หน้าแรก การเมือง ลุ้นต่อ 2 คดี...

ลุ้นต่อ 2 คดีใหญ่ 40 ส.ว.ยื่นสอยเศรษฐา-กกต.ชงยุบก้าวไกล ศาลรธน.สั่งส่งข้อมูลเพิ่ม

19.06.24 | 06:20 น.
เศรษฐา ทวีสิน

ลุ้นต่อ 2 คดีใหญ่ 40 ส.ว.ยื่นสอยเศรษฐา-กกต.ชงยุบก้าวไกล ศาลรธน.สั่งส่งข้อมูลเพิ่ม คิวนายกฯ 10 ก.ค. ส่วน ก.ก. 3 ก.ค.

เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ศาลรัฐธรรมนูญออกเอกสารข่าวเผยแพร่ผลการประชุม กรณีประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องสมาชิกวุฒิสภา 40 คน ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ กรณีนำความกราบบังคมทูลเพื่อโปรดเกล้าฯแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งที่รู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ เนื่องจากเคยถูกศาลฎีกามีคำสั่ง

จำคุกเป็นเวลา 6 เดือนในความผิดฐานละเมิดศาล เป็นบุคคลที่กระทำการอันไม่ซื่อสัตย์สุจริต และมีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (4) และ (5) เป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ร้องทั้งสอง สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) ผู้ร้องจึงส่งคำร้องเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตาม มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้องเฉพาะส่วนของนายพิชิต แต่ในส่วนของนายเศรษฐา มีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณา ซึ่งนายเศรษฐาได้ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลแล้ว

ทั้งนี้ ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณา ให้หน่วยงานหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องทำความเห็นและจัดส่งสำเนาเอกสารหลักฐานประเด็นที่ศาลกำหนดยื่นภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ โดยกำหนดนัดพิจารณาต่อไปในวันที่ 10 กรกฎาคม 2567

ขณะเดียวกัน ศาลรัฐธรรมนูญออกเอกสารข่าวเผยแพร่ผลการประชุมกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยนายทะเบียนพรรคการเมือง ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยเพื่อมีคำสั่งยุบพรรคก้าวไกล (ก.ก.) และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของบุคคลผู้เป็นคณะกรรมการบริหารพรรคภายในกำหนด 10 ปี

Advertisement

โดยกล่าวหามีพฤติการณ์กระทำการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเข้าลักษณะกระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งข้อเท็จจริงปรากฏตามคําวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2567 จึงขอให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคผู้ถูกร้อง เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของบุคคล ผู้เป็นคณะกรรมการบริหารพรรคผู้ถูกร้อง และห้ามมิให้ผู้ซึ่งดํารงตําแหน่ง คณะกรรมการบริหารพรรคผู้ถูกร้อง และถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งไปจดทะเบียนพรรคการเมืองขึ้นใหม่หรือเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมือง หรือมีส่วนร่วมในการจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่ภายในกําหนดสิบปีนับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคําสั่งยุบพรรค ผู้ถูกร้อง ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 92 วรรคสอง และมาตรา 94 วรรคสอง ต่อมา เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2567 ผู้ถูกร้องยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหารวมไว้ในสำนวน ส่งสำเนาคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาให้ กกต.ผู้ร้องทราบ

โดยในวันที่ 12 มิถุนายน ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ กกต.ยื่นบัญชีระบุพยานหลักฐานภายในวันจันทร์ที่ 17 มิถุนายน 2567 และ กกต.ได้ยื่นบัญชีระบุพยานหลักฐานเพิ่มเติมครั้งที่ 1 ลงวันที่ 14 มิถุนายน 2567 และได้ยื่นบัญชีระบุพยานหลักฐานเพิ่มเติมครั้งที่ 2 ลงวันที่ 17 มิถุนายน 2567 ซึ่งศาลเห็นว่าเพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณา จึงกำหนดให้บุคคลเสนอบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงหรือความเห็นล่วงหน้าต่อศาลรัฐธรรมนูญตามประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดภายใน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือเพื่อประกอบการพิจารณาวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญต่อไป และมีคำสั่งให้นำพยานเอกสารในสำนวนการไต่สวนคดีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2567 มารวมไว้ในสำนวนคดีนี้เพื่อประกอบการพิจารณาวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมกำหนดนัดพิจารณาต่อไปในวันพุธที่ 3 กรกฎาคม 2567 และให้คู่กรณีเข้าตรวจพยานหลักฐานในวันอังคารที่ 9 กรกฎาคม 2567

นายชัยธวัช ตุลาธน ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญกำหนดนัดพิจารณาคดีครั้งต่อไปในวันที่ 3 กรกฎาคม และมีกำหนดให้คู่กรณีเข้ามาตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 9 กรกฎาคม ว่า ยังไม่รู้ว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะเลือกพยานคนใดบ้าง หรือจะให้ส่งความเห็นเป็นหนังสืออย่างเดียว ต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลฯ ว่า พยานทั้งหมดที่เสนอไปจำนวน 10 กว่าคนนั้น ศาลฯจะเลือกขอความเห็นกี่คน แต่หวังว่าพยานปากสำคัญจะมีโอกาสได้ไปให้การในการไต่สวนต่อสาธารณะ