‘อนุสรณ์’ วางเดิมพัน ตำแหน่งวิชาการ ยื่นทวงคืนสิทธิประกัน ‘ขนุน สิรภพ’ ให้กลับไปเรียน ป.โท- เชื่อไม่คิดหนี
เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน เวลา 13.00 น. ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถนนเจริญกรุง เขตสาทร กรุงเทพฯ เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง นำโดย ศ.ดร.อนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ รศ.ดร.สามชาย ศรีสันต์ อาจารย์สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร ม.ธรรมศาสตร์ เดินทางไปยื่นขอประกันตัว นายสิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ หรือ ขนุน กลุ่ม ‘มศว คนรุ่นเปลี่ยน’ ผู้ต้องหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่ง ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาจำคุก 2 ปี จากกรณีปราศรัยในการชุมนุม 18 พฤศจิกาไปราษฎรประสงค์ เมื่อ 18 พฤศจิกายน 2563
โดยมี ผศ.ดร.ชลิตา บัณฑุวงศ์ อาจารย์คณะสังคมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์, นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย, นายบารมี ชัยรัตน์ ที่ปรึกษาสมัชชาคนจน และ น.ส.สาคร คำแถลง อดีตคนเสื้อแดง เจ้าของรางวัลสิทธิมนุษยชนคนธรรมดา ไปจนถึงผู้ชุมนุมอิสระ เดินทางมาร่วมให้กำลังใจ
ศ.ดร.อนุสรณ์ อุณโณ กล่าวว่า ตนได้ยื่นขอการปล่อยตัวชั่วคราวให้กับ นายสิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ หรือขนุน และนักศึกษาจำนวน 12 คน โดยมากับอาจารย์สามชาย มาใช้ตำแหน่งอาจารย์มหาวิทยาลัยในการขอปล่อยตัวชั่วคราว ที่ผ่านมามีการยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราวหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ แต่ละครั้งก็จะบอกว่า ไม่มีเหตุให้เปลี่ยนแปลงคำสั่ง
“มาครั้งนี้ ถ้าจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงคำสั่ง เลยจะอาศัยตำแหน่งของพวกเราในการปล่อยตัวชั่วคราว ซึ่งการใช้ตำแหน่งในการขอปล่อยตัวชั่วคราวมีความสำคัญ เพราะมันจะเกี่ยวโยงกับอาชีพการงาน และความมั่นคงในการประกอบอาชีพ ผู้ที่อาสาใช้ตำแหน่งตัวเองในการขอปล่อยตัวชั่วคราวของผู้ต้องหา จะต้องมีความมั่นใจ และเชื่อมั่นในความสุจริต เชื่อมั่นในความถูกต้องของบุคคลที่จะใช้ตำแหน่งตัวเอง ความเจริญก้าวหน้า ความมั่นคงชีวิต ในการเดิมพัน” ศ.ดร.อนุสรณ์กล่าว
ศ.ดร.อนุสรณ์กล่าวต่อว่า การที่ตนตอบรับการมาเป็นนายประกันให้กับ นายสิรภพขนุนในครั้งนี้ สืบเนื่องมาค่อนข้างจะยาวนาน จากการที่รู้จักกับ นายสิรภพ ในตอนที่เป็นนักศึกษาปริญญาตรี โดยที่ นายสิรภพมาช่วยกิจกรรม เป็นการรณรงค์ที่เพื่อประโยชน์สาธารณะ เรื่องรัฐธรรมนูญ และนายสิรภพ ได้เข้ามาช่วยตามลำดับ เมื่อสำเร็จการศึกษาปริญญาตรี ก็ศึกษาต่อระดับปริญญาโท ที่คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ในรายวิชาระดับปริญญาโทที่ตนได้สอนที่คณะ ทางด้านมานุษยวิทยา และนายสิรภพก็มานั่งเรียนด้วย แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะเพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเมือง เพื่อนำมาปรับใช้ในการเคลื่อนไหว เพื่อสร้างสังคมที่ดีกว่า
“ผมจึงไม่มีข้อสงสัยใดๆ ของเจตนาของ นายสิรภพ ที่เขาออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าการที่ถูกตั้งข้อหามาตรา 112 มันจึงไม่ควรเกิดขึ้นตั้งแต่ต้น” ศ.ดร.อนุสรณ์กล่าว
ศ.ดร.อนุสรณ์กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ดี ในเมื่อตัวบทกฎหมายมีอยู่ สิ่งที่เราอยากเรียกร้องต่อไป คือการปล่อยตัวชั่วคราว ซึ่งสิทธิในการปล่อยตัวชั่วคราว เราทราบกันดีว่าเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานในกระบวนการยุติธรรม ของใครก็ตามที่ถูกกล่าวหา

“เราเห็นว่า ลำพังเฉพาะความผิดของนายสิรภพ ซึ่งไม่ควรจะถูกนับตั้งแต่แรกให้เป็นความผิด พอมาดูในชั้นของการขอปล่อยตัวชั่วคราว ก็ไม่เห็นเหตุอันใดที่ควรจะถูกปฏิเสธ ลำพังแต่บอกว่าคดีมีโทษสูง เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี อันนี้ไม่น่าจะฟังขึ้นเลย เพราะตัวเขาตั้งใจว่าจะเรียนเพื่อจะพอกพูนความรู้ในการเคลื่อนไหวทำให้สังคมดีกว่า ไม่ได้คิดจะหนีไปไหน ไม่มีความสามารถในการไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานแต่อย่างใด เขาก็มีครอบครัว มีพ่อแม่ที่ดูแลอยู่ มีความอบอุ่นและเข้มแข็ง ที่คอยอยู่ข้างหลัง จึงไม่มีเหตุอะไรที่จะหลบหนี ฉะนั้น ผมจึงเห็นว่าคำพิพากษาที่จะไม่ปล่อยตัวชั่วคราว ฟังไม่ขึ้น” ศ.ดร.อนุสรณ์ชี้
ศ.ดร.อนุสรณ์กล่าวต่ออีกว่า จะพยายามสู้ตามลำดับ ครั้งก่อนหน้านี้ใช้ตำแหน่งในการขอปล่อยตัวชั่วคราว ตอนนั้นยังใช้เงินกองทุน ในครั้งนี้ก็ยังมีความจำเป็นการอาสาเอาตำแหน่งหน้าที่การงานของตัวเองมาเดิมพันอีกครั้ง เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมเห็นว่า นายสิรภพควรได้รับสิทธิการปล่อยตัวชั่วคราว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์ในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา หรือกระทั่งวันนี้ ผู้ที่ถูกตั้งข้อหามาตรา 112 ต่างได้รับการอนุญาตการปล่อยตัวชั่วคราว ตามลำดับ
“ในหลายกรณี กระทำความผิดในลักษณะที่ดูหมิ่นเหม่ หรือรุนแรงกว่าขนุนด้วยซ้ำไป ตัวขนุนเองลำพังที่ปราศรัย ไม่สามารถสร้างความเสียหายอะไรกับใครได้ มันจึงไม่มีเหตุอันใดที่ขนุนจะถูกปฏิเสธสิทธินี้ ขนุนยังไม่เคยมีโอกาสแม้แต่สักครั้งเดียวในการออกมาสู้คดี ตามขั้นตอนกระบวนการยุติธรรม
เพราฉะนั้น วันนี้เราคาดหวังอย่างยิ่งในการที่ใช้ตำแหน่งหน้าที่การงาน การใช้เดิมพันในความมั่นคงความก้าวหน้าของชีวิต มาเป็นหลักประกันให้ความบริสุทธิ์ หลักประกันการเรียกร้องสิทธิปล่อยตัวชั่วคราวซึ่งไม่ได้เกินเลยไปไหน เพียงแค่ว่าให้ออกมาสู้ตามขั้นตอนกระบวนความยุติธรรม ซึ่งอันเป็นสิทธิที่พึงมี พวกเราจึงมากันในวันนี้ เพื่อยื่นคำขอปล่อยตัวชั่วคราว นายสิรภพ ในการอาศัยตำแหน่งการเป็นนักวิชาการ ที่จะยืนยันว่า ควรที่จะปล่อยตัว” ศ.ดร.อนุสรณ์กล่าวทิ้งท้าย
สำหรับ นายสิรภพ อายุ 23 ปี จบการศึกษาจาก ภาควิชารัฐศาสตร์สาขาการเมืองการปกครอง คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ ตั้งแต่ 25 มีนาคม 2567 โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการอุทธรณ์คดี มีการยื่นขอประกันตัว 4 ครั้ง แต่ไม่ได้รับการพิจาณาปล่อยตัว ซึ่งการไม่ได้รับสิทธิการประกันตัว ส่งผลให้ นายสิรภพ ขาดโอกาสในการศึกษาต่อ ในระดับปริญญาโท ที่คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์
ทั้งนี้ นายสิรภพ และ นายชูเกียรติ แสงวงค์ หรือ จัสติน (จำเลยร่วม) ได้เข้าร่วมการชุมนุม #ม็อบ18พฤศจิกา บริเวณแยกราชประสงค์ ก่อนเดินขบวนไปยังหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และมีการปราศรัย ซึ่งการชุมนุมดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังเจ้าหน้าที่ คฝ. ใช้กำลังฉีดน้ำความดันสูง สารเคมีและแก๊สน้ำตาเข้าสลายการชุมนุมของกลุ่มราษฎร ที่ไปชุมนุมหน้ารัฐสภาในวันที่ 17 พ.ย.2563
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :
- คุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา ขนุน สิรภพ คดี 112 ปราศรัยม็อบ #18พฤศจิกาไปราษฎรประสงค์ ปี’63
- ‘สภานิสิตฯ มศว’ ร่อนแถลง 3 ข้อ ขอคืนสิทธิประกัน ‘ขนุน สิรภพ’ ร้องผู้บริหารคณะสังคม ‘ช่วยสู้คดี’
- ส่ง ขนุน สิรภพ เข้าเรือนจำ รอศาลอุทธรณ์พิจารณาคำสั่งประกันตัว คดี 112
- ศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้ประกัน ขนุน สิรภพ คดี 112 ปราศรัยหน้า ตร.ปี’63 โทษสูง หวั่นหนี



