‘บิ๊กโจ๊ก’ ยื่น 2.4 หมื่นชื่อ ต่อ ‘ประธานสภา’ ขอตั้ง กก.สอบกรรมการ ป.ป.ช. สงสัยพฤติการทุจริต-ร่ำรวยผิดปกติ
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 18 มิถุนายน ที่รัฐสภา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เข้ายื่นหนังสือ พร้อมรายชื่อประชาชน 20,000 รายชื่อ เพื่อให้ตั้งกรรมการตรวจสอบไต่สวน และนำไปสู่การถอดถอนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ต่อ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ โฆษกประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้รับหนังสือแทน
โดยวันนี้ (18 ม.ย.) พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้ให้ คณะทำงาน นำรายชื่อทั้งหมดเข้าสู่ระบบและจัดเรียงหมวดหมู่ บรรจุลงในกล่องจำนวน 20 กล่อง เพื่อส่งมอบให้กับนายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ ที่ปรึกษาประธานรัฐสภา ซึ่งเป็นตัวแทนจากประธานรัฐสภา มารับมอบเอกสารทั้งหมด เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการในการตรวจสอบ ดำเนินการตามขั้นตอน
พลตำรวจเอก สุรเชษฐ์กล่าวว่า การดำเนินการรณรงค์เพื่อให้ประชาชนใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญลงชื่อกล่าวหาตรวจสอบ กรรมการ ป.ป.ช. ได้ดำเนินการ ระหว่างวันที่ 16 พ.ค.67-9 มิ.ย.67 มียอดผู้ร่วมลงชื่อผ่านระบบ hakparm.com 21,584 ราย และผู้เข้าลงชื่อแบบกรอกเอกสารด้วยลายมือ 2,501 ราย รวมทั้งหมด
24,085 รายชื่อ ตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการในแต่ละจังหวัดที่ได้ลงทำกิจกรรมรณรงค์ มีประชาชนเข้าร่วมรับฟังและร่วมลงชื่อ อย่างคึกคัก และเรียกร้องให้มีการขยายพื้นที่ ในการรณรงค์เพื่อสร้างการรับรู้ แต่ด้วยกรอบระยะเวลาที่วางไว้เบื้องต้น ว่าจะยื่นต่อประธานรัฐสภา ก่อนเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยวิสามัญ จึงจำเป็นต้องรณรงค์ในแต่ละภาค ตามพื้นที่ที่วางเป้าหมายไว้เท่านั้น
“ทั้งนี้ ขอขอบคุณประชาชนทุกคน ที่ได้ร่วมลงชื่อ เพื่อกล่าวหาตรวจสอบกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นองค์กรอิสระที่ทำหน้าที่ตรวจสอบข้าราชการทุกหน่วย โดยการลงชื่อในครั้งนี้เป็นการลงชื่อเพื่อกล่าวหาตรวจสอบกรรมการ ป.ป.ช. เพียงคนเดียวเท่านั้น ไม่ใช่ทั้งคณะ”
และการมายื่นในวันนี้ ก็ไม่ได้มายื่นเฉพาะรายชื่อที่รวบรวมมาได้ แต่ยังมีเอกสารข้อกล่าวหาและหลักฐานเชิงประจักษ์ ที่เกี่ยวข้องกับ กรรมการ ป.ป.ช. คนดังกล่าว เพื่อมอบให้แก่ประธานรัฐสภา ประกอบการพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนด้วย
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยืนยันด้วยว่า การดำเนินการครั้งนี้ เป็นการดำเนินงานภายใต้กรอบกฎหมาย และต้องการให้มีการกล่าวหาตรวจสอบ กรรมการ ป.ป.ช. เพื่อสร้างความโปร่งใสให้กับองค์กร ภายใต้โครงการปฏิบัติการ กวาดบ้านให้ ป.ป.ช.
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า การยื่นตรวจสอบในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากการที่สงสัยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ท่านหนึ่ง มีพฤติกรรมร่ำรวยผิดปกติ ทุจริตต่อหน้าที่ ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ในการยื่นตรวจสอบครั้งนี้เป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่แสดงถึงพลังของประชาชน ซึ่งครั้งแรกที่มีการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญในการยื่นถอดถอนกล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรัฐ องค์กรอิสระ ถือเป็นมิติใหม่ของประเทศไทย เพราะที่ผ่านมามีแต่ประชาชนยื่นแก้ไขกฎหมายต่างๆ แต่ยังไม่เคยมีการรวบรวมรายชื่อแสดงพลังถอดถอนองค์กรอิสระ ขั้นตอนต่อไปประธานสภาผู้แทนราษฎร จะตรวจสอบความถูกต้อง และนำเข้าสู่กระบวนการต่อไป ยืนยันว่ารายชื่อประชาชนทั้งหมด มาจากประชาชนจริง ไม่ใช่การตั้งแต่งหรือไปล่ารายชื่อมา
ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวเกิดจากเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ได้เข้ายื่นหนังสือกับตัวแทนประธานรัฐสภา เพื่อกล่าวหาตรวจสอบกรรมการ ป.ป.ช. ที่อาคารรัฐสภา หลังจากนั้นได้เปิดให้ประชาชนร่วมลงชื่อ 20,000 รายชื่อ ผ่านเว็บไซต์ hakparm.com ซึ่งได้เปิดดำเนินการตั้งแต่วันที่ 17 พ.ค.67 เป็นต้นมา ขณะเดียวกันก็มีการเปิดโครงการ ปฏิบัติการกวาดบ้านให้ ป.ป.ช. ในแต่ละภูมิภาค เพื่อสร้างการรับรู้ และรณรงค์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ปี 2560 โดยเริ่มต้นจากพื้นที่แรกที่จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นบ้านเกิดของพลตำรวจเอก สุรเชษฐ์ ก่อนจะขยายไปยังจังหวัด พัทลุง นครศรีธรรมราช ชลบุรี ขอนแก่น อุดรธานี และจังหวัดเชียงใหม่ โดยใช้เวลา 2 สัปดาห์เศษ ก็ได้รายชื่อประชาชน ที่สนใจเข้าร่วม โครงการตามเงื่อนไข

