทิศทางใดที่เหมาะสมกับสภาพสังคม เศรษฐกิจ การเมืองในปัจจุบัน ทั้งให้ส่งผลกระทบต่อประชาชน เศรษฐกิจ สังคมน้อยที่สุด

เจตนารมณ์ที่ต้องการจะสร้างการมีส่วนร่วมกับประชาชน ผู้เกี่ยวข้อง ผู้ได้รับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากร่างกฎหมาย การจัดช่องทางการรับฟังความคิดเห็นทางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของรัฐสภา สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยคณะกรรมการขับเคลื่อนการรับฟังความคิดเห็นจึงได้ออกแบบและพัฒนาระบบนี้ขึ้นโดยยึดหลัก คือ การสร้างพื้นที่แสดงความคิดเห็น ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่สามารถทำได้โดยไม่จำกัดคุณสมบัติด้านอายุ หรือความถี่ในการมีส่วนร่วมต่อร่างกฎหมาย ทำให้ง่ายต่อการใช้งาน ไม่ใช้ระบบการยืนยันตัวตนเหมือนกรณีการพัฒนาเว็บไซต์การมีส่วนร่วมอื่นซึ่งมีกฎหมายกำหนดเงื่อนไข

การที่รัฐสภาจะตรากฎหมายฉบับใดขึ้นมานั้น ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ยังคงให้เป็นอำนาจของรัฐสภาพิจารณาว่าสมควรจะตรากฎหมายฉบับนั้นๆ ออกมาหรือไม่ แต่ผลการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ผู้เกี่ยวข้อง หรือผู้ได้รับผลกระทบ เป็นสิ่งที่รัฐสภาต้องคำนึงและใช้ประกอบการพิจารณาด้วยทุกขั้นตอน แต่ไม่ถึงขั้นผูกมัดรัฐสภาที่จะต้องตัดสินใจตามข้อมูลที่ปรากฏในรายงานผลการรับฟังความคิดเห็น